พบถิ่นอินเดีย 2012

“แต่เมื่อมองย้อนกลับไปดูอินเดียบ้านเกิด คนส่วนใหญ่ของอินเดียจมอยู่ในปลัก เขานั่งคิดถึงอินเดียที่ดีกว่าไม่ใช่สำหรับตัวเองเท่านั้น แต่สำหรับคนอินเดียอีกนับล้านๆ คน ที่ยากจนข้นแค้นแสนสาหัส ทำไมอู่อารยธรมของโลก ที่คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอย่างเคร่งครัด จึงได้เป็นหนึ่งในประเทศที่มีคนยากจนที่สุดในโลก ทำไมประเทศที่จีดีพีเติบโตสูงกว่าระดับเฉลี่ยของโลกถึงได้มีสภาพเช่นนี้ ทำไมถึงรวยกระจุกจนกระจาย คุณค่าของอินเดียคืออะไร” พบถิ่นอินเดีย 2012 What Young India Wants สัปดาห์ที่ผ่านมาผมลาหยุดงานไปแบกเป้เดินท่อมๆ อยุ่ในอินเดียตามสไตล์แบ๊กแพกที่จองตัวเครื่องบินราคาถุกกันไว้ล่วงหน้าร่วมปี ไปกลับกรุงเทพฯ-โกลกัตตา ราคาถูกยิ่งกว่าบินจากกรุงเทพฯไปเชียงใหม่เที่ยวเดียวเสียอีก ประมาณสองพันเจ็ด บินไปกลับรวมค่าภาษีสนามบินแล้วมันถูกแสนถุก และก็ไปกันโดยไม่มีจุดมุ่งหมายอะไรแน่นอน ไปแล้วจะไปไหน ทำอะไร ล้วนแต่ไปตัดสินใจเอาข้างหน้าทั้งสิ้น แต่หนึ่งอย่างที่ไม่เคยเปลี่ยนเวลาไปต่างประเทศคือการเที่ยวเดินดูผู้คนตึกรามบ้านช่องมองเห็นวิถีชีวิตไปเรื่อยๆ  หลายวันที่เดินๆ อยู่ในอินเดีย มีหนังสือเล่มหนึ่งที่สะดุดตาด้วยปก และชื่อหนังสือ เดินไปที่ไหนก็เจอหนังสือเล่มนี้วางอยู่ด้านหน้า ไม่ว่าจะเป็นแผงหนังสือสกปรกข้างถนน หรือตามร้านหนังสือไม่ว่าจะเป็นร้านขายหนังสือใหม่หนังสือเก่า หนังสือเล่มนั้นชื่อ What Young India Wants เขียนโดย Chetan Bhagat  เป็นหนังสือประเภทนัน-ฟิกชั่น ขณะที่ผุ้เขียนนั้นที่จริงแล้วมีตราประทับว่าเป็นนักเขียนนิยายเบสต์เซลเลอร์ ที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่นิยายเล่มแรกที่เขียน นิยายที่เขาเขียนมาทั้งหมดที่ออกมาสามสี่เล่มล่วนเป็นนิยายสำหรับวัยรุ่น ที่มีคนติดตามอ่านหลายแสนคน มีเรื่องหนึ่งที่ถูกนำไปสร้างเป็นหนังที่สร้างประวัติศาสตร์ให้กับบอลลีวูด นักดูหนังบ้านเราอาจจะรู้จัก มันคือหนังเรื่อง 3 Idiots ที่สร้างจากนิยายเรื่อง […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ทุนใหญ่-อำนาจนิยม

https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/577905_10151520391135324_864724974_n.jpg

