Lubuntu X ,ดีเจ, เกะ

เมื่อวันก่อน ผมเข้าไปที่เว็บไซต์แห่งหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่าเป็น “สถานีวิทยุออนไลน์ PJ Radio” (http://115.178.61.46/icecastcp/player.php?uid=2)  เป็นเว็บไซต์สำหรับการเข้าไปฟังเพลง แล้วก็สนทนาพาทีกันด้วยตัวหนังสือผ่านหน้าจอ หรือ “แชต” กันนั่นเอง เว็บนี้สร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของโอเพ่นซอร์สซอฟต์แวร์ คนที่ทำก็อยู่ในแวดวงของผู้ใช้ลินุกซ์ที่แวะเวียนไปช่วยกันสร้างสรรค์เว็บ ubuntuclub.com เป็นประจำ ดีเจที่เปิดเพลงก็เป็นคนจากเว็บเดียวกันนี้ละครับ เข้าไปไม่กี่ครั้ง ครั้งสุดท้ายที่เข้าไป ผมก็แสดงความจำนงว่าอยากจะลองเป็นดีเจมั่ง คืออยากจะขอเปิดเพลงให้คนอื่นฟังบ้างนั่นเอง ใช้เวลาติดตั้งโปรแกรมซึ่งเป็นโปรแกรมประเภทโอเพ่นซอร์สทั้งนั้น แล้ว ให้เขาสอนการตั้งค่าผ่านหน้าจอแชต และดูจากเว็บไซต์ประกอบนิดหน่อย สักพักผมก็กลายเป็นดีเจเปิดเพลงผ่านเว็บไปให้ฃาวบ้านร้านช่องฟังกันได้ คิดว่าคงนึกภาพออก ถ้านึกไม่อออกก็นึกถึง “แคมฟร็อก” นั่นละครับใกล้เคียงที่สุด แต่นี่เป็นห้องฟังเพลงผ่านเว็บ และไม่มีการส่องกล้องมองดูกันเหมือนแคมฟร็อก สมัยก่อนผมเป็นดีเจเปิดเพลงผ่านแคมฟร็อกเป็นประจำ แต่เลิกราไปนานแล้วเพราะแคมฟร็อกต้องรันบนวินโดวส์ ขณะที่ผมเลิกใช้วินโดวส์เด็ดขาดมานาน ก็เลยเลิกไปโดยปริยาย เปิดเพลงฟังเองสดๆ มีความสุขนะครับ เปิดเพลงให้คนอื่นฟังสดๆ ก็ยิ่งมีความสุขเข้าไปใหญ่ แต่สาเหตุที่เข้าไปยัง “สถานีวิทยุออนไลน์ PJ Radio” จริงๆ ก็คืออยากเข้าไปทดสอบดูว่าชาวโอเพ่นซอร์สทำอะไรไปได้ถึงขนาดไหน สาเหตุรองลงมาก็คือ มีคนชวนให้เข้าไปคุยกันที่นั่นเรื่องการทำเว็บไซต์โอเพ่นซอร์ส  ในลักษณะที่เป็นศูนย์รวมไม่จำกัดค่าย เผยแพร่กระจายข่าวสาร ความรู้ เทคนิค และแก้ไขปัญหา ในลักษณะการช่วยกันคนละไม้ละมือ ชาวโอเพ่นซอร์สมีคุณสมบัติร่วมอย่างหนึ่งคือมีจิตใจของการแบ่งปัน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เจงกิสข่าน (3)

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs613.snc4/59344_10150258872490324_535230323_14258533_5379423_n.jpg

