พะแนงกุ้งกับมันฝรั่ง

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/p480x480/540046_419630721390417_109926812360811_1364481_1651416361_n.jpg

ไม่ได้เสนอเมนูง่ายๆ ที่นี่มานานแล้ว วันนี้กลับบ้านมามีงานติดพันมาเยอะมากมาย เอาไงดี ดูวัตถุดิบในบ้าน มีกุ้งแช่แข็งอยู่ ละลายมันก่อนเลย ง่ายซะไม่มี ทำอะไรกับกุ้งดี ข้าวก็ไม่อยากหุง ต้องล้างหม้อล้างไห ต้นไม้ปลูกหใม่ ก็ต้องออกไปรดน้ำ มีลูกแมวที่ไม่รู้ว่ามันจะพิการหรือไม่ แก้ได้ไหม รักษากันอยู่ เช็ดอึเช็ดฉี่ ป้อนยา ที่ยากมาก ฉะนั้นแล้วไซร้มีอะไรก็ทำกินๆ กันไป ไม่ต้องเลิศวิลิศมาหรา มีพริกแกงอยู่ แต่มันไม่ใช่พริกแกงพะแนง พริกแกงพะแนง เด่นที่เครื่องเทศ อะ…แบบนี้ได้ ก็เติมเครื่องลงไปตำๆ ผสมกัน ไม่ยาก แล้วก็ทำมันออกมาอย่างที่เห็นในภาพ รสชาติ ปรุงเอาตามชอบ ชอบหวาน ใส่หวาน ไม่ชอบหวานก็เอาความหวานจากกะทิเท่านั้น แน่นอนชอบเค็ม ก็ปรุเค็มสิครับ สุดท้ายโรยใบมะกรูดซอย ทุกอย่างเป็นอันเสร็จ ง่ายซะไม่มี โลกของการกิน แค่นั้นเอง ทำออกมาแล้วไม่อร่อยก็ไม่ต้องกิน ถ้าอร่อยก็กินเข้าไปเยอะๆ Share on Facebook

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

จิตสำนึกวิทยาศาสตร์” เริ่มต้นด้วยการอ่าน

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/537113_390425070981497_779073135_n.jpg

“สิ่ง หนึ่งที่วิเศษสุดสำหรับหนังสือเล่มนี้ในทัศนะของผมก็คือภาพประกอบครับ ภาพประกอบในหนังสือแนววิทยาศาสตร์มีความหมายอย่างมาก เพราะช่วยเสริมสร้างความเข้าใจ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ ช่วยสร้างจินตภาพ จินตนาการได้เพริดแพร้วดีนัก”   จิตสำนึกวิทยาศาสตร์” เริ่มต้นด้วยการอ่าน   โดย ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์ (pairat@matichon.co.th) ครั้งหนึ่งผมเคยถูกตั้งคำถามเอาซึ่งๆหน้าว่า “หนังสือวิทยาศาสตร์” ในเมืองไทยหายไปไหนกันหมด? ผมเข้าใจเอาว่าผู้ถามไม่ได้ตั้งอกตั้งใจจะเค้นหาคำตอบของคำถามอย่างจริงจังนัก แต่ใช้มันเป็นใบเบิกทางเพื่อถกอีกรายเรื่องที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากประโยคที่ว่านั้น ผมยอมรับตรงไปตรงมาว่า หนังสือในแนวที่เป็นวิทยาศาสตร์–วิทยาการและเทคโนโลยีในเมืองไทยนั้นมีน้อยกว่าหนังสือ “ผี” ถึงจะไม่ได้มีการสำรวจตรวจสอบกันอย่างจริงๆจังๆก็เถอะ หนังสือที่เข้าข่ายเป็นหนังสือเทคโนโลยีจริงๆที่มีก็เป็นเรื่องของไอทีและการบริโภคเทคโนโลยีในวงจำกัดเท่านั้นเอง คำถามถัดมาที่หนักหนาสาหัสกว่าก็คือ “แล้วอย่างนี้เราจะปลูกจิตสำนึกทางวิทยาศาสตร์กันได้ยังไง?” ตอบยากนะครับ โชคดีที่ผมไม่มี “หน้าที่” ต้องตอบ เล่าเรื่องนี้สู่กันฟังเพื่อที่จะบอกว่า ถึงแม้จะมีน้อย แต่หนังสือวิทยาศาสตร์ในเมืองไทยก็ยังมีอยู่ แนวความคิดทางวิทยาศาสตร์เองก็ปรากฎอยู่ในหลากเรื่องราว ที่มีการนำเสนอกันในรูปแบบต่างๆ เพียงแต่ว่าอาจจะถูกให้น้ำหนักน้อยไปนิด จนเหมือนถูกกลบ ถูกกลืนไปเสียมาก มีหนังสือดีๆหลายเล่มที่ถูกตีพิมพ์ออกมาเรียบร้อยแล้ว แต่ถูกหนังสืออื่นๆบนแผงบดบังจนไม่มีใครเห็นไม่มีใครรู้ เพื่อยืนยันเรื่องนี้ ผมขอใช้เนื้อที่ตรงนี้เดือนละครั้ง หยิบเอาหนังสือในแนวๆนี้มาแนะนำให้ได้รับรู้กันว่ามีอยู่ในบรรณพิภพ ส่วนใหญ่จะเป็นหนังสือของสำนักพิมพ์มติชน ไม่ใช่ด้วยเหตุผลที่ว่า เป็นหนังสือใกล้มือเท่านั้นครับ แต่ยังเป็นเพราะสำนักพิมพ์มติชนยืนหยัดผลิตหนังสือในแนวนี้ออกมาเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ถ่ายทอดออกมาเป็นภาษาไทยโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่เหมาะสม อย่างหนังสือ “คู่มือท่องโลกวิทยาศาสตร์” ที่หยิบมาแนะนำเป็นประเดิมเล่มนี้ ผมอ่านแล้วเอาหัวตัวเองรับประกันไว้เลยว่า ใครอ่านก็ต้องได้ประโยชน์ พ่อแม่ผู้ปกครองคนไหนที่คิดซื้อหาให้ลูกหลาน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-prn1/s720x720/553856_10151444577370324_535230323_23087111_2078373646_n.jpg

