อังกฤษรื้อหลักสูตรคอมพ์ล้าหลัง

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/166685_10150372500775324_535230323_16362798_1864838_n.jpg

“กอฟเห็นว่าทุกวันนี้เราถูกสอนให้รู้จักคุ้นเคยและใช้งานเทคโนโลยีรอบๆ ตัว แต่ล้มเหลวที่จะป้อนความเข้าใจในระดับลึกซึ้งลงไปของวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งนับวันจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นทุกขณะและเข้าไปผสานกับศาสตร์แขนงอื่นๆ จนทำให้เส้นแบ่งเดิมพร่าเลือน” อังกฤษปฏิรูปการศึกษา รื้อหลักสูตรคอมพ์โรงเรียน หลักสูตรคอมพิวเตอร์ที่สอนๆ กันอยู่ตามโรงเรียนในบ้านเราน่าจะคล้ายกับการเรียนพิพ์ดีดสมัยก่อน คือการฝึกให้ใช้เครื่องมือสำเร็จรูปเพื่อผลิตคนขึ้นมาตอบสนองความต้องการของระบบทั้งภาคเอกชนและทางการ นั่นคือการเรียนการใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูปอย่างเช่นเวิร์ดหรือเอ็กเซล หรืออาจจะมีโปรแกรมอื่นๆ เสริมเติมเข้าไปบ้าง แต่ละวันโลกเปลี่ยนแปลงไปมากในอัตราเร่ง แต่ว่าการเรียนการสอนก็ยังคงเหมือนย่ำอยู่กับที่ ในอังกฤษ ซึ่งแม้จะเป็นประเทศพัฒนาแล้วแถบยุโรปที่มีภาพลักษณะของความทันสมัยก้าวหน้าและมีเครื่องคอมพิวเตอร์ต่อจำนวนนักเรียนมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปด้วยกัน ก็หนีไม่พ้นการย่ำเท้าอยู่กับที่เช่นเดียวกันนี้ ผลการศึกษาการเรียนการสอนวิชาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนโดยราชสมาคอมแห่งลอนดอนที่ใช้เวลาทำวิจัย 18 เดือนพบว่า ทั้งครูผู้สอน สถาบันวิชาการ และอุตสาหกรรมวิทยาการคอมพิวเตอร์ เห็นตรงกันว่าการสอนวิทยาการคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนของอังกฤษกำลังหลงทาง ก่อนหน้านั้นราวเดือนสิงหาคม อิริค ชมิดท์ ประธานกูเกิ้ลก็วิจารณ์ความล้มเหลวของอังกฤษในการธำรงรักษาการสร้างนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหมมือนอย่างที่เคยทำมาในอดีตไว้ได้ ทั้งที่อังกฤษเคยมีอลัน ทัวริง นักคณิตศาสตร์ผู้สร้างคอมพิวเตอร์เครื่องแรกๆ ของโลกและได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งคอมพิวเตอร์ และรุ่นหลังยังมีทิม เบอร์เนอร์ ลี ที่ได้ชื่อว่าเป็นบิดาแห่งอินเทอร์เน็ต แรงผลักดันและการรณรงค์ให้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและสุดท้ายได้รับการขานรับจากไมเคิล กอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของอังกฤษ ในการรื้อยกเครื่องหลักสูตรการเรียนวิทยาการคอมพิวเตอร์ในโรงเรียนเสียใหม่ เมื่อไม่กี่วันมานี้กอฟกล่าวว่าหลักสูตรไอซีทีที่สอนกันอยู่ในโรงเรียนปล่อยให้เด็กๆ “เบื่อหน่ายกับการถูกสอนวิธีการใช้เวิร์ดและเอ็กเซลโดยครูผู้สอนที่น่าเบื่อ” กอฟเห็นว่าทุกวันนี้เราถูกสอนให้รู้จักคุ้นเคยและใช้งานเทคโนโลยีรอบๆ ตัว แต่ล้มเหลวที่จะป้อนความเข้าใจในระดับลึกซึ้งลงไปของวิทยาการคอมพิวเตอร์ ซึ่งนับวันจะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นทุกขณะและเข้าไปผสานกับศาสตร์แขนงอื่นๆ จนทำให้เส้นแบ่งไม่ชัดเจน เช่น การแพทย์กับเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ วิทยาการคอมพิวเตอร์กับชีววิทยา ว่าแล้วท่านรัฐมนตรีก็ประกาศรื้อหลักสูตรไอซีทีในโรงเรียน เปิดทางให้แต่ละโรงเรียนสร้างหลักสูตรของตัวเองขึ้นโดยความช่วยเหลือของมหาวิทยาลัย […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

