ความสุขกับความมั่งคั่ง

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs754.snc4/65416_10150354103700324_535230323_15966513_7678766_n.jpg

ความสุขกับความมั่งคั่ง “Esterlin Paradox” ความสุขกับความมั่งคั่งไม่ใช่ของคู่กัน ต่อให้รวยขึ้นแค่ไหนก็ใช่ว่าจะตามมาซึ่งความสุข ความจริงข้อนี้อันที่จริงแล้วเป็นความจริงปกติที่พูดกันบ่อยและก็เป็นที่ยอมรับกันพอสมควร แถมยังมีการสำรวจวิจัยออกมากันเรื่อยๆ เหมือนกันที่ยืนยันสัจธรรมดังกล่าว นักเศรษฐศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยเซาท์ แคลิฟอร์เนียที่ชื่อ ริชาร์ด เอสเตอร์ลิน เพียรศึกษาเกี่ยวกับความสุขประชาชาติมาตั้งแต่เมื่อร่วมสี่สิบปีก่อนแล้วตั้งเป็นสมมติฐานที่เรียกว่า “เอสเตอร์ลิน พาราดอกซ์” หรือความย้อนย้อนระหว่างรายได้กับความสุข ที่เขาอธิบายง่ายๆ ว่า ณ จุดๆ หนึ่งในกาลเวลา ไม่ว่าจะเทียบกันภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ รายได้กับความสุขจะมีสหสัมพันธ์กันในเชิงบวก รายได้เพิ่ม ความสุขเพิ่ม “แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความสุขจะไม่เพิ่มขึ้น แม้รายได้ของประเทศจะเพิ่มขึ้น” นั่นก็คือในระยะยาวแล้วสองอย่างนี้จะไม่ควงคู่ไปด้วยกัน ที่ผ่านมายังไม่มีการรวบรวมข้อมูลความสัมพันธ์ในเชิงสถิติระหว่างสองสิ่งนี้อย่างกว้างขวางครอบคลุมมาก่อน ยกเว้นในรายงานชิ้นล่าสุดที่ เอสเตอร์ลิน เป็นหัวหน้าทีมวิจัยเผยแพร่ออกมาที่ถือว่าเป็นการสำรวจข้อมูลความสัมพันธ์ระหว่างความสุขกับรายได้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยปรากฏมา เพราะที่ผ่านๆ มา การศึกษาความเชื่อมโยงระหว่างความพึงพอใจในชีวิตกับจีดีพีจำกัดอยู่เฉพาะประเทศพัฒนาแล้วเเท่านั้น และในช่วงระยะจำกัดอีกด้วย รายงานชิ้นใหม่นี้เป็นการอาศัยข้อมูลจาก 37 ประเทศในโลก ที่เก็บกันมาในช่วง 12-30 ปี จนถึงปีค.ศ. 2005 ประเทศกลุ่มตัวอย่างมีทั้งประเทศพัฒนาแล้ว ประเทศกำลังพัฒนา ประเทศร่ำรวยและประเทศยากจน  ทุนนิยมและอดีตคอมมิวนิสต์ เป็นการสำรวจวิจัยที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบสมมติฐานความย้อนแย้งว่า ถึงแม้ประเทศที่ร่ำรวยกว่ามีแนวโน้มจะมีความสุขโดยเฉลี่ยสูงกว่า แต่ในขณะเดียวกันเมื่อประเทศมั่งคั่งขึ้นนั้น ก็ไม่จำเป็นที่ประชาชนในประเทศนั้นจะต้องมีความสุขมากขึ้น ผลการศึกษาของเอสเตอร์ลินซึ่งดึงเอากลุ่มประเทศกำลังพัฒนาเข้ามาอยู่ในการศึกษาด้วยได้ข้อสรุปที่สวนทางกับที่นักวิจัยคนอื่นๆ บางคนในห้วงเวลาไม่นานมานี้ศึกษาเอาไว้ที่สรุปออกมาว่าทศวรรษที่ผ่านมาความสุขประชาชาติเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

วิกิลีกส์ “เราไม่ได้แฮก”

