สู่ยุคคุยกันน้อยลง เขียนถึงกันมากขึ้น

สมัยก่อนที่ยังไม่มีโทรศัพท์ใช้ คนเราจะคุยกันก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าต่อตา ส่วนกับคนที่อยู่ห่างไกลออกไปมากๆ จะใช้วิธีเขียนจดหมายถึงกัน หรือกรณีเร่งด่วนก็พึ่งพาโทรเลข พอมาถึงยุคที่มีโทรศัพท์อาณาเขตการคุยกันด้วยเสียงขยายออกไป นอกจากคุยกับคนแบบเห็นหน้ากันแล้ว ยังคุยกับคนที่อยู่ที่อื่นๆ ตั้งแต่บ้านอื่น จังหวัดอื่น หรือประเทศอื่นอีกด้วย แต่ก็ยังคุยได้เฉพาะเมื่ออยู่บ้าน หรืออยู่ในสถานที่ซึ่งมีโทรศัพท์ให้โทร. มา ถึงยุคโทรศัพท์มือถือ คราวนี้รูปแบบมันเริ่มเปลี่ยนไปอีก เพราะโทรศัพท์มือถือพกติดตัวได้ โอกาสที่จะคุยกับคนอื่นๆ แบบไม่เห็นหน้าก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน คนเราคุยกันผ่านโทรศัพท์เพิ่มขึ้นๆ ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะนั่งนอนยืนเดิน ขึ้นรถ ลงเรือ จะเห็นคนคุยโทรศัพท์มือถือไม่มากก็น้อย ที่คุยแหลกคุยลาญไม่เกรงใจคนข้างๆ โดยเฉพาะเวลาใช้บริการขนส่งสาธารณะก็มีให้เห็นเยอะ เมื่อ มาถึงยุคอินเตอร์เน็ต ช่องทางการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างก็คือเทกซ์ เมสเสจ หรือการรับส่งข้อความเป็นตัวหนังสือ ซึ่งมีทั้งรูปแบบของการทิ้งข้อความไว้ หรือแบบโต้ตอบกันด้วยตัวหนังสือแบบฉับพลันทันใด เมื่อพัฒนาไปถึงจุดหนึ่ง แนวโน้มที่คนจะใช้โทรศัพท์มือถือคุยกันด้วยเสียงอาจจะลดลง อย่างน้อยหนึ่งประเทศที่ลดลงแล้วคืออังกฤษ จาก การศึกษาของ สำนักงานการสื่อสารของอังกฤษ (Ofcom) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม พบว่าปีที่แล้วคนอังกฤษใช้โทรศัพท์โทร.คุยกันน้อยลง แต่หันมาใช้เทกซ์ เมสเสจมากขึ้น รวมถึงอีเมล์ นั่นโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 50 ข้อความต่อคน ซึ่งเพิ่มขึ้นสี่เท่าเมื่อเทียบกับเมื่อสี่ปีที่แล้ว การ ใช้โทรศัพท์คุยกันน้อยลงของคนอังกฤษที่เกิดขึ้นนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นของใช้ที่มีอยู่ทั่วไปใน ทศวรรษ 1990 Ofcom […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

สนุกกับ “ภาษาสก๊อย”

