เครื่องเทศ ประวัติศาสตร์รสจัดจ้าน (1)

http://photos-h.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash1/hs261.ash1/18854_453141050323_535230323_10617965_7663977_n.jpg

ภาค 1 เวนิซ อี อันติคี สิ่งที่ผมจำได้แม่นยำที่สุดในการกินอาหารมื้อค่ำที่แคมโปซานมอริซิโอ ก็คือ กั้ง กองสัตว์ทะเลสีชมพูอมขาวที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วจานเงินใบใหญ่ และลูก้า ที่ยืนค้ำประตูครัวเตี้ยๆ ในชุดกางเกงหนัง เสื้อกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มและรองเท้าบู๊ตสีส้มสะท้อนแสง รอยยิ้มกว้างฉาบอยู่บนใบหน้าแบบคนกร้านโลกีย์ ขณะที่เขาหยุดชะงักเหมือนเล่นละคร เพื่อยื่นจานออกมาให้พวกเราได้ชื่นชมของรางวัลแสนชุ่มฉ่ำ กั้งพวกนั้นมีขนาดพอๆ กับนิ้วชี้ของคนอ้วนและอยู่ในตระกูลเดียวกับสัตว์ทะเลแสนอร่อยอย่างกุ้งและเครย์ฟิช (สัตว์ตระกูลกุ้ง คล้ายล็อบสเตอร์แต่เล็กกว่า – ผู้แปล) อย่างไรก็ตาม รูปร่างของมันคล้ายแมลงมากกว่า ไม่มีสีสันสดใส ไม่มีก้ามใหญ่โตเหมือนสัตว์ทะเลเปลือกแข็งอื่นๆ รสชาตินุ่มนวลกว่า ผสมผสานระหว่างความหวานและความเค็มได้อย่างสุดแสนสมดุล เมื่อกั้งมาถึงโต๊ะ ผมจึงทิ้งมีดและส้อม เพื่อจะได้ลงมือฉีกสัตว์น้ำแสนอร่อยนี้ออกเป็นชิ้นๆ อย่างเป็นขั้นตอน เพื่อแกะเนื้อแสนหวานออกมา และดูดเลียนิ้วมือเพื่อไม่ให้สูญเสียน้ำทุกหยดที่เจือด้วยรสเค็มจากตัวกั้ง ผมพยายามทบทวนคำสอนจากจุลสารสอนมารยาทที่ตีพิมพ์ในปี 1483 ซึ่งในยุคนั้น ทุกคนยังใช้มือหยิบกินอาหาร “กินอาหารโดยใช้นิ้วเพียง 3 นิ้ว อย่ากินอาหารคำใหญ่จนเกินไป และอย่าใช้ทั้ง 2 มือป้อนอาหารใส่ปาก” แต่ความสำเร็จก็ดูเหมือนจะลางเลือน เช่นเดียวกับการทำอาหารอิตาเลียนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน สูตรในการปรุงกั้งนั้นเรียบง่ายมาก แค่ทาน้ำมันมะกอกให้ทั่วตัวกั้ง แล้วปรุงรสด้วยเกลือพริกไทย นี่เป็นอาหารแบบเวนิซทุกองค์ประกอบ เป็นอาหารที่มาจากทะเลสาบอุดมสมบูรณ์ซึ่งเลี้ยงดูชาวประมงในท้องถิ่นมานาน ก่อนที่เวนิซจะกลายเป็นนายหน้าค้าพริกไทยในยุโรป และยังคงเป็นเช่นนั้นสืบต่อมาอีกยาวนานหลังจากที่เมืองนี้ถูกพัดพาเข้าร่วมแวดวงการค้าเครื่องเทศ พริกไทยยังหลงเหลืออยู่ที่นี่ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