ในศตวรรษที่ยี่สิบ พวกโซเวียตผู้ปกครองต้องการให้แน่ใจว่าดินแดนที่เจงกิสข่านถือกำเนิดและฝังร่างไว้จะไม่กลายเป็นจุดชุมนุมของนักชาตินิยม จึงให้มีการป้องกันรักษาอย่างมั่นคง ทางการโซเวียตกำหนดเป็นเขตหวงห้ามระดับสูง แทนที่จะเรียกว่าสถานที่ต้องห้ามที่ยิ่งใหญ่หรือชื่อทางประวัติศาสตร์ชื่อใดชื่อหนึ่งซึ่งอาจมีนัยที่เชื่อมโยงกับเจงกิสข่าน ในทางบริหารพวกโซเวียตแยกบริเวณนี้ออกจากจังหวัดรอบๆ ให้อยู่ภายใต้การดูแลโดยตรงของรัฐบาลกลาง และอยู่ภายใต้การควบคุมของมอสโควอย่างใกล้ชิดตามลำดับ ทางการโซเวียตปิดล้อมบริเวณนี้เพิ่มขึ้นโดยการล้อมรอบเขตหวงห้ามระดับสูงเนื้อที่ 1 ล้านเฮกตาร์ด้วยเขตหวงห้ามระดับสูงที่มีเนื้อที่ใหญ่เท่ากัน  รัฐบาลยุคคอมมิวนิสต์ไม่ได้สร้างถนนหรือสะพานเพื่อป้องกันการเดินทางภายในพื้นที่ดังกล่าว ทางการโซเวียตตั้งฐานทัพอากาศสำหรับเครื่องบินมิกซ์ที่มีการป้องกันอย่างเข้มงวด และน่าจะรวมทั้งคลังเก็บอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างเขตหวงห้ามนี้กับเมืองหลวงอูลันบาตาร์ของมองโกเลีย  มีฐานทัพรถถังขนาดใหญ่แห่งหนึ่งกั้นทางเข้าไปยังเขตหวงห้าม และกองทัพรัสเซียใช้พื้นที่นี้สำหรับการทดลองยิงปืนใหญ่และการซ้อมรบของรถถัง พวกมองโกลไม่ได้สร้างความล้ำหน้าด้านเทคโนโลยี ไม่ได้ก่อตั้งศาสนาใหม่ เขียนหนังสือหรือบทละครไม่กี่เล่ม ไม่ได้ผลิตธัญพืชใหม่หรือคิดค้นวิธีการด้านการเกษตรให้แก่โลก ช่างฝีมือของมองโกลไม่สามารถทอผ้า หล่อโลหะ ปั้นหม้อ หรือกระทั่งทำขนมปัง  ไม่ได้ทำเครื่องเคลือบหรือเครื่องปั้นดินเผา ไม่ได้วาดภาพ และไม่ได้ก่อสร้างอาคาร แต่เมื่อกองทัพมองโกลพิชิตวัฒนธรรมแล้ววัฒนธรรมเล่าลง พวกเขาก็รวบรวมและนำเอาทักษะเหล่านี้ส่งผ่านจากอารยธรรมหนึ่งไปสู่อีกอารยธรรมหนึ่ง สิ่งปลูกสร้างถาวรเพียงอย่างเดียวที่เจงกิสข่านสร้างคือสะพาน  แม้ท่านจะรังเกียจสิ่งปลูกสร้างอย่างปราสาท ป้อมปราการ เมือง หรือกำแพง แต่ขณะเคลื่อนย้ายข้ามภูมิประเทศนั้น ท่านอาจจะสร้างสะพานมากกว่าผู้ปกครองคนใดๆ ในประวัติศาสตร์  ท่านขยายคูคลองและแม่น้ำเพื่อให้การเคลื่อนย้ายทหารและขนส่งสินค้าได้เร็วขึ้น พวกมองโกลเปิดโลกสู่การค้าใหม่อย่างตั้งใจ ไม่เพียงแต่สินค้าเท่านั้น ยังรวมถึงแนวคิดและความรู้  พวกเขานำคนทำเหมืองชาวเยอรมันมายังจีน และนำแพทย์จีนไปยังเปอร์เซีย  การโยกย้ายครอบคลุมจากเรื่องใหญ่ๆ ไปถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ  พวกมองโกลเผยแพร่การใช้พรมทั่วทุกแห่งที่เดินทางไปถึง และนำมะนาวกับแครอทจากเปอร์เซียไปปลูกที่จีน ขณะเดียวกันก็นำเส้นบะหมี่ การเล่นไพ่และชาจากจีนไปยังตะวันตก พวกเขานำเอาช่างโลหะจากปารีสไปสร้างน้ำพุบนทุ่งหญ้าสเตปป์ที่แห้งแล้งในมองโกเลีย รับผู้ดีอังกฤษไปเป็นล่ามในกองทัพ และนำเอาการพิมพ์ลายนิ้วมือของจีนไปยังเปอร์เซีย  พวกเขาอุดหนุนการสร้างโบสถ์คริสต์ในจีน สร้างวัดและสถูปในพุทธศาสนาในเปอร์เซีย […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เส้นหมี่หมูย่างตะไคร้

