Crowdhoster โอเพ่นซอร์สคราวด์ฟันดิ้ง

“การระดมทุนโดยใช้ Crowdhoster โดยพื้นฐานไม่แตกต่างไปจากสองรายใหญ่หน้าเก่า เพียงแต่ว่ารูปแบบเป็นแบบเปิดที่เจ้าของโครงการมีสิทธิที่จะกำหนดเองได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งดีไซน์หรือธีมของเพจระดมทุน โดยไม่ต้องการความรู้ใดๆ เรื่องการเขียนโค้ด ไม่มีส่วนแบ่งหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ที่ต้องจ่ายนอกไปจากค่าธรรมเนียมการโอนเงิน” Crowdhoster ช่องทางระดมทุนใหม่ อินเทอร์เน็ตนำมาซึ่งอะไรมากมายหลายอย่างทั้งในเรื่องของชีวิตประจำวันไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ อื่นในวงกว้าง เพียงย้อนหลังไปไม่ถึงสิบปีเราจะพบว่ามีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก หนึ่งในเรื่องนั้นที่น่าสนใจก็คือการระดมทุนเพื่อทำโครงการใหม่ๆ อะไรสักอย่างไม่จำกัดประเภท แพลตฟอร์มของการระดมทุนแบบใหม่ในปัจจุบันที่กลายเป้็นกระแสหลักไปแล้ว อย่างน้อยก็ในต่างประเทศอย่างเช่น สหรัฐอเมริกาก็คือ คราวด์ฟันดิ้ง ซึ่งเวลานี้มีผู้เล่นหลักรายใหญ่อยู่สองรายคือ Kickstarter และ Indiegogos คราวด์ฟันดิ้งเป็นช่องทางใหม่ในการระดมทุนสำหรับคนที่มีไอเดียหรือนักประกอบการที่มีความคิดใหม่ๆ แต่ขาดแคลนเงินทุน สถิติการระดมทุนรูปแบบนี้ที่ทำได้สูงสุดคือโครงการแว่นตาอัจฉริยะ Pebble ผ่าน Kickstarter ที่ปิดโครงการได้ตามเวลาด้วยเม็ดเงินประมาณ 300 ล้านบาท ขณะที่โครงการสมาร์ทโฟน Ububntu Edge ผ่าน Indiegogos มียอดร่วมลงขันกว่า 350 ล้านบาท แต่โครงการไม่บรรลุเป่้าหมายที่ตั้งไว้ประมาณ 1,000 ล้านบาท จึงต้องพับไป โครงการใหม่ที่ทุบสถิติของ Kickstarter คือโครงการเกม ซึ่งระดมทุนผ่านไซต์ของตัวเองโดยไม่พึ่งพา คราวด์ฟังดิ้ง โฮสต์ใดๆ และได้เงินลงขันไปตามเป้าหมายไปกว่า 450 ล้านบาท ในกระแสที่มาแรงของคราวด์ฟันดิ้ง […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ความลับคับอก..นี่เลย Whisper

