บริษัทอาหารจำกัด

25550331-143357.jpg

บริษัทอาหารจำกัด ในอเมริกามีกลุ่มแอคติวิสต์อยู่กลุ่มหนึ่งชื่อ NationofChange ที่อธิบายตัวเองว่าเป็นองค์กรข่าวไม่แสวงกำไรจัดทำแมกาซีนออนไลน์และจดหมายข่าวฟรีสำหรับสาธารณะชนโดยเน้นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อระบบประชาธิปไตยของประเทศ คำขวัญขององค์กรก็คือ วารสารศาสตร์ก้าวหน้าเพื่อปฏิบัติการเชิงบวก ประเด็นที่ NationofChange กำลังรถณรงค์อยู่ในขณะนี้โดยประสานกับแอคติวิสต์ทั่วอเมริกาก็คือการต่อต้านพฤติกรรมของบริษัทอุตสาหกรรมการเกษตรยักษ์ใหญ่มอนซานโต้ ในประเด็นของพืชตัดต่อพันธุกรรม โดยจะจัดกิจกรรมให้ความรู้อีกด้านของพืชตัดต่อพันธุกรรมและตีแผ่พฤติการณ์ของบริษัทอุตสาหกรรมการเกษตร คาถาที่บริษัทไบโอเทคทั้งหลายใช้เสกเป่าเกี่ยวกับพืชตัดต่อพันธุกรรมก็คือ มันจะช่วยเพิ่มผลผลิตอาหารให้แก่โลก ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม และเพิ่มคุณค่าให้กับอาหารทำให้สุขภาพดี ในอเมริกานั้นการเสกเป่าทำถึงขนาดพยายามจะผลักดันหนังสือสำหรับเด็กที่พูดถึงแต่ด้านดีของพืชตัดต่อพันธุกรรมเข้าไปในชั้นเรียนของเด็กที่จัดทำขึ้นโดย สภาเพื่อข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเทคโนโลยีชีวภาพ (CIB- Coincil for Biotechnology Iinformation) ซึ่งเงินทุนสนับสนุนหลักมาจากบริษัทด้านนี้ แต่คาถาเหล่านี้แต่ละข้อล้วนมีข้อโต้แย้งหมดด้วยข้อมูลงานวิจัยของนักวิทยาศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญ เช่น ในปี 2552 สหพันธ์นักวิทยาศาสตร์ผู้ห่วงใย ตรวจสอบฐานข้อมูลเกี่ยวกับพืชตัดต่อพันธุกรรมรวมถึงสถิตอจากกระทรวงเกษตรสหรัฐแล้วพบว่า กว่ายี่สิบปีของการวิจัยและ 13 ปีของการค้าพืชตัดต่อพันธุกรรมในสหรัฐมีผลต่อการเพิ่มผลผลิตโดยรวมน้อยมาก งารวิจัยบางชิ้นพบว่าด้วยซ้ำว่าผลผลิตลดลง เช่น กรณีของถั่วเหลือง ส่วนเรื่องสิ่งแวดล้อมนั้น เมื่อเรามองวิธีการที่บริษัทไบโอเทคใช้แล้วจะเห็นได้ชัดเจน ดังในกรณีของมอนซานโต้ ที่ขายเมล็ดพันธุ์ตัดต่อพันธุกรรมราวดน์อัพเรดดี้เพื่อให้ทนทานต่อสารเคมีกำจัดศัตรูพืชราวนด์อัพเรดดี้ พืชตัดต่อพันธุกรรมทนทานขึ้นก็จริงแต่ทนทานสารเคมียี่ห้อที่มอนซานโต้ขาย ระบบนี้ไม่เพียงมัดเกษตรกรให้อยู๋มือเท่านั้น มันยังทำลายสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะแทนที่จะลดการใช้สารเคมีก็กลับเป็นตรงกันข้าม เพราะศัตรูพืชสามารถพัฒนาภูมิต้านทานได้นั่นเอง ในทางกลับกันสิ่งแวดล้อมนั่นเองที่ถูกทำลายลงไป ส่วนเรื่องที่พืชตัดต่อพันธุกรรมจะช่วยแก้ไขปัญหาสุขภาพหรือทำให้สุขภาพดีขึ้นนั้น ในทางปฏิบัติก็ยังคงเป็นนิทานหลอกเด็กอยู่นั่นเอง ยิ่งพูดเรื่องแก้ปัญหาความอดอยากขาดแคลนก็ยิ่งเป็นเรื่องชวนหัวมากยิ่งขึ้น เพราะวิธีคิดของบริษัทเหล่านี้เป็นไปในทางเดียวกันหมด ในหนังสารคดีเรื่อง Food Inc. หากใครเคยดูคงพอเข้าใจประเด็นทำนองนี้ สารคดีเรื่องนี้ทำควบคู่มากับหนังสือชื่อเดียวกัน (ฉบับพากย์ไทยชื่อบริษัทอาหารจำกัด) […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เมนูปลากระป๋อง

