สงครามไซเบอร์

http://www.carolineglick.com/e/ahmadinnukes.jpg

หลายเดือนก่อนโน้น มีข่าวว่าคอมพิวเตอร์ที่กำกับดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่านโดนแฮคหรือโดนเจาะเข้าไปข้างในด้วยการส่งไวรัสคอมพิวเตอร์เข้าไปควบคุมและทำลาย ดีว่าไม่มีผลอะไรตามมา แต่ในวงการไอทีค่อนข้างจะตื่นตัวมากกับเรื่องนี้ มันชวนให้สัมผัสได้ถึงสงครามไซเบอร์ ซึ่งหากทำได้ผลจริง สิ่งที่จะตามมาไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่นอน ไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวที่ว่านี้ชื่อว่า Stuxnet เป็นโปรแกรมตัวเล็กๆ ที่จัดอยู่ในประเภทหนอนโทรจัน แต่แตกต่างจากไวรัสคอมพิวเตอร์ทั้งหลายทั้งปวงที่เคยมีมา และมีมากมาย เพราะมันเป็นไวรัสที่มุ่งทำลายล้างระบบที่มันทะลวงเข้าไปได้ และระบบที่มันทะลวงเข้าไปได้คือรับคอมพิวเตอร์โรงฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่าน บังเอิญโชคดีที่ยังไม่ทันได้เปล่งอานุภาพ โดยมากแล้วสงครามไซเบอร์แบบที่เรามักจะพูดถึงกัน ออกไปในทางการล้วงข้อมูล การโจมตีเพื่อให้เว็บไซต์ล่ม การเข้ายึดหน้าแรกของเว็บไซต์เปลี่ยนแปลงมันไปเป็นแบบอื่นๆ หรือชักนำไปยังเว็บไซต์อื่นๆ แต่การมุ่งทำลายล้างแบบ Stuxnet น่าจะเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกๆ ที่เกิดขึ้น มันจะเข้าไปควบคุมระบบแล้วทำลาย ไม่ใช่แต่โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ของอิหร่านเท่านั้น ในจีนก็ตรวจพบ Stuxnet ที่เข้าเล่นงานโรงงานอุตสาหกรรม ใครทำ และทำเพื่ออะไร ถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้ แต่อานุภาพของมันร้ายแรงกว่าที่เคยประสบพบมา หรือบางทีอาจเป็นแค่แฮคเกอร์น้อยๆ คนหนึ่งที่หวังสร้างปรากฏการณ์ให้โลกระบือซึ่งเป็นเรื่องที่มีมาตลอด หรือเป็นเกมของธุรกิจโปรแกรมต่อต้านไวรัส หรือเป็นการก่อสงครามไซเบอร์กันจริงๆ อย่างเช่นบางโครงการในอิสราเอล ไม่มีใครรู้ได้ การเลือกตั้งในพม่า เผชิญกับสิ่งที่อาจจะเรียกได้ว่าเป็นสงครามไซเบอร์ ในรูปแบบเก่าๆ  คือ DDoS ทั่วโลกจับตามองการเลือกตั้งครั้งนี้ของพม่า ย่างเข้าปลายเดือนตุลาคม สงครามไซเบอร์ก็เริ่มต้น คอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตจากทั่วสาระทิศกระหน่ำการร้องขอข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ที่ให้บริการเว็บจนให้บริการไม่ทัน อินเทอร์เน็ตในพม่า ซึ่งก็มีน้อยอยู่แล้ว ง่อยเปลี้ยเสียขาจนถึงขั้นใช้งานไม่ได้ การโจมตีแบบนี้เกิดขึ้นได้ด้วยบ็อตเน็ต โปรแกรมเล็กๆ แฝงฝังไปในคอมพิวเตอร์ที่ชาวบ้านร้านช่องใช้ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