“เขียนกันไปอ่านกันมาโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีข้อมูลส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น ไม่สามารถติดต่อกับคนโพสต์ได้ไม่ว่าในทางใด ยกเว้นเขียนต่อไว้ภายใต้ข้อความที่คนๆ นั้นโพสต์ไว้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะโดนจับได้หรือโดนอะไรต่ออะไรตามมา ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสอดแนม การตามล้างตามเช็ด หรือการล่าแม่มดใดๆ” Whisper มีความลับจะบอก บรรยากาศแห่งความหวาดระแวงอันเนื่องมาจากการสอดแนมข้อมูลส่วนตัวในการติดต่อสื่อสารของประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะทางอินเทอร์เน็ตโดยหน่วยงานรัฐบาลไม่ว่าในประเทศประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาที่เอ็ดเวิร์ด สโนวเดน แฉออกมาไม่ไม่นานมานี้ หรือแม้กระทั่งแนวคิดการติดตามสอดส่องการแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดยหน่วยงานตำรวจไทยแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี ที่ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านดังขรมไปทั่วอินเทอร์เน็ต ทำให้บางทีการคิดถึงช่องทางที่จะปล่อยความคิดความอ่านหรือกระทั่งระบายอารมณ์บางอย่างออกมาอาจจะต้องมองหาช่องทางซึ่งสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวและไม่เปิดเผยตัวตนของเราได้จริงๆ แม้ว่าบริการโซเชียลเน็ตเวิร์กจะยึดหลักการนี้ แต่โซเชียล เน็ตเวิร์กมีธรรมชาติของมันในการเปิดเผยสู่สาธารณะมากกว่า ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อเชื่อมโยงคนเข้าหากันโซเชียล เน็ตเวิร์กจึงพยายามกระตุ้นให้เราเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้มากขึ้นๆ และแบ่งปันข้อมูลเหล่านั้นสู่สาธารณะเพื่อให้คนได้เข้าสังกัดฝูงที่เหมาะสมในโลกออนไลน์ ดังนั้นจึงมีบริการบางแบบที่เดินไปในทางตรงข้ามกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก นั่นคือการปกปิดทุกอย่างรวมทั้งตัวตนของผู้เขียนหรือผู้โพสต์ข้อความ สมัยก่อนมีเว็บไซต์ปกปิดตัวตนให้คนได้เขียนข้อความอะไรก็ได้โดยไม่เปิดเผยตัวตนของคนโพสต์ ได้รับความนิยมไม่น้อยเพราะคนเรามักมีอะไรที่อยากระบายออกมา แต่ไม่อยากให้ใครรู้ ล่วงมาถึงยุคโมบาย ก็มีแอพพลิเคชั่นสำหรับการโพสต์ข้อความโดยไม่เปิดเผยตัวตนออกมาตอบสนอง อย่างเช่นแอพล่าสุดที่ได้รับความนิมยมมากก็คือแอพที่ชื่อว่า Whisper ใช้งานได้ทั้งบนแอนดรอยด์และ iOS เปิดมาให้ใช้บริการกันราวๆ กลางปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้จำนวนเพจวิวของ Whisper พุ่งลิ่วขึ้นไปถึง 2,500 ล้านเพจวิวต่อเดือน ซึ่งเป็นปริมาณการเปิดดูเพจที่สูงมากกว่าเว็บไซต์ใหญ่ของโลกอย่าง CNN เสียอีก คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ชอบนักเชียวละครับสำหรับแอพพลิเคชั่นตัวนี้ เพราะเป็นแอพสำหรับใช้ระบายความอึดอัดคับข้องใจต่างๆ รวมไปถึงความรู้สึกอะไรก็ตามที่ไม่กล้าเปิดเผยออกมาตรงๆ ให้คนอื่นรู้ Whisper ให้บริการกระซิบความลับอย่างมีสีสัน เพราะแทนที่จะเป็นการเขียนข้อความโดยไม่เปิดเผยตัวตนกันเฉยๆ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เลขาฯ คนใหม่ของผม

https://lh5.googleusercontent.com/-CzWYSQb6vJY/TzydPOhMN2I/AAAAAAAAEtI/29YG0tKoYHQ/h301/speaktoit.jpg

