หมู่บ้านโซลาร์เซล

“พวกเขาเริ่มหาทางปลดปล่อยตัวเองจากการพึ่งพาพลังงานไฟฟ้าจากศูนย์กลางหลังเกิดเหตุการณ์วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกุชิม่า “และพวกเขาก็ทำได้สำเร็จ เริ่มเป็นต้นแบบที่แผ่พลังไปสู่ที่อื่นๆ “พวกเขาไม่ยอมถูกแช่แข็ง” Revolution การปลดแอกพลังงานไฟฟ้า พักนี้ง่วนอยู่กับการทดลองที่จะสร้างเอนเทอร์เมนเมนต์ มีเดีย เซนเตอร์ ด้วยอุปกรณ์เท่าที่มีอยู่ แนวคิดคือการให้ทุกเครื่องคอมพิวเตอร์หรือทีวี เครื่องเสียงในบ้านเชื่อมโยงเข้าถึงกันได้หมด รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ เช่นแท็บเล็ต จะไปนั่งดูหรือฟังตรงไหน จะสั่งงานจากตรงไหนได้ทั้งนั้น โดยไม่ต้องใช้เงินลงทุนอะไร ใช้ของเท่าที่มีอยู่ ให้ทุกอย่างเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านสัญญาณไวไฟในบ้าน นั่นไม่ใช่เรื่องอุดมคติเสียทีเดียว แต่ก็ไม่ง่ายนักที่จะทำ เท่าที่ทดลองทำ ทำได้แค่บางระดับเท่านั้นไม่เพอร์เฟคต์ เพราะโลกนี้ไม่มีอะไรสมบูรณ์เพียบพร้อม ตัวอย่างรูปธรรมเช่น เปิดวิดีโอบนแท็บเล็ต แต่ให้วิดีโอไปโลดแล่นอยู่บนจอทีวี ไปทั้งเสียงและภาพ เป็นต้น พอเล่นซุกซนแบบนี้ก็ต้องหาวิโอมาดูกันหน่อย ในการหาวิดดีโอมาดู ก็ไปเจอแอพพลิเคชั่นบนไอแพดที่มีซีรีส์ฝรั่งให้ดู เจอเรื่อง Revolution ที่จำได้ว่าเคยดูจากเคเบิ้ลทีวีแล้วไม่จบเพราะดูไม่ต่อเนื่อง ก็เลยเปิดเรื่องนี้สตรีมออกจอทีวีดูไปเรื่อยๆ เรื่อง Revolution เกิดจากนักวิทยาศาสตร์อิสระกลุ่มหนึ่งวิจัยค้นคว้าเรื่องพลังงานแบบใหม่ หวังจะสร้างพลังงานแต่สิ่งที่ค้นพบและทำได้กลับเป็นตรงข้ามคือมันสามารถหยุดพลังงานได้ จากนั้นก็มีเพนทากอนเข้ามาเกี่ยวข้อง สุดท้ายลงเอยด้วยการแบล๊คเอาต์ หรือ พลังงานไฟฟ้าใช้ได้ได้ โลกตกอยู่ในความมืด เกิดกองกลังประชาชนขึ้นมา และกองกำลังประชาชนก็หักหลังประชาชนไปอีกชั้น ทำให้กองกำลังกบฎขึ้นมาต่อต้าน ถ้าเป็นเมืองหนาว หากแบล๊คเอาท์ขึ้นมาแบบในหนัง หน้าหนาวคนคงแข็งตายกันไปหมด เหมือนถูกแช่แข็ง ไม่รู้ว่าจนถึงวันจันทร์ที่ผู้อ่านได้อ่านบทความนี้ประเทศไทยจะโดนแช่แข็งแบบในหนังรือไม่ ได้แต่หวังว่าจะไม่เกิด การพึ่งพึงพิงพลังงานไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ดินฟ้าอากาศโกลาหล

https://fbcdn-sphotos-e-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/179596_10150392522915324_4078464_n.jpg

