เมื่อโลกไร้น้ำแข็ง 2

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/hs250.snc6/179796_10150377847550324_535230323_16453247_1651033_n.jpg

“ไม่มีอีกแล้ววันเวลาที่น้ำแข็งปลอดภัยอยู่ห่างไกลจากมนุษย์จำนวนน้อย นิดที่อาศัยอยู่ตามชายขอบ  ทุกวันนี้กิจกรรมของมนุษย์มีผลกระทบลึกล้ำต่อภูมิอากาศโลกและทำลายความ มั่นคงของน้ำแข็งโลก  นักวิทยาศาสตร์ด้านภูมิอากาศเตือนว่าในอนาคตไม่ไกลนัก เราอาจได้เห็นโลกไร้น้ำแข็ง” บทนำ นี่คือหนังสือเกี่ยวกับน้ำแข็งและผู้คนบนโลก  ผลกระทบที่น้ำแข็งมีต่อดาวเคราะห์ของเรา ภูมิอากาศ และมนุษย์ผู้อยู่อาศัย  รวมถึงผลกระทบในทางกลับกันที่มนุษย์มีต่อน้ำแข็งและภูมิอากาศในอนาคต  น้ำแข็งอยู่บนโลกมานานกว่ามนุษย์มาก  เมื่อเทียบกันแล้วเราเป็นน้องใหม่ในสวนสัตว์แห่งพื้นพิภพนี้  มนุษย์เรียกโลกว่าบ้านมาเพียงสามล้านปีกว่าๆ เท่านั้น ขณะที่น้ำแข็งเป็นส่วนหนึ่งของภูมิทัศน์โลกมาแล้วหลายพันล้านปี เกือบตลอดช่วงประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา  น้ำแข็งคือพลังธรรมชาติที่ไม่อาจเอาชนะได้  น้ำแข็งที่รุกล้ำเข้ามาในผืนทวีปช่วงยุคน้ำแข็งที่ผ่านมาได้กำหนดรูปร่างให้ กับผิวโลกอย่างชัดเจน  ยอดแหลมของเทือกเขาอัลไพล์ที่ยุโรป ทะเลสาบเกรตเลกส์อันแสนอลังการที่อเมริกาเหนือ หุบเขางามสง่าที่อุทยานแห่งชาติโยเซไมต์ในแคลิฟอร์เนีย  และฟยอร์ดซึ่งถูกกัดเซาะลึกล้ำในนอร์เวย์  ทั้งหมดนี้เป็นฝีมือการกัดกร่อนโดยธารน้ำแข็งในยุคแรกๆ  ทุกวันนี้กลายเป็นทิวทัศน์บนโลก เสมือนของขวัญที่น้ำแข็งมอบให้มนุษยชาติ  เมื่อเทียบกันแล้ว มนุษย์ได้แต่ยืนตะลึงมองงานฝีมือระดับยักษ์ที่ธรรมชาติเสกสรรขึ้น ทว่าน้ำแข็งไม่ใช่แค่ปฏิมากรทิวทัศน์และขุมพลังเขย่าโลก  มันเป็นผู้มีบทบาทสำคัญยิ่งในระบบภูมิอากาศโลก  ร้อยละ 30 ของแสงอาทิตย์ที่ส่องมาถูกสะท้อนกลับออกไปยังเอกภพโดยเมฆขาวในชั้นบรรยากาศ และน้ำแข็งสีขาวบนผิวโลกเป็นหลัก  แผ่นน้ำแข็งขั้วโลกที่ปกคลุมทั่วทวีปแอนตาร์กติกา มหาสมุทรอาร์กติก และกรีนแลนด์ รวมกันแล้วไม่ถึง 1 ใน 10 ของพื้นผิวโลก แต่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการสะท้อนแสงอาทิตย์  นอกจากนั้นน้ำแข็งขั้วโลกยังทำให้เกิดกระแสลมรุนแรงพัดจากแผ่นน้ำแข็งออกไป ยังบริเวณอื่นนอกเหนือปริมณฑลน้ำแข็งและส่งผลถึงระบบภูมิอากาศทั่วโลก นักธรณีวิทยาอ่านความหมายจากหินทีละชั้น ทีละชั้น และค้นพบว่ามีหลายต่อหลายครั้งในประวัติศาสตร์โลกที่ภูมิอากาศแตกต่างจาก ปัจจุบันมาก  ทำให้มีช่วงเวลาที่น้ำแข็งปกคลุมโลกถึงครึ่งใบ  และมีช่วงเวลาที่ขั้วโลกปราศจากน้ำแข็ง  แทบไม่น่าเชื่อเมื่อคิดว่าเพียง 20,000 […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

โอนเงินผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs1375.snc4/164747_10150378479680324_535230323_16462187_3688204_n.jpg