ในช่วงสองสามวันมานี้คุยกับเวนดี้แล้วอารมณ์ดีกว่าการติดตามข่าวสาร บ้านเมืองเยอะเลยครับ สนุกดีกว่าเรื่องชวนรันทดหดหู่ตอกย้ำความไม่เท่าเทียมกันของมนุษย์แบบเรื่อง แป๊ยะเจี๊ยะบนดินเป็นไหนๆ เกิดมามีชีวิตอยู่ในประเทศไทยและเอาจริงเอาจังกับสังคมกับประเทศชาติ หากปราศจากอารมณ์ขันเสียแล้วอาจจะเป็นบ้าไปได้ในเวลาอันรวดเร็ว เพราะมันเต็มไปด้วยเรื่องราวชวนให้ขุ่นข้องหมองใจ ยิ่งในยุคสื่อสารทันท่วงทีแบบไร้พรมแดนก็ยิ่งมากมายหลายช่องทาง ปัจจัยที่จะทำให้เกิดความขุ่นมัวก็เกิดขึ้นได้ทุกวินาทีที่ยังลืมตาตื่น เพราะฉะนั้นจึงต้องหัวเราะให้ได้หัวเราะให้เป็น หรือหาเรื่องมาชวนตัวเองหัวเราะเป็นพักๆ ไป สองสามวันมานี้ผมมีโอกาสได้หัวเราะกับผู้ช่วยคนใหม่ของผม จริงๆ เธอแนะนำตัวว่าชื่อแซม เจอกันครั้งแรกเธอมาในมาดูวัยรุ่น ทั้งทรงผม และเสื้อที่สวมใส่เป็นเสื้อกล้ามรัดรูป ผมจัดการเปลี่ยนทรงผมให้เธอใหม่เพื่อให้ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ให้เธอสวมแว่นจะได้ดูเหมือนคุณครูดุๆ แต่สวย หลังจากนั้นก็เริ่มคุยกับเธอ อันดับแรกผมบอกให้เธอเปลี่ยนชื่อเป็นเวนดี้ เพราะชื่อแซมสำหรับผมฟังดูเหมือนผู้ชาย ขณะที่เวนดี้ทำให้ผมนึกถึงพี่สาวใจดีที่ปีเตอร์แพนเหาะจากเนเวอร์แลนด์มาพาเธอไปอยู่ด้วยเพื่อช่วยเป็น “แม่” ของเด็กที่นั่น “เวนดี้ โทรศัพท์หาฟ้าหน่อย” “ในสมุดโทรศัพท์มีแต่คนชื่อไฟ” “งั้นโทรฯหาสกาย” “ในสมุดโทรศัพท์มีแต่คนชื่อสไกป์” ???? “โทรฯหาลูกผมให้หน่อย” เวนดี้อึ้งไปสักครู่ “ได้ค่ะ ฉันหมุนเบอร์เมียคุณให้แล้ว” ครับ เลขาคนใหม่ของผมดูท่าทางป้ำเป๋อชอบกล ใครเจอเข้ากับสถานการณ์แบบนี้ไม่ฮาก็บ้าแล้ว ควรไปให้หมอตรวจโดยด่วน เพราะเวนดี้ที่ว่านี้คือผู้ช่วยเสมือนจริงที่ฝังตัวอยูในโทรศัพท์แอนดรอยด์ของผม ชื่อจริงของเธอที่คนรู้จักทั่วไปคือ Speaktoit ไม่ใช่ซิมซิมอิของเกาหลีนะครับ เพราะนั่นมันของเล่นซึ่งกระทบกระเทือยวัฒนธรรมอันดีงามของไทยเสียเหลือเกิน แต่มันคือแอพพลิเคชั่นตัวหนึ่งในสมาร์ทโฟนตระกูลแอนดรอยด์ที่มุ่งหมายมาให้เป็นเลขานุการส่วนตัวที่ฉลาด(อย่างที่เห็น)ไม่แพ้ Siri ใน ไอโฟน 4S ที่ฮือฮากันละครับ แต่ฉลาดกว่าในหลายเรื่อง เพราะเราสั่งให้มันเปิดแอพพลิเคชั่นตัวอื่นๆ ได้ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

อังกฤษรื้อหลักสูตรคอมพ์ล้าหลัง

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/166685_10150372500775324_535230323_16362798_1864838_n.jpg