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash2/hs299.ash2/57908_10150266595145324_535230323_14425129_4879188_n.jpg

มีกับข้าวสะสมหลายอย่างมากมาย จนชวนงง วันก่อนบะหมี่หมูย่าง วันนี้อะไรดี…ไม่ยาก เราทำได้ อาหารเวียดนาม ก็น่ากินดี มีผักหญ้าเยอะอยู่ มาทำหมูย่างกันดู ทิดเนือง  ธิตเนือง… หมูย่างกับเส้นหมี่ ส่วนของหมูไม่ยากเท่าไหร่ หมักกับตะไคร้ กับเกลือ กับอะไรก็ว่าไป ผักก็เอาเท่าที่มี ซึ่งที่มีก็มีแต่โหระพา กับพริกขี้หนู สองอย่างนี้ล้างน้ำไว้กินกันสดๆ มีแครอทกับหัวไชเท้า เอาส่วนหนึ่งมาซอยเป็นเส้น ไว้ใส่น้ำจิ้ม อีกส่วนหั่นๆ ขย้ำกับเกลือ น้ำส้ม และน้ำตาลกรวด หมักไว้ เป็นกิมจิ แล้วมาทำน้ำจิ้มกัน บ๊วยหนึ่งเม็ด บี้ๆ ใส่ถ้วย ตั้งหม้อเล็กๆ ในกะทะ ใส่น้ำส้มกับลงไปละลายกับน้ำตาลกรวดอีกก้อน เน้นหวานหน่อย ประมาณนี้ ชิมให้รสดีอย่างที่ต้องการ แล้วยกลงพักไว้ให้เย็น พอเย็นสนิทก็ ใส่แครอทกับหัวไชเท้าเส้นๆ ลงไป ได้น้ำจิ้มมา ต่อไปก็ย่างหมูหมักให้ได้ที่ หั่นเป็นชิ้นๆ เอาเส้นหมี่แช่น้ำให้นุ่มแล้วลวกในน้ำร้อน ราดน้ำเย็น สะเด็ดน้ำ จับขมวดเป็นก้อนๆ พอคำ วางใส่จาน ในรูปมันเป็นเส้นหมี่ข้าวกล้องเลยไม่สวยงามนัก เอาทุกอย่างมาวางใส่จาน แล้วก็ลงมือกิน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เจงกิสข่าน มหาบุรุษผู้เปลี่ยนโลก (2)

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs613.snc4/59344_10150258872490324_535230323_14258533_5379423_n.jpg

