Nagomivisit.com เที่ยวญี่ปุ่นแบบใหม่

ประสบการณ์จากอาหาร ผู้คน และทุกสิ่งทุกอย่างที่ได้รับเป็นของใหม่ ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนที่เธอเคยจัดแบบเดียวกันนี้กับเพื่อนๆ และครอบครัวในญี่ปุ่น กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เกิด Nagomivisit ขึ้นมาเป็นองค์กรไม่แสวงกำไรที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างเสริมความใจและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมผ่านอาหารมื้อกลางวันหรือค่ำที่บ้านของคนญี่ปุ่นในประเทศญี่ปุ่น

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

couchsurfing : มิตรภาพไร้พรมแดน

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมเข้ากรุงเทพฯ ไปเดินเล่นกับมิตรต่างแดนสองคน คนหนึ่งมาจากโปแลนด์ส่วนอีกคนจากแอลเอ เดินกันตั้งแต่ปากคลองตลาดข้ามฟากไปย่านกุฎีจีนออกวัดอรุณฯ ทะลุไปถึงวังหลังแล้วข้ามฟากเดินต่อทะลุธรรมศาสตร์ไปจนถึงย่านข้าวสารเพื่อจะพบกับสมาชิกอีกสองคนจากฝรั่งเศสและจากไทยเราเองคนหนึ่งแล้วพากันไปกินมื้อค่ำจนดึกถึงได้แยกย้ายกันกลับ มิตรภาพไม่จำกัดพรมแดน ยิ่งสมัยนี้โลกยิ่งหดแคบเพราะการเชื่อมต่อผ่านไฟเบอร์ ออพติกใต้ทะเลหรือสัญญาญดาวเทียมในอากาศ ทำให้เรามีโอกาสมากขึ้นที่จะพบเจอหรือหาเพื่อนใหม่มาช่วยเปิดกะลาที่ครอบหัวเราอยู่ออกไป เรียนรู้ความหลากหลายอันเป็นธรรมดาของโลก ยอมรับในความแตกต่างของกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา เพศ ผิวพรรณ วัฒนธรรมความคิดความอ่านรวมถึงพฤติกรรมที่เป็นลักษณะเฉพาะตัว แน่นอนว่าภาษากลางที่เราใช้สื่อสารกันคือภาษาอังกฤษ สำหรับคนรุ่นใหม่ๆ ที่ต้องการพัฒนาภาษาอังกฤษ วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีและในยุคอินเทอร์เน็ตมันง่ายด้วย ผมเจอกับมิตรต่างแดนเหล่านี้ก็ผ่านเว็บไซต์บนอินเทอร์เน็ตนี่ละครับ พวกเราที่มาเจอกันใช้เว็บ couchsurfing.com เป็นสื่อกลาง มันเป็นเว็บที่รวมของนักเดินทางทั่วโลก ส่วนใหญ่เป็นนักเดินทางประเภทแบกแพกเกอร์ที่ต้องการสัมผัสและแลกเปลี่ยนกับคนในท้องถิ่นที่พวกเขาเดินทางไป ทำกันตั้งแต่เป็นเจ้าบ้านแบ่งปันที่พักพิงให้ พาไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ ทำกิจกรรมร่วมกัน แลกเปลี่ยนความคิดความอ่าน ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวที่อยากถ่ายทอด หรือระดับพื้นๆ ที่สุดคือให้ข้อมูลท้องถิ่น วิธีการเดินทาง แนะนำเรื่องอาหารการกิน ฯลฯ ในฐานะเป็นเจ้าบ้าน อาจจะมีบ้างที่มีเจตนาเบี่ยงเบนไปเป้็นเรื่องที่แต่ละคนต้องกลั่นกรองกันเอาเอง แต่โดยระบบของเว็บก็มีส่วนที่ช่วยเหลือในเรื่องนี้ด้วย โดยการดูจากส่วนคนที่คนเขียนถึงคนๆ นั้นเอาไว้จากประสบการณ์ที่เจอะเจอมา แม้แต่เราเองก็อาจจะได้พบเจอสิ่งใหม่ๆ ในบ้านเรานี่แหละ อย่างเมื่อครั้งก่อนมิตรจากโปแลนด์ต้องการไปวัดออโธดอกซ์แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันมีอยู่ ส่วนเธอรู้แต่ไม่แน่ใจกับวิธีที่จะไปให้ถึง สุดท้ายเราก็ไปด้วยกันไปถึงโบสถ์ตอนค่ำ แล้วก็ได้เข้าไปร่วมกับพิธีสวดประจำวันนั้นตั้งแต่ต้นจนจบราวชั่วโมงกว่าๆ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีประสบการณ์เต็มแบบนี้ในวัดออโธดอกซ์ ที่ผ่านมาเคยทำก็เฉพาะในวัดแคทอลิกเท่านั้น เป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่ประทับใจมากด้วย บรรยากาศ ความเงียบ แสงสลัว เสียงเพลงสวดท่วงทำนองแปลกหูกังวานในโบสถ์ซึ่งแตกต่างไปมาก […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

