ปลาแซลมอนตัดต่อพันธุกรรม

http://upload.wikimedia.org/wikipedia/commons/3/38/Salmo_salar_GLERL_1.jpg

สมัยเด็กๆ ผมรู้จักปลาแซลมอนก็แต่ชื่อ ว่ามันเป็นปลาชนิดหนึ่งที่ฝรั่งเขากินกัน แม้สมัยเมื่อเรียนจบปริญญาเริ่มทำงานเมื่อราวเกือบสามสิบปีก่อน มันก็ไม่ได้เป็นปลาที่จะหากินได้ง่ายๆ ต้องร้านหรูสักหน่อย หรือไม่ก็ตามภัตตาคารในโรงแรม และต้องเป็นคนมีสตังค์มากสักหน่อย ถึงจะมีโอกาสได้ลิ้มลอง กว่าผมจะได้มีโอกาสกินปลาแซลมอนจริงๆ ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกก็ตอนตัวเองอายุเกินสามสิบปีแล้วเมื่อตอนเดินทางไปทำข่าวในต่างประเทศ แต่ยุคสมัยเปลี่ยนไป เดี๋ยวนี้คนไทยทั่วๆ ไปรู้จักปลาแซลมอนกันดี ได้เห็นกับตาอยู่ทั่วไป เพราะมันมีอยู่เกลื่อนกล่น ทั้งในร้านอาหารและในตลาดสติดแอร์ ร้านสเต๊กข้างถนนราคาไม่แพงมีรายการสเต๊กปลาแซลมอนราคาไม่แพงให้สั่ง ร้านขายซูชิก็มีไปทั่วหัวระแหง เข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านขายอาหารแช่แข็งของซีพี ชื่ออะไรก็จำไม่ได้ มีหัวปลาแซลมอนต้มซีอิ๊วขายบรรจุถุงในตู้แช่แข็ง ระบบการขนส่งและระบบการเก็บรักษาดีขึ้นด้วยเทคโนโลยี เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มันแพร่หลายไปได้ แต่ที่สำคัญก็คือการเลี้ยงปลาแซลมอน ทำให้ปริมาณปลาชนิดนี้มีมากขึ้นจนสามารถส่งออกไปได้ทั่วโลกในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไป ผมก็เป็นคนทั่วไปคนหนึ่ง  ที่บอกว่าการเข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไปนี่หมายถึงเกิดนึกอยากกินขึ้นมาก็หากินได้ในราคาไม่เกินเลยนะครับ ไม่ใช่ว่ากินกันทุกวันเป็นอาหารประจำ เพราะถึงอย่างไรมันก็แพงกว่าอาหารทั่วๆ ไปอยู่แล้ว ซูชิหน้าแซลมอนคำละสิบบาทมีขายนะครับ แต่ใช้เงินสามสิบบาทซื้อมากินแค่สามคำก็กินยากระเพาะไป เงินเท่ากันเอาไปกินก๋วยเตี๋ยวหนึ่งชามยังเหลือเงินซื้อน้ำกินได้อีก ปลาแซลมอนที่มาขายๆ ทั่วไปในบ้านเรา เป็นปลาเลี้ยงนำเข้าทั้งนั้น สัตว์น้ำสัตว์บกอะไรที่เอาไปเลี้ยงเพื่อเป็นอาหารจนมีเยอะแยะเกลื่อนกลาดส่วนใหญ่ก็ล้วนใช้กรรมวิธีสมัยใหม่ในการเลี้ยง ช่วงหนึ่งมีข่าวว่าให้ระวังการกินปลาแซลมอน เพราะในการเลี้ยงเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงประหยัดสุด หรือให้ได้อัตราแลกเนื้อโดยจ่ายเงินน้อยที่สุด ก็อัดฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะเข้าไป เร่งการเติบโต ลดความเจ็บป่วยไข้ทั้งหลาย ปลาแซลมอนเลี้ยงจึงไม่ค่อยต่างจากสัตว์เลี้ยงเชิงอุตสาหกรรมเพื่อเป็นอาหารของมนุษย์สักเท่าไหร่ ทั้งที่เราก็เห็นว่าปลาแซลมอนระบาดไปทั่วแบบนี้ ก็ยังไม่พอสำหรับธุรกิจที่ต้องคิดหาวิธีทำกำไรสูงสุดด้วยต้นทุนต่ำสุด ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ สิ่งที่พยายามทำกันก็คือ เอาเทคโนโลยีตัดต่อพันธุกรรมมาใช้กับปลาแซลมอน บริษัทอมริกันชื่อ อควาบาวน์ตี้ เทคโนโลยี ลงทุนค้นคว้าวิจัยทดลองเพื่อสร้างปลาแซลมอนตัดต่อพันธุกรรมมาเป็นเวลา 14 […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ฉลาดรู้ wiseknow.com