หุบเขาโพโลชิค ทางตอนใต้ของกัวเตมาลา ชุมชนชาวนาเผ่ามายาที่เป็นเกษตรรายย่อยบอกว่า พวกเขาถูกกองกำลังความมั่นคงใช้ความรุนแรงขับไล่ออกจากที่ดินที่พวกเขาทำไร่ทำนาทำสวนมาหลายรุ่นคนแล้ว เฮลิคอปเตอร์ที่มีคนติดอาวุธชะโงกออกมา บินวนอยู่เหนือหัว กองกำลังความมั่นคงและติดอาวุธเอกชนโจมตีประชาชน บ้านช่องและพืชผลถูกเผาทำลาย บีบีซีรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2011 สาเหตุเกิดจากบริษัทยักษ์ใหญ่ไบโอฟูเอลหรือเชื้อเพลิงชีวภาพ ต้องการที่ดินของพวกเขาเพื่อไปปลูกพืชสำหรับมาใช้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ ถึงสิ้นเดือนมีนาคม 2011 มากกว่าสิบหมู่บ้านโดนจัดการจนราบ มีผลกระทบต่อคน 800 ครอบครัว หรือประมาณ 3,200 คน จาก 14 ชุมชน ที่ถูกขับไล่ออกจากที่ดินที่ใช้ทำกินมาหลายรุ่นคนด้วยการใช้ความป่าเถื่อนรุนแรง หลังจากขับชาวมายาที่เป็นคนท้องถิ่นออกไปจากที่ทำกินของพวกเขาเอง สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือการปลูกอ้อย ซึ่งจะถูกนำไปแปรรูปเป็นเอทานอลส่งออกไปยังประเทศในยุโรป นี่คือความทุเรศทุรังของระบบทุนนิยมสามานย์ การสมคบคิดกันของทุนใหญ่และรัฐบาลอำนาจนิยม ตลอดจนความกระหายที่จะบริโภคพลังงานโดยไม่บันยะบันยังของคนตะวันตก โดยไม่คำนึงถึงที่มาของมัน พลังงานสะอาดและราคาถูกกลับกลายเป็นความเลวร้ายเพราะมีที่มาอันสกปรกโสมม ปัจจุบันครอบครัวชาวมายาที่ถูกขับไล่จากที่ดินทำกินเหล่านี้ต้องไปอาศัยอยู่ตามข้างถนน ประสบการณ์ทำนองนี้ของคนยากจนในละตินอเมริกาไม่ต่างไปจากเมื่อหลายสิบปีก่อนเมื่อยุโรปและสหรัฐอเมริกาค้นพบความอร่อยของกล้วยหอม ต้องการพื้นที่สำหรับการปลูกกล้วยหอมเพื่อป้อนคนของพวกเขา กล้วยหอมกลายเป้นผลไม้ที่คนอเมริกันกินมากที่สุด มากกว่าแอปเป้ลภายในเวลาไม่กี่ปี บริษัทข้ามชาติสมคบกับรัฐบาลเผด็จการโดยมีรัฐบาลประเทศมหาอำนาจตะวันตกสนับสนุน ตัวอย่างที่เลวร้ายมากกรณีหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อนก็คือประธานาธิบดีหัวก้าวหน้าของเอกวาดอร์ที่ดำเนินการปฏิรูปที่ดิน ถูกโค่นลงโดยฝ่ายตรงข้ามที่สหรัฐอเมริกาสนับสนุน และอเมริกาใช้เครือข่ายวิทยุของตนปลุกระดมสร้างกระแสทำลายรัฐบาล ไม่น่าแปลกใจนักที่เอกวาดอร์ภายใต้ประธานาธิบดีเอกวาดอร์คนปัจจุบันซึ่งแนวคิดค่อนไปทางซ้ายจะรับลี้ภัยให้อัสซานจ์แห่งวิกิลีกส์ซึ่งกลายเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของอเมริกา เนื่องจากนำข้อมูลลับทางทหารและทางการทูตของอเมริกามาเผยแพร่ให้โลกรับรู้ มันคือการสร้างอาณานิคมทางเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยความโหดร้ายทารุณ รัฐบาลของประเทศไหนมีแนวโน้มจะขัดขวางการเอารัดเอาเปรียบเช่นนี้จะเจอกับการตอบโต้อย่างสาสม เช่น การแอบส่งกองกำลังเข้าไปช่วยก่อการรัฐประหารเพื่อฝ่ายที่เข้าข้างตน ถึงแม้โลกจะเปลี่ยนไปมากแต่รัฐบาลของประเทศมหาอำนาจและทุนใหญ่ไม่เคยเปลี่ยนนิสัยและสันดาน พวกเขายังคงเลวร้ายเสมอเพื่อความสมบูรณ์พูนสุขของตัวเอง ไม่ว่าจะด้วยวิธีการสกปรกเพียงไหน ศิริพงษ์ วิทยวิโรจน์ มติชนรายวัน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ดูมวยด้วยเทคโนโลยี

https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/409686_10151979853735324_1027283344_n.jpg