25550307-192334.jpg

ตั้งแต่เมื่อกลางเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หอบของหนีน้ำติดตัวมาไม่กี่อย่าง มาเช่าอพาร์ทเมนต์อยูแถวที่ทำงาน จนป่านนี้ยังไม่ได้กลับไปอยู่บ้าน ใช้ชีวิตอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ อาศัยซื้ออาหารกิน ไม่นานก็เบื่อ เริ่มเปลี่ยนชีวิตอพาร์ทเมนต์ใหม่ด้วยการซื้อเตาแก๊สแคมปิ้ง กับขุดหม้อไหแคมปิ้งมา รวมหม้อหุงข้าวด้วย ทีนี้ก็เริ่มทำกับข้าวกินเองเหมือนเดิม เงื่อนไขที่เปลี่ยนไปคือไม่มีตู้เย็นสำหรับแช่ของสด ตลาดสดตอนเย็นก็ตลาดวาย ได้พึ่งท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ตบ้างเป็นครั้งคราว เพราะขี้เกียจเดิน เมนูปลากระป๋องเริ่มผุดเข้ามาในหัว เพราะร้านสะดวกซื้อเซเว่นมันใกล้ที่พัก เลิกงานเดินมาแวะซื้อติดมือขึ้นห้องไปเสกกับข้าวเอา ปลากระป๋องทำได้หลายอย่างเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แแล้ว เพียงแต่เราใช้จินตนาการกับมันหน่อยก็จะได้กับข้าวอร่อยๆ น่ากิน ให้คิดเสียว่ามันเป็นปลาเหมือนที่ซื้อมาจากตลาดสดก็ได้ เหมือนเซเซ่มีมิงกินโยเป็นเพื่อน ปลากระป๋องที่ซื้อมาใช้ทำกับข้าวบ่อยๆ คือทูน่าสเต๊กในน้ำมัน มันดูเป็นก้อนดี และมีแต่รสชาติของปลา เมนูปลากระป๋องที่ทำมาแล้วมีหลายแบบ เช่นผัดเผ็ด แกงปลากระป๋องใบยอ ปลากระป๋องต้มเกี่ยมฉ่าย และล่าสุดหมาด ๆ คือต้มปลาร้าปลากระป๋อง เพราะมีข้าวกับไข่ดาวเหลืออยู่ แต่แค่นี้มันกินแบบซังกะตาย เราก็เสกเมนูปลากระป๋องมาทำ ด้วยวัตถุดิบจำกัดเท่าที่มีอยู่ในห้องโดยไม่ต้องไปจ่ายตลาด ต้มปลาร้าถ้วยนี้ต้องเรียกต้มปลาร้าอพาร์ทเมนต์ เพราะใช้ปปลาร้าก้อน ปลากระป๋อง หอมแดง พริกแห้ง จบตามวัตถุดิบที่มี มีครกไฟฟ้าโมลิเน็กซ์ช่วยตำหอมกับพริกแห้งเผา ก็เท่านั้นเอง ทุกอย่างต้มด้วยกัน บดๆ ไป เวลาจะกินก็บีบมะนาว ถ้วยนี้เป็นปลาร้าคนยากเจรงๆ ผักก็ไม่มี เมนูก่อนหน้านี้ที่เริดในรสชาติคือ ปลากระป๋องต้มเกี่ยมฉ่าย […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....