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs426.snc4/46970_10150252858615324_535230323_14108682_2668220_n.jpg

เว็บไซต์ wiseknow.com เป็นเว็บไวต์ที่รวมรวบรวมข้อมูลข่าวสารจากสื่อต่างๆ มาไว้ในเว็บตามคำอธิบายในภาพข้างต้น บ้างเป็นข้อมูลข่าวสาร บ้างเป็นบทความจากคอลัมน์จากที่โน่นที่นี่พูดง่ายๆ คือเที่ยวก็อปปี้มาเกือบทั้งหมด เหตุที่ได้อีเมล์นี้มาเพราะบทความที่เขียนถูกคัดลอกนำไปใส่หลายครั้ง แต่ไม่ได้ใส่ใจ เพราะเห็นว่าเป็นเว็บขยะชนิดหนึ่ง แต่บังเอิญเพื่อนนักหนังสือพิมพ์บางฉบับเข้าใจผิดคิดว่าบทความที่อยู่ใน เว็บ นี้เป็นเว็บนี้ทำเองเขียนเอง แปลเอง หรือคนของเว็บนี้เขียนขึ้นมา ก็เลยเขียนอีเมล์ไปทักท้วงว่า น่าจะลงที่มาของบทความนั้นๆ ว่ามาจากสื่อฉบับไหน ฉบับวันเดือนปีอะไร ภาพข้างบนคือคำตอบ เราถามถึงมารยาทเล็กน้อยที่วิญญูชนพึงมี กลับได้รับคำตอบกล่าวอ้างข้อกฏหมาย เราถามถึงมารยาทของท่าน ท่านกลับกล่าวอ้างผู้อื่นล้วนไม่มีมารยาท ท่านไม่มีมิเห็นจะเป็นไร ยิ่งสังเกตคำตอบกลับอ้างคำโตว่า  เพื่อปณิธานอันยิ่งใหญ่ “แบ่งปันความรู้ให้กับประชาชนเพื่อสร้างสรรค์พลังอันยิ่งใหญ่ของสังคมไทย” ท่านมีปณิธานอันยิ่งใหญ่ เราผู้น้อยน้อมรับ ท่านแม้มารยาทเพียงเล็กน้อย กลับไม่มี มิควรอวดโอ่ปณิธานยิ่งใหญ่ จดจำเว็บ wiseknow.com ไว้ขึ้นใจ ปรัชญาการแบ่งปันมิควรถูกทำให้สามานย์ ……. มีอีเมล์อีกฉบับกลับ หลังจากตอบกลับไปว่า ถามถึงมารยาท  หากไม่มีก็แล้วกันไป คำตอบกลับมาตามข้างล่าง เรียน คุณศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ ความจริงไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดเลย แต่เกรงว่าจะเข้าใจผิดไปกันใหญ่ ดังได้ชี้แจงก่อนหน้านี้ว่าทางเราให้เกียรติต่อนักเขียนผู้เขียนข้อมูล ข่าวสารหรือข้อเท็จจริงต่างๆในลักษณะข่าวสารทุกท่าน ซึ่งน่าจะเพียงพอแล้วนั้น ถือว่าเรามีมารยาทที่พีงมีต่อนักเขียนแล้ว สำหรับสำนักพิมพ์ของหนังสือพิมพ์ต่างๆนั้น ไม่ได้เป็นเจ้าของข้อเขียนเหล่านั้น เช่น […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