“ร้านอาหารที่มีไปทัวทุกหัวระแหงตั้งแต่ริมถนนไปจนถึงยอดตึกระฟ้าเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างของประเทศนี้ที่สะท้อนกลไกตลาดเสรีที่แท้จริง “ ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต วาทกรรมแพงทั้งแผ่นดินปะทะกับถูกทั้งแผ่นอย่างสนุกสนานไปอีกแบบสำหรับประเทศแบบไทยๆ โชคดีที่คณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงพาณิชย์ที่จะให้อาหารจานเดียวราวสิบชนิดเป็นอาหารควบคุม ไม่อย่างนั้นเราคงจะมีรัฐบาลโจ๊กเพิ่มขึ้นมาอีกนอกเหนือจากสภาโจ๊ก แค่ร้านถูกใจร้านธงฟ้า แนวคิดแบบที่ใช้กันมาก็ชวนละเหี่ยเต็มทีแล้วครับผม ร้านอาหารที่มีไปทัวทุกหัวระแหงตั้งแต่ริมถนนไปจนถึงยอดตึกระฟ้าเป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างของประเทศนี้ที่สะท้อนกลไกตลาดเสรีที่แท้จริง ขอประทานโทษ…อย่าได้สะเหร่อไปแทรกแซงกลไกตลาดร้านอาหารที่ทำหน้าที่ของมันได้ดีอยู่แล้ว ถ้าจะดูแลควรไปดูแลต้นทางเรื่องวัตถุดิบ เรื่องพวกนี้ทำให้นึกถึงตลาดเกษตรกรหรือฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ตในต่างประเทศ ที่เป็นแนวคิดซึ่งกำลังได้รับความนิยมในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ ซึ่งเกิดขึ้นมาจากพื้นฐานความคิดหลายอย่างผสมผสานกัน ฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต คือตลาดที่เกษตรกรนำผลิตของตนมาขายตรงให้กับผู้บริโภค ส่วนใหญ่เน้นตอบสนองท้องถิ่น ลดคนกลาง ลดค่าขนส่ง ผลพวงที่ตามมาคือลดการใช้พลังงานฟอสซิล บางประเทศอย่างญี่ปุ่น ฟาร์เมอร์ มาร์เก็ต เน้นผลผลิตที่ปลอดสารพิษด้วย ผู้บริโภคได้ทั้งของสดของดีมีคุณภาพในราคาถูก ได้กันทั้งขึ้นทั้งล่อง ตลาดแบบนี้ อาจจะถูกมองว่าเป็นตลาดของคนมีรสนิยมมีระดับคำนึงถึงสุขภาพ แต่ความจริงจะเห็นว่าไม่เชิงเสียทีเดียว เพราะช่วยทั้งเกษตรกรให้ได้ส่วนต่างกำไรมากขึ้นและช่วยผู้บริโภคให้สามารถเข้าถึงสินค้าคุณภาพในราคาที่ถูกลง ในสหรัฐอเมริกาถึงขณะนี้มีฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ตอยู่ประมาณ 7,000 แห่ง และสิ่งที่เริ่มเปลี่ยนแปลงก็คือการที่กระทรวงเกษตรฯ ของเขา ผลักดันให้ผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงตลาดได้ด้วยการอุดหนุนตลาดเข้าโครงการรับคูปองอาหารที่แจกให้คนจน จากปี 2008 มีตลาดเข้าร่วมโครงการเพิ่มขึ้นราว 400 เปอร์เซ็นต์ เรียกว่าเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะไม่ถึง 1 ใน 4 ของฟาร์มเมอร์ มาร์เก็ต ทั้งประเทศก็ตาม ในเมืองไทยหากมีตลาดแบบนี้ ผลดีน่าจะตกับเกษตรกรรายย่อยในท้องถิ่นและชาวบ้านในท้องถิ่นมากกว่า […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ป่าเทียมในเมืองใหญ่