โซเชียล เน็ตเวิร์ก และเซลฟี่ : การท่องเที่ยวกับลัทธิหลงตัวเอง

“การท่องเที่ยวกลับกลายเป็นเรื่องของตัวเรา ไม่ใช่สถานที่ที่เราไปเยือนอีกต่อไป ถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอบันทึกห้วงขณะแห่งความทรงจำแล้วก็เอาไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม หรือยูทูบ เพื่อประกาศให้โลกรู้” โซเชียล เน็ตเวิร์ก และเซลฟี่ : การท่องเที่ยวกับลัทธิหลงตัวเอง หลังจากญี่ปุ่นเปิดวีซ่าฟรี 15 วันให้กับคนไทย นักท่องเที่ยวไทยก็แห่แหนกันไปเที่ยวญี่ปุ่นกันจนล้นทะลัก สิ่งที่ตามมาและกลายเป็นข่าวกันไปแล้วก็คือพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวไทยในญี่ปุ่นจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีอยู่หลายอย่างด้วยกัน ถึงขนาดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของญี่ปุ่นเองต้องออกมาเตือนให้ระมัดระวัง การแสดงออกบางอย่างที่ไปทำๆ กันเอาไว้ ทำนองเดียวกับที่นักท่องเที่ยวจีนจำนวนหนึ่งก่อพฤติกรรมบางอย่างในประเทศไทย พฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น บางอย่างก็ก่อความเอือมระอาแก่คนท้องถิ่น ทำให้เกิดข้อรังเกียจเดียดฉันท์ไปถึงขั้นชิงชังรังเกียจ บางกรณีก็ก่อให้เกิดความรู้สึกถูกดูหมิ่นเหยียดหยามหรือโกรธเคือง หลายกรณีเป็นอันตรายต่อตัวเอง หรือสร้างความเสียหายแก่สถานที่ท่องเที่ยว เป็นต้น จะว่าไปแล้วพฤติกรรมไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้นไม่ได้เกิดเฉพาะคน ไทยหรือคนจีนที่ไปเที่ยวต่างประเทศเท่านั้น แต่เกิดกับคนชาติอื่นๆ ด้วยเช่นกัน ยิ่งคนออกเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศมากขึ้นเท่าไร ปัญหานี้ก็ยิ่งเกิดมากขึ้นเป็นเงาตามตัว พอดีมีฝรั่งแชร์บทความเกี่ยวกับเรื่องนี้จากนิวยอร์กไทมส์มาให้อ่าน ทำให้รู้สึกว่ามันเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่หนักขึ้นทุกวัน เขาว่ามันมาจากลัทธิหลงตัวเองแพร่หลายในยุคนี้โดยมี โซเชียล เน็ตเวิร์ก เป็นตัวกระตุ้นพฤติกรรมเหล่านั้น คงจำกันได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้มีนักท่องเที่ยวสามคนจากอังกฤษ แคนาดาและเนเธอร์แลนด์ถูกทางการมาเลเซียจับกุมตัวเพราะไปแก้ผ้าถ่ายรูปที่ภู เขาคีนาบารู ในบอร์เนียว ต้องติดคุกอยู่สามวัน เดือนมีนาคม มีนักท่องเที่ยวหญิงสองคนจากแคลิฟอร์เนียถูกจับกุมข้อหาทำลายทรัพย์สินใน กรุงโรม เพราะเพียงแค่จะเซลฟี่ให้ดูเท่ถึงกับลงทุนขูดขีดผนังโคลอสเซียมให้เป็นรอย เพื่อถ่ายภาพตัวเอง ถัดมาในเดือนพฤษภาคม นักท่องเที่ยวสองคนปีนขึ้นไปบนรูปปั้นเฮอร์คิวลีสเพื่อถ่ายรูปตัวเองแล้วทำให้มงกุฎตกลงมาแตกเป็นชิ้นๆ เมื่อเดือนมิถุนายน นักท่องเที่ยวเกาหลีสามคนปล่อยโดรนขึ้นไปชนเข้ากับวิหารของเมืองมิลานเพื่อจะถ่ายรูปทางอากาศ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

