พลังงานถ่านหิน เชื้อเพลิงสกปรกที่โลกถอยหนี

IMG_5705

“เฉพาะปี 2015 นี้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินในสหรัฐถูกปลดออกจากระบบไปแล้วประมาณ 4,000 เมกะวัตต์ และจนถึงสิ้นปีจะปลดออกอีกรวมทั้งหมดคิดเป็นกำลังการผลิตรวมราว 12,300 เมกะวัตต์ หลังจากนี้การปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินอาจจะชะลอตัวลงบ้าง แต่โดยรวมแล้วตามแผน 10 ปี จากปี 2012-2022 กำลังการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินทั้งหมดในสหรัฐจะลดลงรวมทั้งสิ้น 46,000 เมกะวัตต์” พลังงานถ่านหินไร้อนาคต เชื้อเพลิงสกปรกที่โลกถอยหนี เวลาเห็นบ้านอื่นเมืองอื่นมุ่งมั่นไปสู่การเป็นสังคมพลังงานสะอาดแล้วก็นึกน้อยใจอยู่เหมือนกัน ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับข้อเสียของพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลก็มีอยู่อย่างทะลักล้น แต่เราซึ่งหมายถึงผู้มีอำนาจกลับไม่ค่อยนำพานัก ความพยายามที่จะหักดิบสร้างโรงงานไฟฟ้าถ่านหินที่กระบี่เป็นตัวอย่างอันดีของการก้าวเดินไปในทิศทางตรงกันข้าม ในขณะที่โครงการไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จากหลังคาบ้านกระดืบๆ ไปด้วยข้อจำกัดมากมาย และจากข่าวล่าสุดที่สดับมาจากสื่อก็คือขออนุมัติมาหมื่นกว่าราย พิจารณาผ่านไปแล้วสองร้อยกว่าราย ความทุ่มเททั้งความคิดและงบประมาณที่มีให้กับพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียนที่ไม่มีวันหมดสิ้นมีน้อยเท่าน้อย ดึงดันอยู่กับพลังงานจากถ่านหินอันเป็นพลังงานที่หมดสมัยที่ไร้อนาคตไม่เลิกรา เมื่อไม่กี่วันมานี้ มีการฉลองกันเล็กน้อยของบางกลุ่มที่ทำเรื่องพลังงานสะอาดในสหรัฐ เพราะมีการปิดโรงงานถ่านหินลำดับที่ 200 นับจากปี 2010 สองร้อยจากจำนวนทั้งหมดห้าร้อยกว่าแห่งคิดเป็นสัดส่วนมากถึงร้อยละ 40 ของโรงงานถ่านหินทั้งหมด และก็คงจะทยอยปิดกันไปอีกเรื่อยๆ สะท้อนให้เห็นความไม่มีอนาคตของพลังงานถ่านหิน ขณะเดียวกันก็ตอกย้ำถึงทิศทางที่มุ่งไปสู่พลังงานสะอาดอื่นๆ อย่างชัดเจน เฉพาะปี 2015 นี้พลังงานไฟฟ้าจากถ่านหินในสหรัฐถูกปลดออกจากระบบไปแล้วประมาณ 4,000 เมกะวัตต์ และจนถึงสิ้นปีจะปลดออกอีกรวมทั้งหมดคิดเป็นกำลังการผลิตรวมราว 12,300 เมกะวัตต์ หลังจากนี้การปลดระวางโรงไฟฟ้าถ่านหินอาจจะชะลอตัวลงบ้าง แต่โดยรวมแล้วตามแผน 10 ปี […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เขื่อนแม่วงก์ สงครามข้อมูลออนไลน์