“ภาษาสก๊อยเป็นภาษาเขียนที่เปลี่ยนแปลงการเขียนด้วยหลักไวยากรณ์ไทยที่ใช้กัน อยู่เสียใหม่ ลดรูปเปลี่ยนสระพยัญชนะ โดยอาศัยเทคนิคของแป้นพิมพ์ที่มีปุ่ม shift และ caplock เข้ามาเป็นตัวช่วย มีหลักมีเกณฑ์ที่แน่นอนของมัน ไม่ใช่ของที่คิดขึ้นมาแบบมั่วๆ แต่ใครจะคิดขึ้นมาเมื่อไหร่นั้นไม่รู้” สนุกกับ “ภาษาสก๊อย” ของเล่นใหม่ของคนรุ่นใหม่ เมื่อวันก่อนมีโอกาสได้อ่านข่าวจากเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ที่หยิบเอาหน้าเพจบนเฟซบุ๊กของเด็กคนหนึ่งมาพาดหัวข่าวทำนองว่าเป็นภาษาวิบัติ หน้าเพจของน้องคนนั้นใช้ภาษาเขียนที่เรียกว่าภาษาสก๊อย เมื่ออ่านคนที่มาคอมเมนต์ท้ายข่าวซึ่งมีมากจะแสดงความคิดเห็นว่านี่เป็นเหจุให้ภาษาวิบัติ และด่าทอกันขั้นดุเดือด ลองตามเข้าไปดูในหน้าเพจของน้องคนนี้ก็เจอเข้ากับการโพสต์ด้วยภาษาสก๊อย ซึ่งแต่ละโพสต์ก็มีคนคอยตามจิกตามด่าชนิดแรงสุดกู่ อ่านดูแล้วภาษาหากจะวิบัติละก็ ความคิดคนที่เข้าไปด่าทอขนาดนั้นน่าจะวิบัติไปก่อนแล้วมากกว่า เราอยู๋ในระบบการศึกษาชนิดไหนก็ไม่รู้ที่ทำให้ความคิดของคนเรียวลงแคบลงๆ มากขึ้นทุกที ภาษาสก๊อยเป็นภาษาเขียนที่เปลี่ยนแปลงการเขียนด้วยหลักไวยากรณ์ไทยที่ใช้กันอยู่เสียใหม่ ลดรูปเปลี่ยนสระพยัญชนะ โดยอาศัยเทคนิคของแป้นพิมพ์ที่มีปุ่ม shift และ caplock เข้ามาเป็นตัวช่วย มีหลักมีเกณฑ์ที่แน่นอนของมัน ไม่ใช่ของที่คิดขึ้นมาแบบมั่วๆ แต่ใครจะคิดขึ้นมาเมื่อไหร่นั้นไม่รู้ รู้ว่าแต่ข่าวี่ว่าจะทำให้ภาษาวิบัตินั่นแหลที่ทำให้ภาษาสก๊อยเริ่มเป็นที่รู้จักและสนุกสนานกันใหญ่ในวงกว้างมากขึ้น ต้องยอมรับว่าภาษาสก๊อยเป็นวิธีการเขียนที่ทำให้อ่านได้ยากมากกว่าจะถอดออกมาเป็นคำจริงๆ ที่คนเขียนต้องการสื่อ ผมลองแกะดูเพื่อจะอ่านประโยคสองประโยค ใช้เวลานานมากเป็นชั่วโมงๆ พออ่านได้บ้างแต่ไม่หมดทุกคำ ยากกว่าภาษาญี่ปุ่นที่เคยเรียนหลักสูตรเร่งรัดแค่สี่อาทิตย์ด้วยซ้ำแน่ะ ลองดูตัวอย่างภาษาสก๊อย แต่เป็นตัวอย่างที่ไม่ใช่ของแท้เพราะคนเขียนใช้เครื่องมือผ่านเว็บช่วย หลักสก๊ฮญคร่๊วๆ (หลักสก๊อยคร่าวๆ) เฮ๊ Shift เป็ณบ๊งธิ๊ฆ์ (เอา Shift เป็นบางที่) เช่ณ ฮ เป็ณ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

“ฮิกส์ โบซอน” การพ่ายแพ้ของ สตีเฟ่น ฮอว์กิ้ง !!!

วันที่ CERN หรือองค์การวิจัยนิวเคลียร์ยุโรป เปิดแถลงข่าวว่าค้นพบสิ่งที่สอดคล้องกับสมมติฐานฮิกส์ ซึ่งตั้งชื่อตาม ปีเตอร์ ฮิกส์ นักวิทยาศาสตร์เจ้าของสมมติฐานดังกล่าว อนุภาคฮิกส์  เป็นอนุภาคที่มีอีกชื่อหนึ่งว่าอนุภาคพระเจ้า หากการค้นพบครั้งนี้ได้รับการยืนยันอนุภาคฮิกส์จริงดังว่า ก็จะนำพานักวิทยาศาสตร์ไปสู่การไขปริศนาลี้ลับของการกำเนิดเอกภพ ซึ่งจะนำไปสู่ความรู้และวิทยาการใหม่ๆ ในอนาคตอีกหลายอย่าง ถือเป็น เหตุการณ์ทางวิทยาศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่เทียบได้กับการส่งมุนษย์ขึ้นยานอพอลโลลงไปเหยียบดวงจันทร์เมื่อราวสี่สิบปีก่อนโน่นเลย มีคนคำนวณว่าค่าใช้จ่ายในการล่าหาอนุภาคฮิกส์ นี้รวมทั้งค่าก่อสร้างเครื่องเร่งอนุภาค LHC ที่ทรงพลังสุดในโลกมาเป็นเครื่องมือหลักในการทดลองนั้นสูงถึง 13,500 ล้านเหรียญ แต่ความรู้ใหม่ๆ ที่ได้ก็ประมาณค่าไม่ได้เช่นกัน เรื่อง ที่น่าสนุกก็คือ สตีเฟน ฮอว์กิ้ง นักฟิสิกส์เจ้าของทฤษฎีหลุมดำ ที่ได้ชื่อว่ายิ่งใหญ่รองจาก ไอแซก นิวตัน และไอน์สไตน์ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซีวันที่ CERN แถลงข่าวว่าการค้นพบครั้งนี้สำคัญ แต่คงทำให้เขาต้องเสียพนัน 100 เหรียญ ให้กับ กอร์ดอน เคน ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยมิชิแกน หัวเรี่ยวหัวแรงในการทดลอง ฮอว์กิ้งท้าพนันกับเคนเองว่า CERN ไม่มีทางค้นพบอนุภาคฮิกส์ได้ การพนันครั้งนี้มีขึ้นเมื่อราว 10 ปีก่อน นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่อย่างฮอว์กิ้งไม่ได้แพ้พนันในเรื่องวิทยาศาสตร์ ครั้งนี้ครั้งเดียว แต่ก่อนหน้านี้เคยแพ้มาแล้วสองครั้ง ครั้ง แรกเมื่อปี […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

