GMO ภาพลวงตา

http://a7.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/40950_10150244644115324_535230323_13882337_5864249_n.jpg

พืชตัดต่อพันธุกรรม ใครว่าให้ผลผลิตสูงกว่า วิกฤตอาหารของโลกเป็นสิ่งเราพอจะรับรู้กันอยู่ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีพืชพันธุ์ธัญญาหารค่อนข้างสมบูรณ์ก็ตาม  ปัญหาขยายใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มีเสียงเร่งเร้าให้หันไปหาพืชต่อพันธุกรรม ที่ถูกหยิบยกมาว่าจะช่วยแก้ไขวิกฤตอาหาร หรือกระทั่งลดความอดอยากขาดแคลนในประเทศโลกที่สาม คำตอบที่ว่านี้มีทั้งฝ่ายเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เมื่อเร็วๆ นี้มีงานวิจัยออกมาชิ้นหนึ่ง ผู้ทำวิจัยคือศาสตราจารย์ บาร์นีย์ กอร์ดอน แห่งภาควิชาพืชไร่ มหาวิทยาลัยแคนซัสในสหรัฐอเมริกา เป็นงานวิจัยภาคสนามในเขตเพาะปลูกธัญพืชของสหรัฐที่ใช้เวลาราวสามปี แล้วพบว่าพืชตัดต่อพันธุกรรมน่าจะไม่ใช่คำตอบ เพราะข้อสรุปจากการวิจัยพบว่าผลผลิตของถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรมต่ำ(ถั่วเหลืองจีเอ็ม)กว่าถั่วเหลืองธรรมชาติ สาเหตุที่ศาสตราจารญ์แห่งมหาวิทยาลัยแคนซัสจับงานวิจัยเรื่องนี้ก็เพราะมีเกษตรกรหลายคนที่เปลี่ยนมาปลูกถั่วเหลืองจีเอ็มังกตุเห็นว่าผลผลิตไม่ได้สูงอย่างคาดแม้เมื่ออยู่ภายใต้เงื่อนไขแวดล้อมที่เอื้อต่อถั่วเหลืองมากที่สุดแล้ว พวกเขาสงสัยว่าผลิตผลิตที่ได้ต่ำกว่าเดิมไปได้อย่างไร ในการวิจัยภาคสนามบาร์นีย์ปลูกถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรมของมอนซานโต้ ซึ่งถูกตัดต่อพันธุกรรมให้ต้านทานยาปราบศัตรูพืชยี่ห้อราวน์ดอัพของมอนซานโต้ วิธีนี้เป็นวิธีปกติของบริษัทยักษ์ใหญ๋ทางด้านการเกษตร กล่าวคือผลิตทั้งเมล็ดพันธุ์และสารเคมี ที่ไม่สามารถใช้แยกจากกันได้ ถาไม่ซื้อพ่วงก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย ในแปลงใกล้กันบาร์นีย์ปลูกถั่วเหลืองที่ไม่ได้ตัดต่อพันธุกรรมโดยเลือกสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกับถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรมของมอนซานโต้มากที่สุด ผลที่ออกมาก็คือถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรมให้ผลผลิต 70 บุชเชลต่อเอเคอร์ ขณะที่ถั่วเหลืองธรรมชาติให้ผลผผลิต 77 บุชเชลต่อเอเคอร์ หรือสูงกว่าราว 10 เปอร์เซ็นต์ ถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรมของมอนซานโต้สามารถจะเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นได้ก็ต่อเมื่อใส่แมงกานีสเพิ่มเท่านั้น แต่เพิ่มได้อย่างมากที่สุดก็เท่ากับถั่วเหลืองธรรมชาติเท่านั้น ไม่สูงกว่า ทำให้น่าสงสัยว่าผลจากการตัดต่อพันธุกรรมอาจจะไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารที่สำคัญจากดินของถั่วเหลือง นี่ไม่ใช่การศึกษาชิ้นแรกที่บ่งชี้ว่าพืชตัดต่อพันธุกรรมให้ผลผลิตต่ำกว่าพืชไม่ตัดต่อพันธุกรรม ก่อนหน้านี้มีการศึกษาอีกชิ้นของมหาวิทยาลัยที่ค้นพบว่าถั่วเหลืองดัดแปลงพันธุกรรมอีกพันธุหนึ่งของมอนซานโต้ก็ให้ผลผลิตต่ำกว่าถั่วเหลืองไม่ตัดต่อพันธุกรรมเช่นกัน กล่าาวคือต่ำกว่า 6 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับถั่วเหลืองสายพันธุ์ที่ใกล้ชนิดกันมากที่สุด และต่ำกว่าถึง 11 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับถั่วเหลืองสายพันธุ์ดีที่สุดที่มีอยู่ตลาด ในการศึกษาของมหาวิทยาลัยเนบราสก้าระบุว่าสาเหตุที่ทำให้ถั่วเหลืองตัดต่อพันธุกรรมให้ผลผลิตต่ำกว่า นั่นคือ ความเหลื่อมของเวลา เพราะเทคโนโลยีการตัดต่อพันธุกรรมใช้เวลานาน กว่าจะเสร็จออกมา ถั่วเหลืองธรรมชาติก็พัฒนาไปจนให้ผลผลิตสูงกว่าแล้ว ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่แม้แต่กระทรวงเกษตรสหรัฐที่เชียร์พืชตัดต่อพันธุกรรมก็ยอมรับ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ทงคตสึ