“แปลว่ามันช่วยป้องกันน้ำท่วมไม่ได้ และก็ไม่ได้จะช่วยเรื่องการชลประทานด้วย เพราะไม่ได้สร้างมาเพื่อการชลประทาน เหมือนอย่างที่คุณปลอดประสพ สุรัสวดีบอกผ่านสื่อมวลชนเอาไว้เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2556 ที่ผ่านมาว่าเขื่อนเม่วงก์นั้น “หลักคือการป้องกันน้ำท่วม เพราะแม่น้ำสะแกกรังที่ออกมาจากแม่วงก์ไม่มีการควบคุม ทำให้ปีหนึ่งจะมีน้ำหลากเต็มที่ 3 เดือน พีคอยู่ที่ 800 คิวเซค และน้ำส่วนดังกล่าวจะลงมาที่ จ.นครสวรรค์ เมื่อปี 2554 น้ำประมาณ 4,000 คิวเซค และเมื่อรวมกับจำนวน 800 คิวเซค ทำให้เขื่อนชัยนาทไม่สามารถบริหารจัดการได้ ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องสร้างเครื่องมือต้นน้ำเพื่อระงับความเสียหาย” สมรภูมิเขื่อนแม่วงก์ สงครามข้อมูลออนไลน์ ไขปริศนาน้ำท่วมลาดยาว การเดินเท้าคัดค้านรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมฯ ที่เรียกย่อๆ ว่า EHIA จบลงไปแล้วอย่างที่หลายคนคงได้เห็นกันบ้างอย่างที่อาจไม่เชื่อสายตาว่าการรณรงค์ของ “ไอ้พวกนักอนุรักษ์” ที่ไม่มีสื่อแระแสหลักรายไหนเล่นด้วยอย่างจริงจัง กลับยิ่งใหญ่ได้ถึงปานนั้น แน่นอนว่าถึงแม้การเดินเท้าจบลงไปแล้ว แต่เอาเข้าจริงมันเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น หลังเสร็จสิ้นการเดินเท้าทางไกลไปแล้ว มีลูกติดพันตามมาอีกหลายอย่างที่ยังคงอยู่ในแวดวงความสนใจของผู้คน เริ่มมีสื่อกระแสหลักลงมาเล่นด้วยบ้าง ทั้งแบบขอไปทีหรือแบบจริงจัง แต่ยุคข้อมูลข่าวสารในโลกออนไลนฺ์นี่ประมาทไม่ได้จริงๆ ข้อมูลข่าวสารในด้านต่างๆ เกี่ยวกับแม่วงก์ยังคงทะยอยออกมาอย่างไม่ขาดสาย และมีหลายแง่มุมที่น่าสนใจ ย้อนไปในระหว่างที่กำลังเดินเท้ารณรงค์กันอยู่นั้น น้ำก็ถล่มเมืองไทยไปทั่วทุกสารทิศ หนึ่งในพื้นที่ที่โดนน้ำท่วมไปด้วยก็คืออำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่หลักที่เป็นตัวอ้างสำหรับการสร้างเขื่อน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ฟัง

“ถ้าไม่สร้างเขื่อนแม่วงก์ แล้วทางออกการจัดการน้ำในเขตพื้นที่นี้จะทำอย่างไรล่ะครับ” ผมถามศศิน เขาตอบยาว ข้อมูลแน่นอยู่ในหัว คอลัมน์ หลังเลนส์ในดงลึก มติชนสุดสัปดสห์ 20 กันยายน 2556 โดย ปริญญากร วรวรรณ “ฟัง” “ใช้สมองมาเยอะแล้วครับ คงต้องใช้ “ตีน” ช่วยบ้างแล้วล่ะ หนุ่มใหญ่ผู้หนึ่งพูดกับผม เมื่อเราพบกันวันที่ 1 กันยายน บริเวณสำนักงานเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง เขาคือ ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิ สืบนาคะเสถียร เราและคนอีกจำนวนมาก มาร่วมงานรำลึกถึง สืบ นาคะเสถียร ผู้ชายที่เคยพูดไว้เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วว่า “ถ้าเผื่อเรามีทรัพยากรที่เป็นลุ่มน้ำอยู่มาก แล้วรักษาป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ได้บางส่วน ใช้ไปบางส่วน เหมือสมัยที่เรามีป่ามากเราอาจสร้างเขื่อนได้บางแห่ง แต่ในปัจจุบันลักษณะของพื้นที่ที่เป็นลุ่มน้ำ เหมาะจะสร้างเขื่อนให้ได้ปริมาณน้ำมากๆ เอามาผลิตกระแสไฟฟ้ามันเหลือน้อย และการที่เราจะสร้างเขื่อนไปก่อน แล้วค่อยตามแก้ไขผลกระทบทีหลังผมคิดว่ามันไม่สามารถแก้ไขได้ ในทางปฏิบัติ เดี๋ยวนี้เขื่อนเริ่มจะเข้าไปในพื้นที่อนุรักษ์แล้ว เพราะว่าป่าข้างนอกหมดแล้ว หากมีการสร้างเขื่อนในพื้นที่อนุรักษ์ ผมคิดว่าป่าอนุรักษ์ในอนาคตคงไม่มีความหมายอะไร เหลือแต่ชื่อเอาไว้ว่าเคยเป็นป่าอนุรักษ์มาก่อน” ฯลฯ สืบ นาคะเสถียร พูดถึงเรื่องราวเช่นนี้มาแล้วกว่า […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เรื่องเขื่อนๆ