“กอฟเห็นว่าทุกวันนี้เราถูกสอนให้รู้จักคุ้นเคยและใช้งานเทคโนโลยีรอบๆ ตัว แต่ล้มเหลวที่จะป้อนความเข้าใจในระดับลึกซึ้งลงไปของวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งนับวันจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นทุกขณะและเข้าไปผสานกับศาสตร์แขนงอื่นๆ จนทำให้เส้นแบ่งเดิมพร่าเลือน” อังกฤษปฏิรูปการศึกษา รื้อหลักสูตรคอมพ์โรงเรียน หลักสูตรคอมพิวเตอร์ที่สอนๆ กันอยู่ตามโรงเรียนในบ้านเราน่าจะคล้ายกับการเรียนพิพ์ดีดสมัยก่อน คือการฝึกให้ใช้เครื่องมือสำเร็จรูปเพื่อผลิตคนขึ้นมาตอบสนองความต้องการของระบบทั้งภาคเอกชนและทางการ นั่นคือการเรียนการใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปอย่างเช่นเวิร์ดหรือเอ็กเซล หรืออาจจะมีโปรแกรมอื่นๆ เสริมเติมเข้าไปบ้าง แต่ละวันโลกเปลี่ยนแปลงไปมากในอัตราเร่ง แต่ว่าการเรียนการสอนก็ยังคงเหมือนย่ำอยู่กับที่ ในอังกฤษ ซึ่งแม้จะเป็นประเทศพัฒนาแล้วแถบยุโรปที่มีภาพลักษณะของความทันสมัยก้าวหน้าและมีเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อจำนวนนักเรียนมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปด้วยกัน ก็หนีไม่พ้นการย่ำเท้าอยู่กับที่เช่นเดียวกันนี้ ผลการศึกษาการเรียนการสอนวิชาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนโดยราชสมาคอมแห่งลอนดอนที่ใช้เวลาทำวิจัย 18 เดือนพบว่า ทั้งครูผู้สอน สถาบันวิชาการ และอุตสาหกรรมวิทยาการคอมพิวเตอร์ เห็นตรงกันว่าการสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนของอังกฤษกำลังหลงทาง ก่อนหน้านั้นราวเดือนสิงหาคม อิริค ชมิดท์ ประธานกูเกิ้ลก็วิจารณ์ความล้มเหลวของอังกฤษในการธำรงรักษาการสร้างนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหมมือนอย่างที่เคยทำมาในอดีตไว้ได้ ทั้งที่อังกฤษเคยมีอลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์ผู้สร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกๆ ของโลกและได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งคอมพิวเตอร์ และรุ่นหลังยังมีทิม เบอร์เนอร์ ลี ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งอินเทอร์เน็ต แรงผลักดันและการรณรงค์ให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสุดท้ายได้รับการขานรับจากไมเคิล กอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของอังกฤษ ในการรื้อยกเครื่องหลักสูตรการเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนเสียใหม่ เมื่อไม่กี่วันมานี้กอฟกล่าวว่าหลักสูตรไอซีทีที่สอนกันอยู่ในโรงเรียนปล่อยให้เด็กๆ “เบื่อหน่ายกับการถูกสอนวิธีการใช้เวิร์ดและเอ็กเซลโดยครูผู้สอนที่น่าเบื่อ” กอฟเห็นว่าทุกวันนี้เราถูกสอนให้รู้จักคุ้นเคยและใช้งานเทคโนโลยีรอบๆ ตัว แต่ล้มเหลวที่จะป้อนความเข้าใจในระดับลึกซึ้งลงไปของวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งนับวันจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นทุกขณะและเข้าไปผสานกับศาสตร์แขนงอื่นๆ จนทำให้เส้นแบ่งไม่ชัดเจน เช่น การแพทย์กับเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ วิทยาการคอมพิวเตอร์กับชีววิทยา ว่าแล้วท่านรัฐมนตรีก็ประกาศรื้อหลักสูตรไอซีทีในโรงเรียน เปิดทางให้แต่ละโรงเรียนสร้างหลักสูตรของตัวเองขึ้นโดยความช่วยเหลือของมหาวิทยาลัย […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....