ปัญหาอย่างหนึ่งที่เห็นในด้านการทำมาค้าขายผ่านอินเทอร์เน็ตสำหรับธุรกิจขนาดย่อม รวมไปถึงการโอนเงินให้คนอื่นๆ และการซื้อขายเล็กๆ น้อยๆ ที่ตกลงกันผ่านอินเทอร์เน็ต ก็คือระบบการชำระเงินอิเลคทรอนิกส์ ที่ยังไม่สามารถตอบสนองได้ดีพอ แม้ว่าทุกวันนี้อาจจะมีระบบชำระเงินอิเลอทรอนิกส์รายใหญ่เพย์พัลที่นิยมกัน ตลอดจนการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านระบบอิเลตทรอนิกส์แบงกิ้งของธนาคารก็ตาม แต่การโอนเงินส่วนตัวในปัจจุบันก็เป็นตลาดที่ใหญ่มาก ใสหรัฐอเมริกามีมูลค่าสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญต่อปี และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีก นั่นหมายถึงโอากสทางการตลาดในธุรกิจนี้ยังเปิดกว้าง ด้วยเหตุที่มีบริการที่สะดวกๆ อยู่น้อยมาก ขณะทีบริการของรายใหญ่ๆ ก็ชักส่วนจากธุรกรรมในแต่ละครั้งประมาณร้อยละ 2 หรือมากกว่านั้น ซึ่งถือว่าแพงสำหรับการโอนเงินส่วนบุคคล และธุรกิจรายย่อย เมื่อไม่นานมานี้มีบริการใหม่ที่เกิดขึ้นในอเมริกาเจ้าหนึ่งคือ Dwolla (www.dwolla.com) ที่เปิดขึ้นมาเพื่ออำนวยความสะดวกในการโอนเงินทางอินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็นการโอนเงินส่วนตัวหรือเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจ แต่เปิดบริการเฉพาะในสหรัฐอเมริกาเท่านั้นในขณะนี้ Dwolla  คิดค่าบริการครั้ง 25 เซ็นต์ เท่านั้น แน่นอนว่าถูกกว่าบริการรายใหญ่ไม่ว่าจะเป็นเพลย์พัล หรือ บัตรเครดิตเจ้าต่างๆ  แต่ไม่ใช่เพียงค่าธรรมเนียมถูกกว่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่ Dolla นำมาให้กับผู้ใช้บริการ ผู้ใช้บริการทั้งสองฝ่ายต้องลงทะเบียนเป็นผู้ใช้บริการชำระเงินของ Dwolla ผู้ต้องการชำระเงินผ่าน Dwolla อาจจะเลือกวิธีการโอนเงินเข้าบัญชี Dwolla หรือใช้วิธีเชื่อมโยงบัญชี Dwolla เข้ากับบัญชีธนาคารที่กำหนด หลังจากนั้นการโอนเงินให้กันก็สะดวก โดยอาจจะโอนผ่านเฟซบุ๊ก หรือ ทวิตเตอร์ เพียงแค่พิมพ์เลขรหัสหรือพินและจำนวนเงินพร้อมทั้งในชื่อผู้ใช้ในเฟซบุ๊กหรือทวิตเตอร์ ที่อยู่แอดเดรสบุ๊ก เท่นั้นทุกอย่างก็เรียบร้อย […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เมื่อโลกไร้น้ำแข็ง 1

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/hs250.snc6/179796_10150377847550324_535230323_16453247_1651033_n.jpg