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/577490_10151540432100324_535230323_23401253_1309115323_n.jpg

“หันไปดูประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่ในอดีตก็ทำลายพื้นที่ป่าจนยับเยินไปแล้วไม่เหลือหรอ ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเวลานี้เป็นป่าปลูกทั้งนั้น ความหลายกลายทางชีวภาพหมดเกลี้ยง สัตว์ท้องถิ่นพากันสูญพันธุ์ไปเกือบหมด” “ซุปเปอร์ทรี” ป่าเทียมในเมืองใหญ่ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีรายงานจากองค์กรมีเดีย แมทเทอร์ส ที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของสื่อบอกว่าการรายงานข่าวของสื่อทีวีหลักๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือไคลเมต เชนจ์ นั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2009 ในขณะที่ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งในแง่ของวิทยาศาสตร์และการเมืองมีพัฒนาการขึ้นมาเป็นลำดับ และเฉพาะปีที่แล้วสื่อหลักอันได้ ABC,CBS,NBC และ Fox ใช้เวลารวมในการพูดถึงเรื่องนี้เพียงแค่ 47 นาที ซึ่งถือว่าน้อยมากโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับเวลาที่ใช้มากกว่ากันถึงสองเท่าในการรายงานข่าวคราวเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของโดนัลด์ ทรัมพ์ที่จะเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และการสืบสวนสอบสวนอัน “ไร้สาระ” ของเขาเกี่ยวกับใบเกิดของประธานาธิบดีโอบาม่า การกระทบกระเทียบของเขาว่าไปแล้วก็ตลกดี อาจจะคล้ายกับในบ้านเราตอนนี้ก็ได้ที่สื่อกระแสหลักให้ความสนใจล้นหลามกับข่าวภาพโป๊แวบขึ้นจอในสภาฯ อย่างชนิดจะเป็นจะตาย ตามติดกันแบบตาไม่กระพริบทุกวัน แต่แทบไม่ให้ความสนใจข่าวเกี่ยวกับเขื่อนแม่วงก์โครงการซ่อนเงื่อนที่ผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีให้สร้างเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งที่เรื่องหลังมีความหมายสำคัญยิ่งกว่ามากมาย เรากำลังจะแลกผืนป่าสมบูณ์ทั้งๆ ทีมันมีน้อยอยู่แล้วไปอีกหนึ่งผืนใหญ่กินพื้นที่เป็นหมื่นๆ ไร่ เพื่อตอบสนองความไม่รู้จักพอของมนุษย์ หันไปดูประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่ในอดีตก็ทำลายพื้นที่ป่าจนยับเยินไปแล้วไม่เหลือหรอ ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเวลานี้เป็นป่าปลูกทั้งนั้น ความหลายกลายทางชีวภาพหมดเกลี้ยง สัตว์ท้องถิ่นพากันสูญพันธุ์ไปเกือบหมด นั่นอาจจะเป็นเหตุให้สิงคโปร์โหยหาธรรมชาติ มีการหาทางเพิ่มพื้นที่สีเขียวแม้ในเขตใจกลางเมืองอย่างโครงการสวนในแนวตั้งที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์และเปิดเต็มที่ในราาวเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนสุดท้ายของโครงการห้าปีก็คือซุปเปอร์ทรี หรืออภิต้นไม้ ซึ่งเป็นโครงสร้างแนวตั้งคล้ายกหอคอยความสูง 164 ฟุต มีทั้งหมด 18 ต้น ซุปเปอร์ทรีจะปลูกต้นไม้ไล่จากโคนขึ้นไปจนถึงยอดจำนวนทั้งหมดมากกว่า 200,000 ต้น […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....