สตีฟ จ๊อบส์ กับการปฏิวัติดิจิตัล

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/297935_10150741824395324_535230323_19806901_6101032_n.jpg

“มันเริ่มมาตั้งแต่ยุคไอพอดแล้วที่สตีฟ จ็อบส์ บูรณาการเครื่องเล่นเพลงดิจิตัลของแอปเปิ้ลเข้ากับไอจูนส์ สโตร์ ซึ่งในระยะแรกๆ ถูกดูแคลน ในขณะเดียวกันก็ถูกต่อต้านโดยบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย รวมทั้งศิลปินเพลงบางกลุ่มบางพวกที่ติดยึดอยู่กับการขายแผ่นซีดี” สตี๊ฟ จ๊อบส์ กับการปฏิวัติดิจิตัล เขา “เปลี่ยนคน” ไม่ใช่ “เครื่องมือ” การลาออกจากตำแหน่งประธานบริษัทแอปเปิ้ลของสตีฟ จ๊อบส์ ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลกอย่างถ้วนหน้าไม่ว่ากระแสรองกระแสหลัก เพราะจ๊อบส์เป็นเหมือนสัญลักษณ์อะไรบางอย่างของโลกยุคใหม่ เราคงปฏิเสธความสำคัญของคนๆ นี้ไม่ได้ เพราะหลังจากย้อนกลับเข้ามาฟื้นฟูบริษัทที่เกือบอยู่ในสภาพล้มละลายอีกครั้งในระดับที่ต้องเอาเงินจากคู่อย่างไมโโครซอฟท์มาช่วยอุ้มไว้ จ๊อบก็ค่อยๆ ฟื้นฟูบริษัทจนก้าวมาเป็นบริษัทชั้นนำอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการผู้นำทางด้านนวัตกรรมที่ล้ำหน้าคนอื่นๆ ไปเสมอ กลายเป็นบริษัททึ่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในโลก ปัจจุบันคนอาจจะมองผลงานของจ๊อบส์จากไอแพด แท็บเล็ตที่กำลังกระหน่ำโลกและจะเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตคนไปอีกมาก หรือย้อนหลังไปก็อาจจะเป็นไอโฟนซึ่งเปลี่ยนวิถีของการใช้โทรศัพท์มือถือไปจากเดิม ย้อนไกลไปกว่าก็คือไอพอด ทว่าในขอบเขตที่ลึกซึ้งยิ่งว่านั้นที่จ๊อบส์บุกเบิกให้เกิดขึ้นอย่างประสบความสำเร็จและมีความสำคัญมากยิ่งกว่าตัวผลิตภัณฑ์ล้ำยุคเหล่านี้ก็คือ การทำให้ผู้คนในโลกจำนวนมากหันมายอมรับการซื้อเนื้อหาดิจิตัลหรือดิจิตัล คอนเทนต์ มันเริ่มมาตั้งแต่ยุคไอพอดแล้วที่สตีฟ จ็อบส์ บูรณาการเครื่องเล่นเพลงดิจิตัลของแอปเปิ้ลเข้ากับไอจูนส์ สโตร์ ซึ่งในระยะแรกๆ ถูกดูแคลน ในขณะเดียวกันก็ถูกต่อต้านโดยบริษัทเพลงยักษ์ใหญ่ทั้งหลาย รวมทั้งศิลปินเพลงบางกลุ่มบางพวกที่ติดยึดอยู่กับการขายแผ่นซีดี การดึงเพลงออกมาขายเป็นไฟล์ ดิจิตัล ตัดแบ่งเป็นเพลงๆ ให้ผู้บริโภคเลือกเอาตามแต่ต้องการ ในท่ามกลางการละเมิดลิขสิทธิ์ที่มีอยู่มากมายทั่วโลก แต่สุดท้ายแล้วไอจูนส์ สโตร์ ก็ประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น และมันกลายเป็นส่วนที่แยกไม่ออกไปจากผลิตภัณฑ์ยุคต่อมาทั้งไอโฟน ไอพอด ทัชรวมถึงไอแพดในปัจจุบันที่เป็นแหล่งขายดิจิตัล คอนเทนต์ สารพัดสาระพัน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ฉากสุดท้าย “แท็บเล็ต” เหลือแค่ iOs / Android

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/s720x720/313715_10150754538295324_535230323_19959380_2679370_n.jpg