อภิทุนนิยม (Supercapitalism)

http://ecx.images-amazon.com/images/I/41w6RVNgu4L.jpg

บทที่ 6 คู่มือพลเมืองเรื่องอภิทุนนิยม ผมขอบรรเลงซ้ำว่า อภิทุนนิยมมีชัยชนะเมื่ออำนาจเปลี่ยนไปสู่ผู้บริโภคกับนักลงทุน  ตอนนี้พวกเขามีทางเลือกมากมายชนิดที่ไม่เคยมีมาก่อนและสามารถหันไปหาข้อเสนอที่ดีกว่าได้ง่ายขึ้น และการแข่งขันในหมู่บริษัทต่างๆ ที่จะดึงดูดและเก็บพวกเขาไว้ยังคงรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งหมายถึงสินค้าที่ดีขึ้นและถูกลงกับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ในขณะที่อภิทุนนิยมชนะ ผลพวงทางสังคมด้านลบของมันก็ทาบเงาทะมึนใหญ่ขึ้นเช่นกัน  เงาดำเหล่านี้รวมถึงความไม่เท่าเทียมที่ถ่างกว้างยิ่งขึ้นในขณะที่ผลได้ส่วนใหญ่จากการเติบโตทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ที่ส่วนยอด ความมั่นคงด้านหน้าที่การงานลดลง การไร้เสถียรภาพหรือการสูญหายไปของชุมชน การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม การละเมิดสิทธิมนุษยชนในต่างประเทศและความล้นหลามของสินค้ากับผลิตภัณฑ์ที่ชักนำเราให้หลงระเริงตามความปรารถนาด้านใฝ่ต่ำ  ผลพวงเหล่านี้มีให้เห็นในสหรัฐมากกว่าชาติเศรษฐกิจก้าวหน้าอื่นๆ เพราะว่าอเมริกาถลำเข้าไปในอภิทุนนิยมลึกกว่า  เศรษฐกิจประเทศอื่นซึ่งก็ตามมาติดๆ เริ่มประสบกับภาวะหลายอย่างที่คล้ายกัน ระชาธิปไตยเป็นเครื่องมือที่เหมาะสมในการตอบสนองต่อผลกระทบทางสังคมเหล่านั้น เพราะเป็นเวทีที่มีการแสดงออกซึ่งคุณค่าพลเมือง และเป็นเวทีสำหรับการตัดสินทางเลือกระหว่างสิ่งที่เราต้องการเพื่อตัวเองในฐานะผู้บริโภค/นักลงทุนกับสิ่งที่เราต้องการบรรลุร่วมกันในฐานะพลเมือง แต่การแข่งขันทำนองเดียวกันกับที่เติมเชื้อเพลิงให้กับอภิทุนนิยมได้ลุกลามเข้ามาในกระบวนการทางการเมือง บริษัทใหญ่ๆ จ้างกองทัพล็อบบี้ยิสต์ ทนายความ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ชำนาญการด้านประชาสัมพันธ์ พร้อมทั้งอุทิศเงินก้อนใหญ่ขึ้นทุกทีให้กับการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง  ผลลัพธ์คือเสียงของเราและคุณค่าของพลเมืองจมหายไป  ท่ามกลางกระแสดังกล่าว สถาบันเก่าที่เคยเป็นช่องทางการแสดงออกของคุณค่าพลเมืองใน “ยุคทองกลายๆ” เช่นสหภาพแรงงานในระดับอุตสาหกรรม กลุ่มพลเมืองท้องถิ่น “รัฐบุรุษภาคธุรกิจ” ซึ่งทำหน้าที่ตอบสนองผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม กับหน่วยงานรัฐที่ทำหน้าที่กำกับดูแล ส่วนใหญ่ถูกกระแสลมแรงของอภิทุนนิยมพัดกระจายหายไป แทนที่จะปกป้องประชาธิปไตยจากผลข้างเคียงด้านลบอันน่าสลดของอภิทุนนิยม พวกนักปฏิรูปหลายคนกลับมุ่งที่จะเปลี่ยนพฤติกรรมเฉพาะของบางบริษัท เช่น สรรเสริญพวกเขาว่ามีคุณธรรมทางสังคมหรือโจมตีว่าพวกเขาไม่รับผิดชอบต่อสังคม  ผลลัพธ์ก็คือความเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในพฤติกรรมธุรกิจ แต่ผลกระทบในภาพใหญ่กว่าก็คือการเบี่ยงเบนความสนใจของประชาชนจากการทำให้ประชาธิปไตยทำงาน เราไม่เคยขาดแคลนความคิดเกี่ยวกับนโยบายจัดการกับผลด้านลบทางสังคมของอภิทุนนิยม  ตัวกระผมเองก็ได้นำเสนอแนวคิดของตนในตอนท้ายบทที่ 3 คุณอาจไม่เห็นด้วย แต่เรายังไม่เคยแม้กระทั่งมาโต้เถียงกันอย่างจริงจัง เพราะว่านโยบายรัฐเริ่มห่างไกลจากการเมืองมากขึ้นทุกที  ทุกครั้งในช่วงฤดูหาเสียงเลือกตั้งก็จะมีการนำความคิดใหม่ๆ มาแสดงกับประชาชน แต่ข้อเสนอเหล่านี้ไม่ค่อยมีผลกระทบกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้ง […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แกงจืดหมูสับเกี้ยมบ๊วย