อนุภาคพระเจ้า บทเริ่มการผจญภัยครั้งใหม่

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/196054_10151802833100324_1808257694_n.jpg

อนุภาคพระเจ้า บทเริ่มการผจญภัยครั้งใหม่ เพิ่งมีเรื่องน่าเสียดายที่เกี่ยวข้องกับความรู้จากการทดลองทางวิทยาศาสตร์โดยอาศัยอู่ตะเภาเป็นฐานขององค์กรนาซ่าไปหมาดๆ เพราะวิธีคิดที่ไม่เป็นโล้เป็นพายของคนในบ้านนี้เมืองนี้ แต่ความขัดแย้งในเรื่องนี้ได้รับความสนใจอย่างท่วมทันจากสื่อทุกชนิด เพราะมันเป็นประเด็นความขัดแย้งในทางการเมือง ในแง่หนึ่งก็ดีเพราะมันทำให้นักวิทยาศาสตร์ดาหน้ากันออกมาให้ความรู้เพิ่มเติมแก่ผู้คนในสังคม มีการแจกแจงว่านาซ่าจะมาทดลองอะไร และจะนำไปสู่อะไรบ้าง สองสามวันก่อนมีเรื่องใหญ่ทางวิทยาศาสตร์เกิดขึ้นในโลกอีก ทว่าได้รับความสนใจไม่มากเท่าที่ควรจากสื่อ สื่อกระแสหลักบางฉบับมองข้ามไปเลยด้วยซ้ำ ด้วยเหตุที่ไม่มีประเด็นทางการเมืองมาเชื่อมโยง เรื่องที่ว่านั้นก็คือการที่ CERN ออกประกาศยืนยันว่าพบสิ่งที่คล้ายการมีอยู่ของอนุภาคพื้นฐาน “ฮิกส์ โบซอน” ตามสมมติฐานของปีเตอร์ ฮิกส์ จากการทดลองยิงอนุภาคด้วยเครื่องเร่งอนุภาค LHC ว่ากันว่าการค้นพบครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ยิ่งใหญ่ที่ไม่ได้เกิดขึ้นในวงการวิทยาศาสตร์มานานแล้วนับตั้งยานอพอลโลพามนุษย์ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ และเป็นการค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษนี้ ฮิกส์ โบซอน เป็นอนุภาคที่นักวิทยาศาสตร์ค้นหามานาน ตามสมมติฐานของนักฟิสกส์ ปีเตอร์ ฮิกส์ ที่เสนอว่ามีอนุภาคบางชนิดที่มีสนามแรงบางอย่างที่ทำให้เกิดมวลขึ้น หรืออีกนัยหนึ่งคือการให้มวลแก่อนุภาคอื่นๆ พูดง่ายๆ คือถ้าพบว่าฮิกส์ โบซอนมีอยู่จริง มันก็จะเป็นคำตอบว่าสสารมีมวลได้อย่างไร และเป็นคำตอบที่ไกลไปถึงการกำเนิดเอกภาพ เป็นคำอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นในเสี้ยววินาทีเมื่อเกิดบิง แบง กรุยทางให้เราไปรู้จักกับอีกร้อยละ 96 ของเอกภพที่เรายังไม่รู้จัก การค้นพบนี้จะนำไปสู่อะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่างมากในแวดวงวิทยาศาสตร์ ในหนังสือ “20 คำถามสำคัญของฟิสิกส์” ของสำนักพิมพ์มติชน ที่เขียนโดยไมเคิล บรูกส์ บรรจุเรื่องนี้เป็น 1 ใน 20 คำถามสำคัญ ในตอนที่แปดของหนังสือเล่มนี้มีบทที่ชื่อว่า […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....