http://a8.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/217058_206107999409358_109926812360811_653398_5081085_n.jpg

คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรกินดี เพื่อนลูกมาค้างที่บ้าน มื้อแรกผิดพลาดอย่างแรงเพราะกะจะทำสปาเก็ตตี้ใส่แองโชวี ปรากฏว่าทุกอย่างพร้อมหมด แต่ว่า…. ขาดของสำคัญคือเส้นสปาเก็ตตี้ ….แป่วววววววว สมองทำงานเอาอะไรแทนดี จบลงตรงที่เส้นโซบะที่มันมีอยู่ เอาวะ โซบะแองโชวี ได้มาหนึ่งกระทะ มีซุปมิโสะแถมไปซดกันอีกหน่อย เส้นโซบะที่ต้มไว้ยังเหลือ ใส่ตู้เย็นเอาไว้ ทำโซบะเย็นเสียหน่อยสำหรับมื้อเช้า มีน้ำซุปซีอิ๊วเย็นๆ ไว้จิ้มจุ่ม คงอร่อยกันไปมั้ง…อันนี้ไม่รู้เพราะไม่ได้ถาม เช้าต่อมา หุงข้าวรอท่าไว้ เอาหมูมาละลายน้ำแข็ง แล้วทำทงคตสึ หมูชุบเกล็ดขนมปังทอด ประเด็นอยู่ที่น้ำราด หรือน้ำจิ้มทงคตสึ เอาไงดีกว่า ไม่เคยทำ งานนี้งานทดลอง เอาซุปซีอิ๊วที่ยังเหลืออยู่มาหน่อย ใส่ซอสมะเขือเทศลงไป เติมน้ำตาลและโชยุอีกหน่อย  ได้ออกมารสชาติเข้มข้นสุดใน โรยงานป่นลงไปหน่อย ส่วนหมูหทอดไม่มีอะไรมาก ก็ชุบแป้ง ชุบไข่ ชุบเกล็ดขนมปัง แล้วเอาลงไปทอด แต่เราทอดด้วยวิธีการ์ตูน รับประกันไม่ไหม้และไม่อมน้ำมัน เทน้ำมันใส่กระทะ เอาหมูที่เตรียมไว้ลงไปวางให้ดี แล้วค่อยเปิดเตาแกสให้ไฟอ่อนที่สุด เป็นวิธีทอดหมูที่หักตำรับเชฟทั้งโลก วิธีนี้ทำได้เฉพาะหมูที่มันเป็นก้อนหนาๆ เท่านั้นนะคร้าบบบบ…. ผลงานที่ออกมาก็สดสวยดี มีผักสดราดน้ำสลัดงาหน่อย บีบมายองเนสไปนิด ได้การเลย หมดเกลี้ยงกันไป โดยคนทำไม่ได้กิน ต้องทอดใหม่อีกชิ้น Share […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แม่สายบัวแต่งตัวไม่เก้อ

http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/215209_204792769540881_109926812360811_643588_3639235_n.jpg