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs423.snc4/46583_10150250668060324_535230323_14047160_7352485_n.jpg

วันก่อนทำแกงจืดหมูสับห่อแตงกวา ใช้วิธีตีลังกา แทนที่จะคว้านไส้แตงแล้วยัดหมูสับลงไป เปลี่ยนเป็นหั่นแตงกวาเป็นชิ้น แล้วเอาหมูสับห่อมันแทน ไม่ต้องคว้านไส้แตงกวาที่เป็นของดีทิ้ง วิธีทำคงไม่ต้องบอก เพราะมันก็แค่แกงจืดหมูบะช่อธรรมดา แต่ที่ทำไปก็พลิกแพลง เพราะเมื่อวานไข้ขึ้น ร้อนใน เลยใส่ขิงลงไปในน้ำซุป และสับขิงขยำกับหมูสับด้วย  ทำเสร็จแล้วซดร้อนๆ อาการก็ดีขึ้น รุ่งเช้าโล่งกว่าวันก่อนมาก ดูรูปไปก็แล้วกัน หลังจากทำเสร็จ ตามธรรมเนียมการแบ่งปันในเครือข่ายสังคมบนเฟซบุ๊ก  เพื่อนคนหนึ่งเห็นก็ถามว่าเคยทำแกงจืดหมูสับกับเกี้ยมบ๊วยไหม แก้ขมลิ้นได้ดี อย่าว่าแต่เคยทำเลย เกิดมาไม่เคยได้ยิน ไม่เคยกิน ไม่เคยเห็น แต่บอกเพื่อนไปว่าวันนี้จะลองทำดู อ่านหนังสือการ์ตูน คู่พยัคฆ์กระทะร้อน ในหน้าแรกเขียนไว้ว่า “อาหารจะอร่อยต้องทำด้วยใจกับมือ และยิ่งคนทำใส่ใจมากเท่าไหร่ก็จะอร่อยมากขึ้นเท่านั้น (ฮิกาชิ ซาโยโกะ นักวิจัยอาหาร)” จึงต้องใช้จินตนาการอย่างมากกับเมนูนี้ เริ่มต้นด้วยการเคี่ยวซี่โครงหมูอ่อนเพื่อทำน้ำสต๊อกเป็นเวลาสองชั่วโมง ซี่โครงนั่นเดี๋ยวเก็บไว้ไปทำอย่างอื่นได้ น้ำสต๊อคที่เหลือก็เก็บได้ ได้น้ำสต๊อกมาก็ง่าย ถ่ายใส่หม้อเล็กพอกินมื้อสองมื้อมาต้มให้เดือดอีกที แล้วใส่หมูสับเหยาะน้ำเกี้ยมบ๊วยนิดหน่อยลงไป ช้อนฟองทิ้ง เหยาะซีอิ๊วขาวเบาๆ มือ ใส่เกี๋ยวบ๊วยที่ขยำๆ ลงไป ใส่ไปทั้งเม็ดนั่นแหละ พอเดือดอีกทีก็ ตักใส่ถ้วย โรยผักชี ลองซดดูร้อนๆ กับอาหารที่ใช้จินตนาการสุดๆ  ใช้ได้เลยเลย จำได้ว่าสมัยตอนป่วยเพราะท้องเสีย อดนอน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....