คลิกเดียวแฮคเฟซบุ๊ก

http://www.geek.com/wp-content/uploads/2010/10/firesheep_three.png

เมื่อเร็วๆ นี้ มีโปรแกรมตัวเล็กๆ ตัวหนึ่งออกมาสร้างความฮือฮาให้คนในวงการไอที และความสยองขวัญให้กับคนที่สนอกสนใจเรื่องระบบความปอลดภัยของคอมพิวเตอร์ โปรแกรมตัวที่ว่านี้ชื่อว่า Firesheep เป็นโปรแกรมเสริม หรือ ปลั๊กอิน สำหรับบราวเซอร์ไฟร์ฟอกซ์ เมื่อเปิดใช้งานไฟร์ชีพ มันจะสแกนสัญญาณไวไฟในเครือข่ายเปิด เช่น พวกฮอตสปอตสาธารณะ จากนั้นก็จะปรากฏรายชื่อผู้ที่กำลังใช้งานเว็บไซต์ผ่านเครือข่ายเดียวกัน และสำหรับกับบางเว็บไซต์ ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์ชื่อดังที่เวลานี้ใช้งานกันอย่างเป็นบ้าเป็นหลังอย่าง “เฟซบุ๊ก” หรือ “ทวิตเตอร์” เมื่อคลิกเข้าไปที่ชื่อผู้ใช้งานที่ปรากฏขึ้นมา มันก็เท่ากับเราเข้าใช้งานด้วยบัญชีของคนๆ นั้นทันที สามารถใช้งานเฟซบุ๊กของคนๆ นั้นเสมือนหนึ่งเราเป็นเจ้าของบัญชี ไม่ว่าจะเป็นการเขียนข้อความ โพสต์รูปแลวิดีโอ แชต หรือ ตั้งค่าและเปลี่ยนแปลงค่าของเฟซบุ๊กของคนอื่นเสียใหม่ ปลั๊กอินที่เพียงแค่คลิกเดียวก็แฮคกลางอากาศได้แบบนี้ไม่ตื่นเต้นก็ไม่ไหวแล้ว ปัญหาหรือช่องโหว่ดังกล่าวนี้เกิดจากการที่เว็บไซต์หย่อนยานในเรื่องระบบความปลอดภัย ไม่มีการเข้ารหัสข้อมูลอย่างเข้มงวด ทำให้โปรแกรมตัวเล็กๆ สามารถดักจับข้อมูลซึ่งเก็บไว้ด้วยบราวเซอร์หลังเจ้าของล็อกอินโดยไม่มีการเข้ารหัสและดึงออกมาใช้ได้ ข้อมูลที่เก็บไอ้ที่ว่านี่ไว้ก็คือที่เรียกกันว่าคุกกี้นั่นแหละครับ เป้นเหมือนบัตรผ่านทางหรือบัตรแสดงตัวเมื่อเข้าใช้งาน คนที่เขียนปลั๊กอินตัวนี้คือ อีริค บัตเลอร์ โปรแกรมเมอร์คนหนึ่งในซีแอตเติ้ล ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะประจานเว็บไซต์ที่ไม่ใส่ใจกับการปกป้องผู้ใช้งานมากเพียงพอ จริงๆ มันเป็นช่องโหว่ที่รู้กันมานาน แต่ไม่ได้รับการแก้ไข บัตเลอร์เลยเขียนโปรแกรมมาสาธิตให้ดูว่ามันง่ายแค่ไหนที่จะแฮคกลางอากาศแบบนี้ เฟซบุ๊ก กับ ทวิตเตอร์ โดนเข้าไปจั๋งหนับ มีบล็อกเกอร์ฝรั่งอยู่คนหนึ่งที่ทำมาตรวัดระบบความปลอดภัยของเว็บไซต์ออกมา ปรากฏว่าทั้งเฟซบุ๊ก และ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เส้นหมี่หมูตุ๋น+ผักโขม

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs948.snc4/74186_10150311922800324_535230323_15317102_2159900_n.jpg