แต่เพื่อคลายสงสัย เรามีเทคโนโลยีที่มันทำได้ง่ายมากคือการใช้โปรแกรมตัดต่อวิดีโอมาเปิดดูกัน ทีละเฟรมๆ เพราะบังเอิญมีคนโพสต์วิดีโอทั้งสามยกมาให้ดู ผมก็เลยเซฟมันไว้ แล้วเปิดดูด้วยโปรแกรมตัดต่อวีดีโอบนลีนุกซ์ ชื่อโปรแกรมคือ Pitivi Video Editor ด้วยการลากไฟล์มาใส่โปรแกรมเหมือนเวลาเราจะตัดต่อวิดีโออะไรก็แล้วแต่ แล้วกดดูไปทีละเฟรมๆ ตั้งแต่เริ่มต้นไปจนหมดยก โอลิมปิกโอลิมปวย ดูมวยด้วยเทคโนโลยี สมัยเด็กๆ ที่บ้าน(ร้าน) บ่ายๆ วันเสาร์อาทิตย์คนก็จะมาดูมวยกัน เยอะแยะไปหมด พนันขันต่อกันเป็นว่าเล่น ช่วงแบบนั้นขายอะไรไม่ได้เลย บางคนสั่งโอเลี้ยง แล้วไม่จ่ายเงินเพราะเพลินลุ้นมวย พอมวยเลิกก็ลืม แพ้พนันหัวเสีย ชนะพนันนับเงินเพลิน ลืมจ่ายค่าโอเลี้ยง สมัยนั้นแก้วละสามสลึงเอง ราคาโอเลี้ยงขึ้นมาเรื่อยๆ แต่กว่าจะขึ้นแต่ละครั้งคนขายตัดสินใจอยู่นานโข มันไม่ได้ง่ายเลยที่พ่อค้าแม่ขายจะขึ้นราคา แม้แต่โอเลี้ยงสักแก้ว นอกจากมวยไทยที่ดูกัน นานๆ ที ยังมีมวยสากลอาชีพให้ดู อย่างโมฮัมเหม็ด อาลี ที่กลับมาชกใหม่หลังพ้นคดีหนีทหาร โบยบินเหมือนผีเสื้อ ต่อยเจ็บเหมือนผึ้ง หานักมวยแบบอาลี หายาก ถ้าจะมีก็ ชูการ์ เรย์ เลียวนาร์ด  แต่อาลีนอกจากพลิ้วเหมือนผีเสื้อแล้ว สมัยหลังๆ เขายังโคตรแท็กติกอีกต่างหาก ชู ชิ หมิงที่เอาชนะแก้วไป ก็เป็นมวยประเภทโคตรแท็กติก […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

https://fbcdn-sphotos-b-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/524424_10151426132090324_1711562852_n.jpg

“ขอย้อนไปหยิบงานศึกษาเท่าที่มีเวลาพอค้นได้มาสักชิ้นสองชิ้น ชิ้นแรกย้อนไปเมื่อปี 2009 เป็นการศึกษาของ BI Norwegian School of Management ที่พบว่าคนดาวน์โหลดเพลงแบบผิดกฏหมายซื้อเพลงมากกว่าคนไม่ได้ดาวน์โหลด 10 เท่า งานศึกษาชิ้นนี้ใช้กลุ่มตัวอย่างเกือบ 2,000 คนที่อายุ 15 ขึ้นไป ขณะที่กลุ่มตัวอย่างต้องมีหลักฐานยืนยันด้วยว่าพวกเขา “ซื้อ” จริง” นักดาวน์โหลดเพลง ทำลายธุรกิจเพลงจริงหรือ สำหรับวงการเพลงประเด็นร้อนๆ ที่สื่อเล่นกันคือการที่บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ค่ายเพลงใหญ๋ของไทยออกมาแถลงข่าวให้เป็นที่ครึกโครมว่าจะยุติการเอาเพลงหรือมิวสิควิดีโอขึ้นไปไว้บนยูทูบ เพราะมันนำไปสู่การละเมิดลิขิสิทธ์ มีการนำเอาไปตัดต่อใช้งาน แปลงเป็นไฟล์เพลงเอ็มพี 3 ไว้ฟังกันโดยไม่ต้องซื้อ โดยสรุปก็วนกลับที่ประเด็นคลาสสิกของวงการนี้ นั่นคือการดาวน์โหลดเพลงแบบผิดกฏหมายทำลายอุตสาหกรรมเพลง เรื่องนี้ถกเถียงกันมานานแล้ว และยังคงจะถกเถียงกันต่อไปอีกเรื่อยๆ ถ้ายังจำกันได้อุตสาหรรมเพลงของโลกนี่เคยต่อต้านแม้กระทั่งเครื่องเล่นเทปคาสเส็ทที่สามารถก็อปปี้เพลงได้ด้วยซ้ำ  เทปคาสเส็ท ต่อมาเป็นซีดี ลวนเป็นศัตรูฉกาจของอุตสาหกรรมเพลง จนมาถึงยุคอินเทอร์เน็ต ที่เขาว่ากำลังฆ่าอุตสาหกรรมเพลง แต่เทคโนโลยีไม่รอใคร มันปรับเปลี่ยนของมันไปเรื่อย หากไม่สามารถปรับตัวอยู่กับมันให้ได้ด้วยวิธีคิดใหม่ๆ โอกาสที่จะเฉาตายไปจริงๆ ก็มีอยู่มาก ที่จริงมีงานศึกษาวิจัยเป็นจำนวนมากที่ผลออกมาสวนทางกับที่อุตสาหกรรมเพลงบอกหรืออยากให้เราเชื่อ ผมเคยหยิบมาเรื่องนี้มาเขียนหลายต่อหลายครั้งแล้วเช่นเดียวกัน ขอย้อนไปหยิบงานศึกษาเท่าที่มีเวลาพอค้นได้มาสักชิ้นสองชิ้น ชิ้นแรกย้อนไปเมื่อปี 2009 เป็นการศึกษาของ BI Norwegian School […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....