ทุกปลายปีของนิตยสารไทมส์ จะคัดเลือกบุคคลแห่งปีขึ้นมา ซึ่งก็เป็นที่สนใจไปทั่วโลกมาตลอด ปีนี้ตามที่รู้กัน มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ชายหนุ่มผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กที่มีคนใช้บริการเหยียบ 600 ล้านคนแล้ว เบียดไหล่ จูเลียน แอสแซนจ์ แห่งวิกิลีกส์ แบบค้านสายตากรรมการไม่น้อย จะว่าไปแล้วทั้งสองคนเขย่าโลกให้สั่นเทือนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ผลสะเทือนต่อโลกจากทั้งเฟซบุ๊กและวิกิลีกส์นั้นลึกซึ้งไม่ต่างกัน มันเขย่าไปที่รากฐานของสังคมโลกทั้งใบ โดยส่วนตัวผม เอนเอียงมาทางวิกิลีกส์มากกว่า แบบว่า “สะใจวัยรุ่น” ดี เหมือนการปฏิบัติจริงตามแนวคิดอนาธิปัตย์ที่ต่อต้านการครอบงำของรัฐ และจากเอกสารลับที่วิกิลีกส์นำมาเปิดเผย ยิ่งชวนให้เห็นว่ารัฐนั้นชั่วร้ายอย่างไม่ต้องสงสงสัย จูเลียน แอสแซนจ์ แห่ง วิกิลีกส์ แม้จะมีประวัติในการแฮกระบบคอมพิวเตอร์  และสื่อบางส่วนเรียกเขาว่าแฮกเกอร์  แต่การเกิดวิกิลีกส์ รวมทั้งข้อมูลปกปิดส่วนใหญ่ที่มามาเปิดเผยทั้งหลายนั้น ไม่ได้มาจากการแฮกหรือการเจาะระบบที่คนมีแนวโน้มจะจินตนาการไปในทำนองนั้น แต่เอกสารเหล่านั้นมาจากคนในองค์กรที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นนำออกมาให้ คนเหล่านั้นมีอยู่ทั่วไปในโลก วิกิลีกส์เพียงแค่เป็นประตูที่เปิดช่องรับข้อมูลเหล่านั้นที่มาจากทั่วสาร ทิศ อินเทอร์เน็ตทำให้แนวคิดในการระดมสรรพกำลังของคนจากทั่วทุกมุมโลกมาทำอะไร อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำได้ ต้นแบบของวิกิลีกส์ คือ วิกีพีเดีย ซึ่งเป็นเอ็นไซโคพิเดียของโลกบนอินเทอร์เน็ตที่ผู้รู้ช่วยกันป้อนข้อมูลเข้า ไปในนั้น และแนวคิดนี้มีรากฐานมาจากโอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์ ที่สร้างอะไรต่ออะไรมากมายขึ้นมาในโลกของคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต โดยคนทั่วโลกร่วมมือกันผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งฝั่งโปรแกรมเมอร์ และ ผู้ใช้งาน เช่นเดียวกันกับปฏิบัติการตอบโต้เว็บไซต์ของบริษัทหรือธุรกิจที่ตัดแขนตัดขาและร่วมมือกับรัฐบาลหลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาปิดล้อมวิกิลีกส์ อย่างเช่น วีซ่า […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