เมนูอาฆาตจากหนองคาย อ่านมาจากคอลัมน์ในข่าวสด เขาบอกว่าอากาศร้อนๆ กินสายบัวคลายร้อน เราก็เอากับเขาด้วย เวลาคิดถึงสายบัว นอกจากกินกับปลาร้าแล้ว นึกออกได้แค่ผัดสายบัว กับต้มกะทิสายบัวใส่ปลาทู เมนูแกงปลาสายบัวของข่าวสดจึงโดนใจด้วยประการทั้งปวง อีกอย่างมันทำง่ายมากด้วย ซื้อสายบัวมา แล้วก็ซื้อปลามา ที่จริงเขาแนะนำให้ใช้ปลานิล หรือไม่ก็ปลาช่อน โดยส่วนตัวไม่ชอบปลานิลอยู่แล้ว แต่ปลาช่อนวันนั้น ใจอยากและชอบปลาช่อน แต่ดูแล้วไม่ค่อยดี สุดท้ายเลยเลือกปลาอินทรีมาสองท่อน อาจจะไม่ค่อยเข้ากัน แต่ไม่เป็นไร สายบัวก็ล้างลอกๆ ออกซะ หั่นเป็นท่อนๆ พริกชี้ฟ้าเอามาซอยๆ หอมแดงปอกล้าง ตั้งน้ำใส่หม้อติดไฟ ไปเด็ดตะไคร้ ใบแมงลักมาเตรียมไว้ ใส่ตะไคร้ หอมแดง พริกชี้ฟ้าลงไป พอน้ำเดือด ใส่เกลือ ใส่ปลา น้ำเดือดอีกทีปรุงน้ำปลา เร่งไฟแรงเต็มพิกัด ใส่สายบัวลงไป พอเข้าที่ก็โรยใบแมงลัก แล้วชิมรส ปรุงเพิ่มได้ ไม่มีรสอะไรหรอกครับเมนูนี้ รสเค็มกับรสหวานคาวธรรมชาติจากปลา และแผดนิดๆจากตะไคร้ เผ็ดหน่อยจากพริกชี้ฟ้า หอมใบแมงลัก เป็นแกงปลาแม่สายบัวที่รับประกันว่าไม่แต่งตัวเก้อ เพราะเธอสวยมากเวลาซดเข้าไปตอนทำเสร็จใหม่ๆ ไล่เหงื่อได้ดีด้วย Share on Facebook

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แกงป่ากล้วยหอมดิบ

http://a2.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/206360_204236446263180_109926812360811_638794_8186905_n.jpg

ซื้อกล้วยหอมมาสี่ลูก สามวันแล้วก็ยังไม่ยอมสุก ดิบแข็ง กล้วยดิบสามารถทำกับข้าวได้สารพัด เอามันมาปอกๆ หั่นเป็นท่อนๆ แช่น้ำเกลือ ป้องกันกล้วยดำคล้ำ แล้วมาทำแกงป่ากล้วยหอมดิบกัน ล้างพริก เด็ดกระเพรา มาเตรียมไว้ให้พร้อม งานนี้มีน้ำซุปกระดูกหมูเหลือจากทำสุกี้หลายวันก่อน  เอาน้ำซุปนั่นแหละมาทำแกงป่า ละลายกับพริกแกง เติมกะปิเล็กน้อย มีเศษหมูอยู่นิดหน่อยเอามาด้วยแต่ไม่เน้น จนเดือด ใส่กล้วยหอมของเราลงไป สักแป๊บให้เดือดๆ อีกที คะเนว่ากล้วยสุกเข้าเนื้อ โรยพริก โรยกระเพรา ได้แกงป่ากล้วยหอมมาหนึ่งหม้อเล็ก ตักข้าวสวยมากินได้เมื่อพร้อม หลายคนสงสัยว่ารสชาติมันจะเป็นอย่างไร ตอบได้ว่าก็เหมือนแกงป่าปกติ กล้วยดิบพอโดนความร้อนสุกแล้วจะนุ่มลง แต่ไม่เละเหมือนฟักทองในแกงป่า และไม่หวานด้วย ถ้าเทียบกับเม็ดขนุนที่เอามาแกง ก็ไม่มันเท่าอีก มันเนียนๆ แบบกล้วยๆ อร่อยประสาแกงป่า Share on Facebook

Share on Facebook

อ่านต่อ.....