 “ไม่นานมานี้ มีผลการศึกษาชิ้นหนึ่งของคณะนักวิทยาศาสตร์จากยุโรปที่ศึกษาเขื่อนขนาดเล็ก 6 เขื่อน ในแม่น้ำซาร์ ประเทศเยอรมนี พบว่าตะกอนที่น้ำพัดพามาสะสมอยู่หลังเขื่อน เป็นตัวการที่ปลดปล่อยก๊าซมีเทน ซึ่งเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีอานุภาพเหนือกว่าคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 25 เท่า “ดังนั้นการสร้างเขื่อนไม่เพียงแต่ทำลายป่าที่เป็นตัวซึมซับก๊าซเรือนกระจกไว้ แต่เขื่อนยังเพิ่มก๊าซเรือนกระจกให้มากขึ้นอีก” ถึงตอนที่ได้อ่านบทความนี้ การเดินเท้าทางไกลเกือบ 400 กิโลเมตร เพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนแม่วงก์คงปิดฉากไปแล้ว แต่การต่อสู้ใช่ว่าจะจบสิ้นลงไป เพราะการรณรงค์มีเป้าหมายในการสร้างผลสะเทือนให้เกิดการรับรู้ข้อมูลในวงกว้างมากขึ้น เกี่ยวกับผลเสียของการก่อสร้าง แม้สื่อกระแสหลักไม่ลงมาเล่นด้วย แต่ยุคนี้ภาคประชาชนก็มีโซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือที่สามารถสร้างกระแสขึ้นมาได้เช่นเดียวกัน ส่วนผลลัพธ์สุดท้ายคงเป็นเรื่องอนาคตที่ไม่อาจคาดเดาได้ เขื่อนไม่ได้ส่งผลเสียไปเสียทั้งหมด ด้านดีก็มีของมันอยู่ และเรื่องพวกนี้ก็ตัดสินกันได้ด้วยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงได้ แต่มันมักจะไม่เป็นเช่นนั้นเสมอไป เช่นกรณีโครงการเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2525 ผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมมา ถึง 3 ครั้งด้วยกัน แต่ผู้มีอำนาจก็ยังคงดึงดันที่จะก่อสร้างให้ได้ต่อไปแทนที่จะพิจารณาทางเลือกอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบน้อยกว่า และมีประสิทธิผลมากกว่า มันซ้ำรอยไม่ต่างกันกับความพยายามที่จะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ซึ่งปัจจุบันหาทางเลี่ยงไปเป็นเขื่อนยมบน-ยมล่าง หรือที่มีหลักฐานประจานกันอยู่อย่างเช่นกรณีเขื่อนปากมูล ที่ดึงดันสร้างจนสำเร็จกลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งความชั่วร้ายสำหรับคนท้องถิ่น โดยที่ปัญหากับชาวบ้านก็ยังคาราคาซังกันอยู่มานานนับสิบปี กับเขื่อนที่แทบไม่ได้ประโยชน์อะไรจากมันเลย เขื่อนขนาดใหญ่ (สูง 15 เมตรขึ้นไป) ในโลกนี้มีอยู่ประมาณ 48,000 เขื่อน หากคำนวณออกมาจะเท่ากับเกิดเขื่อนขนาดใหญ่ขึ้นทุกวันในโลกในรอบ 130 ปีที่ผ่านมา นี่ยังไม่นับถึงเขื่อนขนาดเล็กๆ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....