“ในระดับโลกนั้น น้ำแข็งมีบทบาทสำคัญและใหญ่หลวงในการกำหนดอุณหภูมิของบรรยากาศและมหาสมุทรทั่วโลก  ควบคุมรูปแบบภูมิอากาศ  ปรับระดับน้ำทะเล และมีผลกระทบอย่างมากต่อเกษตรกรรม การคมนาคม การค้า และแม้แต่ภูมิรัฐศาสตร์ก็หนีไม่พ้น” คำนำเสนอ มนุษยชาติเดินทางมาถึงจุดที่ต้องตัดสินใจครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์  โลกที่เป็นบ้านของเราตกอยู่ในอันตรายใหญ่หลวง  สิ่งที่ตกอยู่ในความเสี่ยงไม่ใช่ตัวดาวเคราะห์เอง แต่เป็นสภาพอากาศพิเศษเฉพาะที่เอื้อต่อชีวิตมนุษย์และช่วยให้เกิดอารยธรรมดังที่เราคุ้นเคยกันมา หลายสิบปีแล้วที่นักวิทยาศาสตร์เฝ้าศึกษาภูมิอากาศโลก ค้นหาสาเหตุที่ทำให้โลกร้อนขึ้น รวมถึงผลกระทบจากอุณหภูมิที่พุ่งสูงต่อโลกและวิถีชีวิตของเราทั้งในปัจจุบันและอนาคต  เมื่อพบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มากขึ้นเรื่อยๆ บ่งชี้ว่ากิจกรรมของมนุษย์เองคือสาเหตุหลักของปัญหาโลกร้อนที่รุนแรงและหนักข้อขึ้นเรื่อยๆ นี้  หลายคนในแวดวงวิทยาศาสตร์จึงเริ่มออกมาเตือนภัย พวกเขาให้ข้อมูลต่อสมาชิกรัฐสภาและผู้วางนโยบาย  ให้ความร่วมมือกับงานวิจัยระดับนานาชาติ  ทำรายงานเสนอต่อคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC)  ปรึกษาผู้นำธุรกิจ และเผยแพร่ข้อมูลผ่านสื่อ  นักวิทยาศาสตร์รอบโลกทำงานหนักเพื่อถ่ายทอดความรุนแรงและเร่งด่วนของปัญหาที่ท้าทายเราอยู่นี้  มันเกิดจากการกระทำโดยประมาทของเราเองและจำต้องร่วมมือกันแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง ผลกระทบจากการนิ่งเฉยไม่ดูดำดูดีเริ่มเห็นได้ชัดขึ้นเรื่อยๆ แล้ว  ทั้งระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น ฝนแล้งหนักขึ้น พายุใหญ่รุนแรงขึ้น โรคระบาดแพร่กระจายไปไกล พืชผลเสียหายจำนวนมาก  สัตว์ป่าหายไป และคลื่นผู้อพยพลี้ภัยภูมิอากาศทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง กระนั้น ยังมีคนกลุ่มน้อยที่ดึงดันปฏิเสธไม่เชื่อเรื่องการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศ  บางคนทำไปเพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการเงินของตนเองที่มีสูงมาก  และคนอื่นๆ คัดค้านในหลักการด้วยไม่ต้องการให้รัฐบาลเข้ามามีบทบาทใดๆ ในการแก้วิกฤตนี้  พวกเขาโหมโฆษณาชวนเชื่ออย่างหนัก  ขั้นแรกก็พยายามปฏิเสธความจริงที่ไม่มีใครอยากฟังเรื่องโลกร้อน  ขั้นที่สองตั้งคำถามว่าอะไรกันแน่คือสาเหตุของมัน  ขั้นที่สามกลบเกลื่อนผลกระทบจากโลกร้อน และสุดท้ายคือ กุตัวเลขค่าใช้จ่ายสูงลิ่วที่ต้องใช้ในการเปลี่ยนแหล่งพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลมาเป็นอย่างอื่นที่ยั่งยืนกว่าและนำกลับมาใช้ได้ไม่สิ้นสุด การบ่อนทำลายและขัดขวางดังกล่าวได้ส่งผลร้ายต่อโลกแล้ว  กว่า 15 ปีที่ผ่านมา ขณะที่สหรัฐอเมริกาไม่ยอมรับบทผู้นำในการผลักดันต่อสู้กับภาวะโลกร้อนในระดับโลก  วิกฤตก็รุนแรงมากขึ้นอีกหลายเท่า  […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เฝอคากิ…แก้หนาว

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash1/hs754.ash1/164554_10150375275005324_535230323_16413909_5227273_n.jpg

ทำเฝอกันหน่อย เฝอที่เคยกินมา ชอบในลาว แวะที่ไหนกินที่นั้น เฝอเนื้อควายนุ่ม น้ำซุปเนียน มียอดบักถั่วที่เข้ากันดีจริงจัง ไปฮานอยคราวก่อน กว่าจะได้กินเฝออร่อยข้างที่พักก็วันจะกลับแล้ว ที่ไม่ค่อยได้กินเพราะคณะทัวร์ตุหรัดตุเหร่ เดินไปเรื่อย หิวเมื่อไหร่กินเมื่อนั้น หิวทีไร หาร้านเฝอไม่ได้สักที เฝอเจ้าหนึ่งที่มีโอกาสได้กิน เป็นเฝอคากิ…โย่ว คากิมันของชอบอยู่แล้ว ที่ได้กินก็เพราะไปดูหุ่นกระบอกน้ำ แล้วก็ตุหรัดตุเหร่ไปหากินแถวหลังโรงหุ่น เจอเจ้านี้เข้า เด็ดมาก กินจนท้องครากเพราะคณะทัวร์ต่างก็ตักคากิในชามตัวเองมาใส่ ชามข้าพเจ้า วันนี้คิดถึงเฝอคากิที่ว่า เลยมาทำกันดูหน่อย ทำมั่วๆ กันไปแบบเฝอๆ เหวอๆ เจียวหอมใหญ่ หอมแดง ซอย ก้านต้นหอม กับ ขิงข่าสองสามแว่น ให้นิ่ม คั่วโป๊ยกั้ก อบเชย แล้วทั้งหมดลงใส่ในน้ำต้มเดือด ราไฟอ่อนเอาคากิใส่ลงไปเคี่ยวอย่างยาวนานหลายชั่วโมง ปรุงรสด้วยน้ำปลา หมั่นเติมน้ำลงไปหน่อย เคี่ยวกันจนกว่าน้ำซุปจะเนียน และคากินุ่มระดับแทะได้ ไม่เปื่อยแทบละลายแบบคากิ ร้านข้าวขาหมู ที่เหลือก็แค่ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยว ผัก ใส่ชาม ตักคากิใส่ พร้อมน้ำซุป โรยพริกไทย ผักชี มีแถมให้มันออกเฝอๆ คือ กะปิกับมะนาว […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....