The Genius of China

เพิ่งในปี 1927 นี้เองที่ เอส.แอสเคียม และ บี.ซอนเดค ตีพิมพ์การค้นพบในยุโรปว่า ปัสสาวะของสตรีมีครรภ์มีฮอร์โมนเพศสเตียรอยด์อยู่มาก จากนั้นก็ค้นพบว่าในปัสสาวะมีแอนโดรเจนและเอสโตรเจน (ฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิง) และฮอร์โมนต่อมใต้สมองที่รู้จักกันในชื่อ โกนาโดโทรฟิน ในปริมาณมาก ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้นต่อมเพศ (อัณฑะ/รังไข่) ยาสำหรับช่วยในการตั้งครรภ์ที่ให้กับผู้หญิงทุกวันนี้เพื่อให้ผลิตไข่ได้มากขึ้น สกัดมาจากปัสสาวะแม่ชีวัยหมดประจำเดือนในอิตาลี การดึงเอาฮอร์โมนเพศจากปัสสาวะมนุษย์เป็นการปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานทุกวันนี้ และการแพทย์สมัยใหม่จะไม่สามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้เลยหากปราศจากปัสสาวะมนุษย์เป็นตัวตั้งต้น ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าทึ่งที่ชาวจีนล้ำหน้าในเรื่องนี้เป็นเวลาถึง 2,200 ปี ตำรับสำหรับฮอร์โมนเหล่านี้ฉบับเก่าแก่ที่สุดที่ตีพิมพ์ มีอายุตั้งแต่ปี 1025 ระบุว่า เก็บรวบรวมปัสสาวะผู้ชายจำนวนสิบ ต้าน [มากกว่า 150 แกลลอน] และติดตั้งกระทะขนาดใหญ่ในห้องว่าง ตั้งเครื่องกลั่นทำจากดินเผาไว้ด้านบน ปิดผนึกที่ขอบด้วยเยื่อกระดาษและปูนขาว เพื่อไม่ให้ไอน้ำหนีออกมาได้เมื่อโดนความร้อน  เติมน้ำปัสสาวะในกระทะร้อยละ70 ถึง 80  และให้ความร้อนอย่างแรงจากด้านล่าง ให้คนคอยเฝ้าดู หากเป็นฟองขึ้นมาให้เติมปัสสาวะเย็นเพิ่มลงไปเล็กน้อย ต้องระวังไม่ให้ล้นออกมา สิ่งที่แห้งเหลือติดอยู่คือ jen chung poi ใส่สิ่งนี้ที่บดเป็นผงดีแล้วลงในไหดินเผาอย่างดี และทำตามวิธีปิดผนึกและการระเหิดโดยตั้งไหบนเตาและให้ความร้อนด้วยถ่านหิน จะได้ [ผลึกจากการระเหิด] ประมาณ 2 หรือ 3 ออนซ์ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เส้นหมี่ผัดแหนม

วันก่อนไปเดินที่เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน มีบูธขายอาหารมาขายกัน ส่วนใหญ่ก็เจ้าเดิม แต่บางครั้งก็มีของใหม่มาแทรกให้ได้ลองกัน ก่อนหน้านั้นก็เจอหลามหมูยอ หมูยอในกระบอกไม้ไผ่ หลังจากเจ้าน้มาอออกบูธที่เดอะมอลล์ไม่กี่ทีก็โด่งดังไป เดี๋ยวนี้หายหน้าไปแล้วมาไม่กี่ครั้งเอง ไก่ต้มเงินล้านก็แจ้งเกิดจากที่นี่เหมือนกัน ที่ไปเดินล่าสุด เจอกับร้านขายเส้นครับ เส้นหมี่ เส้นเล็ก ชื่อยี่ห้อคุณเส้นคุณข้าว เจ้าของบอกเป็นเส้นหมี่สไตล์ญี่ปุ่น มีแบบนุ่มเหนียว นุ่มนิ่ม และแบบปรุงซอสในเส้นมาพร้อม เอาไปทำยากิโซบะได้เลย (คงต้องปรุงอีกน่ะแหละ) มีแบบเจด้วย ก็ไม่รู้มันต่างกันยังไง ทำไมเส้นหมี่ยังต้องเจก็ไม่ทราบ ซื้อเส้นหมี่เหนียวนุ่มมาห่อใหญ่ กับเส้นก๋วยเตี๋ยวเหนียวนุ่มมาด้วยอีกห่อ กลับมาถึงบ้านไม่พูดพล่ามทำเพลง มีแหนม กับคะน้าที่ล้างไว้แล้ว ทำอะไรกินไปวันก่อนไม่หมด ทำเส้นหมี่ผัดแหนม เส้นแบบนี้ต้องต้มกับน้ำเดือด 3-4 นาทีก่อน แล้วเอามากรองพักให้สะเด็ดน้ำ ราดน้ำเย็นหน่อยจะเพิ่มความดึบดึ๋ง เส้นหมี่ผัดแหนม จริงๆ ก็ข้าวผัดแหนมนั่นเอง ทำเหมือนกันเหมดทุกอย่าง เจียวกระเทียมด้วยน้ำมันนิดเเดียวแล้วใส่แหนมลงไปผัด ตอกไข่ลงไปคนๆ เหยาะน้ำปลา น้ำตาลนิด พริกไทย ใส่เส้นหมี่ลงไป ในไฟแรงสุดๆ ใช้ตะหลัวผัดอย่างรวดเร็ว เขย่ากระทะ โยนๆ ให้มันลอยขึ้นมามั่ง ใส่คะน้าลงไป ผัดต่อไปอีกหน่อยให้ความร้อนแผ่ถึงคะน้า จากนั้นปิดไฟ โรยต้นหอมผักชีลงไป […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....