เพื่อนผมคนหนึ่งเป็นมุสลิม ไปไหนต่อไหนก็กินก๋วยเนื้อเป็นประจำ (คนคุ้นเคยกันจะนึกออกเลยว่าใคร) แทบเรียกได้ว่าอาหารพื้นฐาน มาถึงยุคมีเฟซบุ๊ก พี่แกก็โพสต์รูปก๋วยเตี๋ยวพวกนี้ให้ดูเรื่อยๆ เนื้อตุ๋น เป็ดตุ๋น ไก่ตุ๋น นึกอยากกินขึ้นมาประสาคนกินในบ้านแบบทำเอง ทีนี้มันก็มีกระดูกหมูอยู่แล้ว แถมยังมีหมูหมักกับเครื่องเทศที่หมักไว้วันก่อนอีก เอาไปห่อใบชะพลูเสียบไม้ย่าง แล้วยังเหลือ พอแวะไปเดินซุปเปอร์มาเก็ต เห็นกระเพาะหมูน่ากิน เลยซื้อมา 1 แพค กะว่าจะทำเกาเหลาหมูตุ๋น ใส่ผักบุ้ง หน้าหนาว อากาศเย็นๆ อะไรตุ๋นๆ น่าจะดี กลับมาถึงบ้าน ผักบุ้งที่อุตส่าห์เลือกแล้วเลือกอีก กลายเป็นผักโขม…ไปได้ยังไงหว่า คิดแล้วก็ยุ่ง แต่ยังมุ่งจะเกาเหลาหมูตุ๋น ปรากฏว่าโป๊ยกั้ก อบเชย หมดอีก เริ่มเซ็งสิครับท่าน อาศัยผงพะโล้ที่ทำใส่กระปุกเอาไว้ รวมกับเครื่องเทศอื่นๆ อีกหลายอย่าง ตั้งหมอต้มน้ำ ใส่ขิงฝานหนาๆ ไปสองสามชิ้น ใส่ผงพะโล้ เครื่องเทศ เกลือ ซีอิ๊วขาว น้ำตาลกรวด ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วหวาน น้ำปลา พริกไทย พริกขี้หนูแห้งสองเม็ด รากผักชี กระเทียม เคี่ยวกระดูกหมูไปสักพัก แล้วใส่หมูหมักกับกระเพาะหมูลงไปเคี่ยวด้วยกัน รวมเวลาการเคี่ยวประมาณ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

อีบุ๊ก-กระแส-จริง-ลวง

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs023.snc4/33513_10150244478680324_535230323_13877688_1172979_n.jpg

เขียนถึงเรื่องอีบุ๊กมาก็หลายที เพิ่งจะสบโอกาสที่มีข้อมูลวิจัยจาก ฟอเรสเตอร์ รีเสิร์ช ออกมาหมาดๆ ที่พอจะชี้ให้เห็นทางในอนาคตกันได้พอสมควร แม้จะเป็นข้อมูลเฉพาะสำหรับสหรัฐอเมริกาเท่านั้นก็ตาม ตามการคาดการณ์ของ ฟอเรสเตอร์ รีเสิร์ช มูลค่าอีบุ๊กภายในสิ้นปีนี้จะตกราวๆ เกือบ 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งแม้เอาไปเทียบกับมูลค่าตลาดหนังสือบนกระดาษทั้งหมดแล้วยังถือเป็นส่วนน้อยนิดก็ตาม และเมื่อถึงปี 2558 หรือในอีก 5 ปีข้างหน้า จะเพิ่มขึ้นสามเท่าตัว เป็นประมาณ 3,000 ล้านเหรียญ ก็ยังไม่เยอะอยู่ดีเมื่อเทียบสัดส่วนกับหนังสือกระดาษ แต่เมื่อถึงจุดนั้น ฟอเรสเตอร์  รีเสิร์ช บอกว่าจะเป็นจุดเปลี่ยนของวงการหนังสือในสหรัฐฯ ชนิดที่ไม่มีวันหวนกลับคืนอีกตลอดกาล ต่อให้เครื่องอ่านและสำนักพิมพ์ต่างๆ ยังไม่มีความก้าวหน้าใดๆ ไปจากวันนี้เลยก็ตาม มันหมายถึงการปักหลักอย่างมั่นคงของตลาดอีบุ๊กในสหรัฐฯ นั่นเอง ทีนี้ลองมาดูสภาพของปัจจุบันของอีบุ๊กกัน ทุกวันนี้คนที่ออนไลน์ในสหรัฐฯ มีเพียง 7 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่อ่านอีบุ๊ก และโดยเฉลี่ยอ่านอีบุ๊กราว 41 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่มีอีก 8 เปอร์เซ็นต์ที่คาดว่าตัวเองจะหันมาอ่านอีบุ๊กภายในหนึ่งปี และคนที่อ่านอีบุ๊กคิดว่าในหนึ่งปีคิดว่าจะอ่านอีบุ๊กราว 51 เปอร์เซ็นต์ คนใช้คินเดิ้ลอ่านอีบุ๊ก 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ เมื่อหันไปดูด้านอุปกรณ์ที่ใช้ในการอ่านอีบุ๊ก ปรากฏว่าอันดับหนึ่งเป็นแล็ปท็อปที่มีสัดส่วนสูงกว่าคินเดิ้ลของอเมซอนเล็กน้อย นั่นคือ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....