นางใน ของกษัตริย์ยุโรป (1)

http://cyborg9.exteen.com/images/book/nang1.jpg

ภาพมาดาม เดอ ปอมปาดูร์ หนังสือชุดประวัติศาตร์อ่านสนุก บทนำ เมื่อโชคชะตาของประเทศชาติอยู่ ในห้องนอนของสตรีผู้หนึ่ง ที่ที่ดีที่สุดสำหรับนัก ประวัติศาสตร์ ก็คือหน้าห้องนอนนั้น -Charles-Augustin Sainte-Beuve หากโสเภณีเป็นอาชีพเก่า แก่ที่สุดของโลก เช่นนั้นแล้ว ศิลปะอันละเอียดอ่อนกว่าของการเป็นนางใน1ก็คืออาชีพเก่าแก่อันดับ สอง หากเราจินตนาการถึงนางใน ที่งดงามที่สุด เธอผู้เหมาะสมกับกษัตริย์ เราจะเห็นภาพสลัวระยับของหญิงคนหนึ่งซึ่งมือของเธอนั้นคอยแอบปลุกปั้น ประวัติศาสตร์ ส่วนใหญ่แล้ว เธอจะยืนอยู่ในเงาของโลกใบหนึ่งซึ่งแสงจ้าทั้งหมดสาดส่องจับจ้องยังชายผู้ กำลังก่อร่างสร้างประวัติศาสตร์ นานๆ ครั้งเราจึงจะได้ยินเสียงกระโปรงไหมส่ายเสียด หรือได้ยินเสียงหัวเราะราวดนตรีของเธอสะท้อนก้องออกมาจากหลังบัลลังก์ การก่อกำเนิดของนางใน แห่งราชสำนักยุโรปนั้นฉับพลันทันที โผล่ผุดออกจากม่านหมอกแห่งยุคกลางที่กำลังจะผ่านพ้นไป นานนับพันปีหลังการล่มสลายของกรุงโรม ความผิดบาปของราชวงศ์ซุกตัวซ่อนอยู่หลังม่านหนาของเตียงบรรทมแบบสี่เสา ก่อนมาครวญคร่ำอยู่ในความมืดลึกล้ำแห่งการสารภาพบาป ศาสนจักรโรมันคาธอลิกเขม้นมองเข้มงวดกับการคบชู้ และหญิงร้ายกาจแห่งราชสำนักก็ถูกซ่อนไว้แน่นหนาในฉากหลัง บางคราว อาจมีชื่อของหญิงบางคนเชื่อมโยงกับราชวงศ์ในยุคฟิวดัล2 เช่นหญิงตระกูลโหมด (Maude) หรือบลองช์ (Blanche) ทว่าไม่มีอะไรให้ล่วงรู้มากเกินนั้นอีก ลูกนอกสมรส3ของกษัตริย์จำนวนมาก ดูคล้ายผุดขึ้นจากอากาศ เรารู้เพียงแต่ว่าพวกเขาย่อมมีมารดา ข้อมูลรักเร้นของราชวงศ์ที่ขาดแคลนแทบถึงที่สุดนี้ ไม่เพียงเกิดจากศาสนจักรที่บงการให้เก็บงำไว้เท่านั้น ทว่ายุคนั้นยังไม่รู้หนังสือกันมาก กระทั่งในหมู่ราชวงศ์เอง ส่วนใหญ่ยังสะกดชื่อของตนไม่เป็นด้วยซ้ำ เรารู้จักนางในแห่ง อังกฤษในยุคกลางอย่าง อลิซ เพอร์เรอร์ส […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

นางใน ของกษัตริย์ยุโรป (2)