ฉากสุดท้าย “แท็บเล็ต” เหลือแค่ iOs / Android ข่าวคราวเกี่ยวกับ HP ยังคงมีกันมาอย่างต่อเนื่อง ที่สนุกสนานที่สุดก็คือการเลหลัง TouchPad กันสนั่นในราคาประมาณ 3,000 บาท ซึ่งว่ากันว่าเพียงพรึ่บเดียวหมด ถึงแม้ HP จะประกาศเลิกผลิต และดูไปแล้ว WebOS ก็ไม่ค่อยมีอนาคตนัก เนื่องจาก HP ทำท่าจะทิ้งตลาดคอมซูมเมอร์อย่างแน่นอน เพื่อหันไปหาตลาดองค์กรแทน ก่อนหน้านี้เคยมองกันว่าในตลาดแท็บเล็ต WebOS ของ HP คงจะเขามามีส่วนแบ่งเป็นอีกหนึ่งรายใหญ่สมควรด้วยศักดิ์ศรีของผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ของโลก แต่ถึงตอนนี้ภาพนี้ตัดทิ้งไปได้โดยสิ้นเชิง ทำให้ในตลาดเวลานี้คงเหลือรายใหญ่จริงๆ เพียง iOS ของแอปเปิ้ล และ แอนดรอยด์ ของ กูเกิ้ลที่มีผู้ผลิตมากหน้าหลายตา สองแพลตฟอร์มนี้กินตลาดแท็บเล็ตในปัจจุบันไปมากว่า 90 % และจากการวิเคราะห์ในรายงานสรุปของบริษัทวิจัย In-Stat ก็ทำนายไว้ว่าแนวโน้มจะเป็นเหมือนเดิมอย่างนี้ไปอย่างน้อยอีก 6 ปีข้างหน้า คือ สู้กันอยู่แค่สองแพลทฟอร์มใหญ่เท่านั้น คำถามก็คือ RIM หายไปไหน หากดูจากเสียงตอบรับแท็บเล็ต Playbook แล้ว […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ต้มผักกาดจอกับข้าวห่อสาหร่าย

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc7/297170_256438984376259_109926812360811_867240_626418_n.jpg

  “กับข้าวทางเหนือ ผักกาดจอใส่กระดูกหมู เจ้า” สืบเนื่องจากข้อความนี้ พร้อมรูปภาพและวิธีทำ ดูแล้วมันง่ายดี เหมาะกับคนบางประเภท ลองทำดู แม้จะมีผักกวางตุ้งอยู่ต้นเดียว เอาวะ ลุย ปอกหอม กระเทียม โขลกกับรากผักชี ใส่เกลือเม็ดๆ (จากสมุทรสาคร) และกะปิคลองโคน โขลกกันให้แหลก ตั้งหม้อตั้งไฟต้มน้ำเดือดๆ ใส่ไอ้ที่โขลกๆ ลงไป แล้วเอาหมูสามชั้นลงไปเคี่ยวไฟอ่อน มีกระดูกหมูก็ดี แต่หม้อนี้ไม่มีครับ ทำไปตามสภาพ ตั้งกะทะอีกใบทอดพริกขี้หนูแห้งให้กรอบหอมพักๆว้ เคี่ยวไปจนกว่าจะเปื่อยนุ่มละลายในลิ้น ชิมรสปรุงให้ข้น เร่งไฟเดือดๆ ใส่ผักกาดจอลงไป ของเรามีผักน้อย…ทำไปเหอะ ทำกินเอง ใส่น้ำมะขามเปียกลงไป ให้เดือด แล้วชิมแล้วปรุงรสอีกที ถ้าได้ที่ก็โรยต้นหอมผักชี  ตักใส่ถ้วย โรยพริกขี้หนูทอด กินกับข้าวเหนียว แต่ข้าวเหนียวไม่มี มีข้าวกล้อง เอามาทำสวย ข้าวกล้องห่อสาหร่ายกับต้มผักกดาดจอ เริ่ด Share on Facebook

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ราคาอาหารกับการจราจล

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/185361_244389138914577_109926812360811_828416_187086_n.jpg