บ้านสนุกสนาน

25550123-192443.jpg

น้ำหลากมาแล้วหลากไป ในอดีตหลังน้ำหลาก ความอุดมสมบูรณ์ตามาตามเรือกสวนไร่นา แม้กระทั่งช่วงน้ำท่วม ชีวิตใหม่ก็เกิดกับลูกเล็กเด็กแดง ได้เล่นน้ำในที่ที่ปรกติไม่มีน้ำ ใต้ถุนบ้านน้ำยังขนปลามาใส่ไว้ให้ เป็นอาหารได้ ปัจจุบันหลายที่ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แต่ส่วนที่กลายสภาพเป็นเมืองไปแล้ว น้ำหลากมาและท่วมค้างคาเป็นเดือน นำความพินาศมาให้ ข้าวของสมบัติพัสสถานมลายไปกับสายน้ำ หนังสือนับพันๆ เล่ม ที่บ้านหลังนี้ ข้าวของต่างๆ รวมทั้งต้นไม้อีกหลายต่อหลายต้น แต่น้ำเคยนำมาซึ่งชีวิตใหม่ ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นเช่นกัน บางคนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ บางคนหลังวิกฤตก็มีโอกาสเช่นกัน โอกาสในการปฏิรูปบ้าน บ้านที่เคยรกเรื้อ กลายเป็นบ้านโล่งๆ หลังจากน้ำพัดพาสรรพสิ่งอันรกเรื้อไปจากบ้าน บ้านหลังนี้อยู่มาสิบห้าปี ก็รกมาเกือบตลอดยกเว้นปีแรก เคยคิดหลายครั้งอยากทำโน่นนี่ใหม่ อยากทาสีใหม่ อะไรทำนองนี้ แต่แค่คิดก็เหนื่อยแล้วกับการโยกย้ายข้าวของเพื่อเปิดพื้นที่ว่างสำหรับการทาสี ถ้าน้ำไม่มากวาดล้างความรกเรื้อออกไป แม้จะเป็นการกวาดไปทิ้งก็ตามที ก็คงไม่เกิดโอกาสดีๆ แบบนี้ สิ่งที่เราทำก็เพียงแค่เปลี่ยนพื้นเป็นกระเบื้องและปูกระเบื้องผนังเพื่อรับมืิอกับน้ำท่วมในคราวต่อๆ ไป และเปลี่ยนสีผนังใหม่ตามจินตนาการ ทำบ้านให้สนุกสนาน สนุกสนานระหว่างทำ ช่วยกันคิดช่สวกันเลือก ช่วยกันทาสี และช่วยกันตกแต่งมัน ด้วยจิตรกรรมฝาผนัง เหนื่อยแต่สนุก และมีความสุขดี ได้บ้านสีลูกกวาดมาแทนที่ของเก่า ชีวิตมีไว้ให้เล่น มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ Share on Facebook

Share on Facebook

อ่านต่อ.....