บ้านสนุกสนาน

25550123-192443.jpg

น้ำหลากมาแล้วหลากไป ในอดีตหลังน้ำหลาก ความอุดมสมบูรณ์ตามาตามเรือกสวนไร่นา แม้กระทั่งช่วงน้ำท่วม ชีวิตใหม่ก็เกิดกับลูกเล็กเด็กแดง ได้เล่นน้ำในที่ที่ปรกติไม่มีน้ำ ใต้ถุนบ้านน้ำยังขนปลามาใส่ไว้ให้ เป็นอาหารได้ ปัจจุบันหลายที่ก็ยังคงเป็นเช่นนั้น แต่ส่วนที่กลายสภาพเป็นเมืองไปแล้ว น้ำหลากมาและท่วมค้างคาเป็นเดือน นำความพินาศมาให้ ข้าวของสมบัติพัสสถานมลายไปกับสายน้ำ หนังสือนับพันๆ เล่ม ที่บ้านหลังนี้ ข้าวของต่างๆ รวมทั้งต้นไม้อีกหลายต่อหลายต้น แต่น้ำเคยนำมาซึ่งชีวิตใหม่ ก็ยังคงเป็นอย่างนั้นเช่นกัน บางคนเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ บางคนหลังวิกฤตก็มีโอกาสเช่นกัน โอกาสในการปฏิรูปบ้าน บ้านที่เคยรกเรื้อ กลายเป็นบ้านโล่งๆ หลังจากน้ำพัดพาสรรพสิ่งอันรกเรื้อไปจากบ้าน บ้านหลังนี้อยู่มาสิบห้าปี ก็รกมาเกือบตลอดยกเว้นปีแรก เคยคิดหลายครั้งอยากทำโน่นนี่ใหม่ อยากทาสีใหม่ อะไรทำนองนี้ แต่แค่คิดก็เหนื่อยแล้วกับการโยกย้ายข้าวของเพื่อเปิดพื้นที่ว่างสำหรับการทาสี ถ้าน้ำไม่มากวาดล้างความรกเรื้อออกไป แม้จะเป็นการกวาดไปทิ้งก็ตามที ก็คงไม่เกิดโอกาสดีๆ แบบนี้ สิ่งที่เราทำก็เพียงแค่เปลี่ยนพื้นเป็นกระเบื้องและปูกระเบื้องผนังเพื่อรับมืิอกับน้ำท่วมในคราวต่อๆ ไป และเปลี่ยนสีผนังใหม่ตามจินตนาการ ทำบ้านให้สนุกสนาน สนุกสนานระหว่างทำ ช่วยกันคิดช่สวกันเลือก ช่วยกันทาสี และช่วยกันตกแต่งมัน ด้วยจิตรกรรมฝาผนัง เหนื่อยแต่สนุก และมีความสุขดี ได้บ้านสีลูกกวาดมาแทนที่ของเก่า ชีวิตมีไว้ให้เล่น มันเป็นเช่นนั้นจริงๆ Share on Facebook

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ตัวตน,โลกจริง,โลกเสมือน

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/402033_10151078384905324_535230323_21753161_1164950354_n.jpg

“จากการศึกษาโดยคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน กลับให้ผลออกมาเป็นตรงกันข้าม นั่นก็คือโดยแนวโน้มส่วนใหญ่แล้ว ในโลกจริงๆ คนมีบุคคลิกอย่างไร บุคคิกของคนคนนั้นในโลกเสมือนก็จะเป็นอย่างนั้น” ตัวตนในโลกเสมือน คือตัวตนในโลกจริง มีแนวความคิดที่ปรากฏอยู่โดยทั่วไปว่าตัวตนของคนที่เพ่นพ่านอยู่บนอินเทอร์เน็ตนั้นมักจะเป็นตัวตนสมมติที่คนสร้างขึ้นมา ด้วยเหตุที่เป็นโลกเสมือนจริงที่ไม่จำเป็นว่าใครจะต้องมารู้ว่าจริงๆ แล้วเราเป็นคนแบบไหนอย่างไร แต่ละคนสามารถเลือกบุคคลิกในโลกสเมือนขึ้นมาใหม่ในแบบที่ตัวเองอยากให้เป็นแต่ไม่ได้เป็นในโลกจริง นั่นเป็นความเชื่อที่มีมาแต่ไหนแต่ไร พบเห็นได้เวลาอ่านตามสื่อต่างๆ  ที่มีคนเขียนหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของคนในโลกเสมือนจริง ยุคที่โซเชียล เน็ตเวิร์กทวีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการเชื่อมโยงคนเข้าหากัน แทรกซึมเข้ามาในวิถีชีวิตของคนจำนวนมากมายมหศาล การแสดงออกมาที่ปรากฏผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์ก ก็มักจะถูกมองไปในทิศทางแบบนั้นเช่นเดียวกัน นั่นเป็นการสรุปโดยใช้สามัญสำนึกและประสบการณ์เฉพาะตนากการสังเกตการณ์และการเข้าไปใช้งานของแต่ละคน แต่มันอาจจะไม่ได้เป็นอย่างนั้นก็ได้ จากการศึกษาโดยคณะจิตวิทยา มหาวิทยาลัยเท็กซัสที่ออสติน กลับให้ผลออกมาเป็นตรงกันข้าม นั่นก็คือจากแนวโน้มส่วนใหญ่แล้ว ในโลกจริงๆ คนมีบุคคลิกอย่างไร บุคคิกของคนคนนั้นในโลกเสมือนก็จะเป็นอย่างนั้น ผลการศึกษาชิ้นนี้ตีพิมพ์อยู่ในวารสารไซเบอร์ไซโคโลยี ,บีแฮฟวิเออร์ แอนด์ โซเชียลเน็ตเวิร์กกิ้ง โดยยึดเอาการจัดแบ่งกลุ่มบุคคลิกภาพหลักในทางจิตวิทยาที่มีอยู่ 5 แบบ ได้แก่พวกช่างสังคม พวกประสาทกิน พวกสุภาพประนีประนอม พวกระมัดระวังรับผิดชอบ และพวกเปิดกว้าง (ทั้ง 5 แบบนี้เขาเรียนกันในวิชาจิตวิทยาที่ผมอาจจะสรุปแบบรวบรัดประหยัดเนื้อที่ไปหน่อย) การศึกษาชิ้นแรกในรายงานใช้กลุ่มตัวอย่างนักศึกษาจิตวิทยา 159 คนจากมหาวิทยาลัยวอชิงตัน โดยนักวิจัยตรวจสอบบุคคลิกภาพของนักศึกษาเหล่านี้แล้วเทียบเคียงกับพฤติกรรมบนเฟซบุ๊ก แล้วพฤติว่ามันออกมาสอดคล้องกันใครมีบุคคลิกแบบไหน บนเฟซบุ๊กก็จะเป็นแบบนั้น อีกชิ้นในรายงานชิ้นเดียวกันโดยกลุ่มตัวอย่างจากมหาวิทยาลัยเท็กซัส 130 คน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....