http://www.gutenberg.org/files/11956/11956-h/images/249.jpg

กษัตริย์ฟรองซัวส์ที่ หนึ่ง (Francois I) แห่งฝรั่งเศส (1494-1547) เป็นกษัตริย์องค์แรกที่พระราชทานตำแหน่ง สนม เอก หรือ maîtresse-en-titre6 ให้กับนางในคนโปรด ทรงสำราญกับการแต่งตั้งนางในต่อเนื่องสืบมาอย่างหนักแน่นมั่นคงยิ่งยวด ในครึ่งหลังของศตวรรษที่สิบหก นางในแห่งราชสำนักฝรั่งเศสนั้นทรงอำนาจยิ่งกว่าราชสำนักอื่นใดในยุโรปยืนยง ถึงเกือบสองร้อยปี ดิอาน เดอ ปัวติเยส์ (Diane de Poitiers) นางในของพระเจ้าอองรีที่ สอง7 (Henri II) (1519-1559) ได้เป็นถึงสมาชิกสภาของ ฝรั่งเศส เปิดประชุมขั้นสุดยอดบนเตียงแห่งการปกครองประเทศ ดิอานออกกฎหมายและกำหนดภาษี เธอยังลงนามร่วมกับกษัตริย์ในคำสั่งต่างๆในนาม อองรีดิอาน (HenriDiane) อีกด้วย กาเบ รียล เดสเทร่ส์ (Gabrielle d’Estrees) นางในของกษัตริย์อองรีที่ สี่ (Henri IV) (1553-1610) เป็นอีกคนที่เข้าร่วมใน สภา ออกกฎหมาย ต้อนรับทูต และมีส่วนช่วยอย่างมากในการยุติสงครามศาสนากลางเมือง สำหรับในอังกฤษ กษัตริย์เฮนรี่ที่แปด (Henry VIII) (1491-1547) […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แกงป่าหน่อข้อไก่หน่อไม้ดอง

http://photos-a.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc3/hs127.snc3/17454_440869355323_535230323_10534833_7931765_n.jpg

เป็นเดือนๆมาแล้วที่ทำแกงกินน้อยลงกว่าเดิมไปเยอะ เพราะหลังจากให้เขามาถางหญ้าตัดต้นไม้หลังนหมดฝน กระเพรา โหระพา ยี่หร่า ในบ้านก็ปราศนาการไป (แต่ถางจนเกลี้ยงแล้วฝนยังอำนวยก็ดันไม่เอามาปลูกอีก) แวะซุปเปอร์มาร์เก็ตก็รู้สึกว่าทำไมมันขายเยอะจัง อยากได้แค่สองสามต้น สำหรับแกงชามเล็กๆ พวกยัดมาเป็นมัด หารเฉลี่ยแล้วใช้จริงแค่ไม่เกินสองบาท ที่เหลือเดี๋ยวก็เน่าทิ้งอีก แต่ละเว้นจากแกงนานไปก็เฝือเหมือนกัน ซื้อก็ซื้อ เที่ยวนี้เลือกกระเพรา จะเอามาแกงป่ากับหน่อไม้ดองที่ยังมีอยู่อีกถุง หน่อไม้ดองแบบชาวบ้านที่ไม่มีการแต่งสีและใส่สาร แต่บางทีก็มีเศษข้าวสารปนมาด้วย เขาใส่ไว้ดองหน่อไม้นั่นแหละ ไม่เปรี้ยวมาก ออกเค็มหน่อย สีสันไม่น่ากิน แต่ปลอดภัยดี เก็บไว้ในตู้เย็นอยู่ได้นานโดยไม่โอ่ เอาออกมาล้างน้ำขยำๆ เบาๆ หนึ่งรอบ ต้องชิมก่อนว่าจะล้างขนาดไหน เพราะบางทีล้างเพลินจนไม่เหลือรสชาติ ซื้อข้อไก่มาด้วยหนึ่งแพค ล้างน้ำเอาลงผัดกับพริกแกง จนหอมกระจาย ใส่หน่อไม้ดองที่เอาขึ้นมาสะเด็ดน้ำเตรียมไว้แล้วลงไปผัดอีกสองสามรอบ เติมน้ำลงไปเร่งไฟจนเดือด ปรุงน้ำปลาหน่อยเพิ่มรสชาติ พอเดือดก็ใส่ข้าวสารโขลกละเอียดลงไปหนึ่งช้อนคาว แล้วโรยใบกระเพราลงไป เรียบร้อย สับปลาช่อนแม่ลาเป้นท่อนๆ ลงทอดในน้ำมันร้อนๆ กรอบนอกนุมใน เท่านี้ละครับ กินกับข้าวสวย ซี้ดซาดไปสามบ้านเจ็ดบ้าน ปัญหาก็คือ ไอ้ที่แกงไปนั้น มันเยอะเกินไป กินไปทั้งวันเสาร์ อาทิตย์ สิริรวมหกมื้อ ยังเหลือพอกินได้อีกสองมื้อ พระเจ้าช่วย ต้องใส่ถ้วยไว้ในตู้เย็น พักไปกินอย่างอื่นมั่ง […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....