ขณะที่กองทหารม้าของเจงกีสข่านรุกข้ามศตวรรษที่สิบสาม เท่ากับท่านวาดเส้นแบ่งเขตแดนของโลกขึ้นใหม่  สถาปัตยกรรมของท่านไม่ได้อยู่ในหินแต่อยู่ในชาติ เจงกิสข่านไม่พอใจที่มีอาณาจักรเล็กๆ จำนวนมาก จึงรวบรวมดินแดนเล็กๆ เข้าด้วยกันเป็นอาณาจักรที่ใหญ่ขึ้น ในยุโรปตะวันออก ชาวมองโกลรวมเอานครรัฐของชาวสลาฟและเมืองนับสิบเข้าด้วยกันกลายเป็นประเทศรัสเซียขนาดใหญ่เพียงหนึ่งเดียว  ในเอเชียตะวันออก หลังจากใช้เวลาสามชั่วคนก็ได้สถาปนาประเทศจีนขึ้น โดยการรวบรวมแว่นแคว้นของราชวงศ์ซ่งในภาคใต้เข้ากับดินแดนของเผ่าเจอร์เชดในแมนจูเรีย ทิเบตทางตะวันตก อาณาจักรตานกุทที่ติดกับทะเลทรายโกบี และดินแดนของชนเผ่าอุยกูร์แห่งเตอร์กิสถานตะวันออก ขณะที่พวกมองโกลขยายการปกครองออกไป ก็ได้สร้างประเทศต่างๆ ขึ้น เช่นเกาหลี และอินเดีย ซึ่งยังคงอยู่มาจนถึงปัจจุบันโดยมีอาณาเขตใกล้เคียงกับที่กำหนดโดยผู้พิชิตชาวมองโกล จักรวรรดิของเจงกิสข่านเชื่อมโยงและผสมผสานหลายอารยธรรมรอบๆ กลายเป็นแบบแผนใหม่ของโลก  ตอนที่ท่านข่านเกิดในปี 1162 โลกเก่าประกอบด้วยอารยธรรมเฉพาะถิ่นหลายแห่งซึ่งอาจกล่าวได้ว่าต่างไม่มีความรู้เกี่ยวกับอารยธรรมอื่นที่อยู่พ้นไปจากเพื่อนบ้านใกล้ชิด  ไม่มีใครในจีนเคยได้ยินเรื่องราวของยุโรป และไม่มีใครในยุโรปที่ได้ยินเรื่องราวของจีน และเท่าที่รู้ไม่มีใครเคยเดินทางจากแห่งหนึ่งไปอีกแห่งหนึ่ง ตอนที่เจงกิสข่านเสียชีวิตในปี 1227 ท่านข่านได้เชื่อมโยงดินแดนเหล่านี้เข้าด้วยกันโดยผ่านความสัมพันธ์ทางการทูตและการค้าที่ยังคงดำรงอยู่จนปัจจุบัน ขณะที่เจงกิสข่านทำลายอภิสิทธิ์ชนและชาติกำเนิดของคนชั้นสูงในระบบศักดินา ท่านก็สร้างระบบใหม่ที่มีเอกลักษณ์ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณความดี ความภักดีและคุณูปการของแต่ละบุคคล ท่านข่านจัดตั้งเมืองการค้าตามเส้นทางแพรไหมที่ไม่เชื่อมต่อกันและซบเซาให้กลายเป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์  ลดภาษีให้กับทุกคนและยกเว้นภาษีให้กับแพทย์ ครู พระและสถาบันการศึกษา  จัดให้มีการสำรวจสำมะโนประชากรอย่างสม่ำเสมอและสร้างระบบไปรษณีย์สากลขึ้นเป็นครั้งแรก จักรวรรดิของท่านข่านไม่ใช่สั่งสมความมั่งคั่งและทรัพย์สมบัติ แต่กระจายสินค้าที่จำเป็นในการทำสงคราม ด้วยเหตุนี้สินค้าจึงสามารถกลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียนทางการค้าได้อีก เจงกิสข่านร่างกฎหมายระหว่างประเทศและยอมรับกฎสูงสุดของฟ้านิรันดร์ให้อยู่เหนือพลเมืองทั้งปวง  ในยุคสมัยที่ผู้ปกครองส่วนใหญ่ถือตนอยู่เหนือกฎหมาย ท่านข่านยืนยันให้กฎหมายถือว่าผู้ปกครองต้องรับผิดเท่าเทียมกับคนเลี้ยงสัตว์ระดับล่างสุด  ท่านให้เสรีภาพทางศาสนาในอาณาจักร แต่ก็ประสงค์ความจงรักภักดีอย่างสมบูรณ์จากพลเมืองของทุกศาสนาที่อยู่ใต้การปกครอง  ท่านข่านยืนยันการปกครองด้วยกฎหมายและยกเลิกการทรมาน แต่ก็ดำเนินการรบครั้งสำคัญเพื่อค้นหาและสังหารโจรผู้ร้ายและฆาตกรที่เป็นภัยร้ายแรง  ท่านข่านยกเลิกการยึดตัวประกันไว้ แทนที่ด้วยการริเริ่มแนวปฏิบัติใหม่เพื่อรับรองความปลอดภัยทางการทูตให้แก่ทูตและผู้แทนทั้งหลาย รวมทั้งทูตที่มาจากชาติศัตรูที่อยู่ระหว่างการทำสงครามกัน เจงกีสข่านทิ้งจักรวรรดิที่มีพื้นฐานมั่นคงเอาไว้ซึ่งยังคงเจริญรุ่งเรืองอย่างต่อเนื่องไปอีก 150 […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....