เหตุการณ์จราจลในลอนดอนที่ลุกลามและขยายออกไปเป็นวงกว้างตามเมืองใหญ่ๆ ของอังกฤษ เป็นเหตุการณ์ที่จุดชนวนความสนใจเกี่ยวกับสาเหตุของการจราจลอย่างกว้างขวาง เพราะเมื่อกวาดตามองไปบนแผนที่โลกในระยะปีสองปีมานี้เกิดเหตุจราจลขึ้นในมากมายหลายประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เห็นกันอยู๋ในแถบตะวันออกกลาง และล่าสุดที่กำลังเข้าจุดไตลแมกซ์ก็คือที่ลิเบีย อะไรคือสาเหตุของการจราจล มีคำตอบสำหรับคำถามนี้อยู่หลายแบบหลายแนวคิด ที่พูดกันก็อย่างเช่นความเหลื่อมล้ำ ปัญหาการเมือง ปัญหาชนชั้น ปัญหาเชื้อชาติ ฯลฯ แน่นอนว่าคำตอบย่อมหาไม่ได้ง่ายๆ แต่เมื่อเร็วๆ นี้มีคำตอบหนึ่งที่น่าสนใจ เป็นคำตอบที่ค้นพบโดย มาโคร ลากิ แห่งสถาบัน นิวอิงก์แลนด์ คอมเพล็กซ์ ซิสเต็ม ในเคมบริดจ์ ลากิกับทีมงานวิจัยของเขาระบุว่ามีปัจจัยเดี่ยวโดดๆ ที่มีความสัมพันธ์ชัดเจนกับการจราจลที่เกิดขึ้นในขอบเขตทั่วโลก ปัจจัยที่ว่านั้นคือ ราคาอาหาร ลากิค้นพบว่าราคาอาหารเมื่อสูงขึ้นไปถึงจุดหนึ่งที่แน่นอน ความไม่สงบทางสังคมก็จะเกิดขึ้นไปทั่วโลก หลักฐานที่ยืนยันถึงความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะเป็นความสัมพันธ์โดยตรงระหว่างการจราจลกับราคาอาหารที่ลากินำมาแสดงให้เห็นมาจากแหล่งข้อมูลสองแหล่ง นั่นคือ ดัชนีราคาอาหารที่จัดทำโดยเอฟเอโอ หรือ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ อีกแหล่งข้อมูลหนึ่งมาจากวันเวลาที่เกิดเหตุการณ์จราจลขึ้นทั่วโลก เมื่อนำข้อมูลจากทั้งสองแหล่งมาพล็อตเป็นกร๊าฟความสัมพันธ์ดังกล่าวปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน พอดัชนีราคาอาหารสูงขึ้นเหนือระดับวิกฤต ความไม่สงบทางสังคมก็เริ่มต้นขึ้น…ทั่วโลก ในเชิงสถิติเมื่อพล็อตออกมาเป็นกร๊าฟเราเห็นความสัมพันธ์ชัดเจน ส่วนคำธิบายในเรื่องนี้ก็ไม่น่าจะยากเย็นนัก เพราะเมื่อราคาอาหารแพงและคนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งอาหารลี้ยงปากเลี้ยงท้องได้ ความหดหู่สิ้นหวังก็ก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ ครุกรุ่น และพร้อมที่จะระเบิดออกมา โดยตัวราคาอาหารเองนั้นไม่ได้เป็นตัวจุดประกายของการจราจล แต่มันคือเชื้อไฟอย่างดีที่พร้อมปะทุได้ทุกเมื่อ ส่วนตัวที่จุดหัวไม้ขีดไฟจนทำให้ป่าทั้งป่าไหม้ได้นั้นอาจจะเป็นอะไรก็ได้ เหมือนเช่นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตูนิเซีย  การจราจลเริ่มต้นเมื่อผู้ประท้วงคนหนึ่งประท้วงด้วยการเผาตัวตาย เหตุการณ์ก็บานปลายออกไปจนรัฐบาลเอาไม่อยู่ ความสัมพันธ์ระหว่างราคาอาหารและการจราจลดังกล่าวนี้จะว่าไปไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เนื่องจากแนวโน้มของโลกที่เราเห็นและรู้กันอยู่ก็คือราคาอาหารมีแนวโน้มสูงขึ้นทั่วโลก แม้ในเมืองไทยก็รับรู้กันได้อย่างชัดเจนมากอยู่แล้วโดยไม่ต้องมีใครมาบอก หากมันสูงขึ้นจนข้ามเส้นเริ่มต้นของวิกฤตเมื่อไรเมื่อนั้นก็จะหยุดไม่อยู่ ที่จริงแล้วในวันที่ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....