โชคร้ายที่ปัญหาสภาพภูมิอากาศนี้ทั้งโลกต้องร่วมมือกันแก้ไปด้วยกัน แต่โอกาสที่ว่านั้นริบหรี่ ดังนั้นในเวลาอีกไม่นานนักไม่เกินชั่วรุ่นคน โลกแบบที่เรารู้จักจะสิ้นสุดลง ดินฟ้าอากาศโกลาหล เช้าวันที่ปิดต้นฉบับชิ้นนี้ ผมไล่ดูข่าวสารต่างประเทศจากช่องทางที่เป็นขาประจำ เทคโนดลยีสมัยนี้มันอำนวยความสะดวกค่อนข้างมากในการติดตามข่าวสาร เราเลือกหมวดหรือประเภทของข่าวสารตามที่สนใจ มันจะอัพเดตข่าวเข้ามาตลอดเวลา นำเสนอรูปแบบการจัดหน้าแบบนิตยสาร ไล่อ่านพาดหัวกับโปรยประเด็นไหนที่สนใจก็ติ๊กเก็บไว้อ่านทีหลัง ไอ้ที่ติ๊กเก็บไว้อ่านนี่เป็นของเราคนเดียวที่สามารถไปเปิดอ่านได้จากทุกเครื่องและทุกอุปกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะตั้งตัก แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ ปรากฏว่าผมเจอพาดหัวข่าวที่เกี่ยวกับไคลเมต เชนจ์ หรือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไปวันเดียวสี่ห้าข่าว จะว่าอะไรๆ ก็ดยงเข้ากับปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไปหมดก็ไม่เชิงเสียทีเดียว เพราะผลสรุปพวกนี้ไม่ใช่การเดาสุ่ม แต่เป้นการศึกษาในเชิงวิชาการ จะลองขยายขี้เท่อให้อ่านกันดูโดยไม่ลงรายละเอียดมากนัก ข่าวแรกคือกาแฟป่าพันธุ์อาราบิก้าในแอฟริกากำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่เชื่อมโยงการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะไปลดพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการเติบโตของอาราบิก้าป่า ผลลัพธ์ของมันก็คืออุตสาหกรรมกาแฟจะเผชิญกับปัญหา เนื่องจากขาดความหลากหลายทางพันธุกรรมของกาแฟ ในกรณีร้ายแรงที่สุดคืออาราบิก้าป่าลดลงมากถึง 99.7 เปอร์เซ็นต์ภายในปี 2080 ลดลงขนาดนี้คือแทบไม่เหลือเลยนั่นเอง คนไม่ใช่คอกาแฟอาจจะรู้สึกเฉยๆ แต่ถึงอย่างไรกาแฟก็เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ที่ซื้อขายกันมากเป็นอันดับสองรองจากน้ำมัน ข่าวที่สองเชื่อมโยงปัญหาการลดลงของปลาซาร์ดีนกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การที่อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นมีผลให้ปริมาณแพลงตอนซึ่งเป็นอาหารของปลาซาร์ดีนลดลง อาหารลดปลาก็ลดนั่นแหละครับ นี่เป้นสิ่งที่เกิดขึ้นในแถบทะเลแคริบเบียน และมันไม่ลดลงนิดหน่อย แต่ลดลงอย่างสุดๆ ที่ฝรั่งบอกว่าเป็นเอ็กซ์ตรีม ดีไคลน์ ลดมากจนถึงขั้นทำให้อุตสาหกรรมประมงล่มสลาย ซึ่งผลที่ตามมาทางสังคมเศรษฐกิจจะร้ายแรง จากที่เคยจับได้ 200,000 ในปี 2004 ลดลงมาเหลือแค่ไม่ถึง 40,000 ตันในปัจจุบัน หายนะปลาซาร์ดีนแคริบเบียนไม่ได้เกิดจากปัญหารเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเดียว แต่รวมถึงปัญหาการจับปลามากเกินไปด้วย […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เด็กมหัศจรรย์

https://fbcdn-sphotos-c-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/428399_10151828834060324_1352898792_n.jpg

สองสามวันก่อนอ่านหนังสือกำลังภายในเล่มหนึ่ง ชื่อพยัคฆ์คู่ผงาดฟ้า คนเขียนชื่อ เจิ้งฟง เป็นชาวไต้หวัน และเป็นผู้หญิง เรียนจากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเสจ หรือ เอ็มไอที อันมีชื่อเสียงกระฉ่แนโลกของอเมริกา แต่หลังจากแต่งงานสามีถูกส่งตัวไปทำงานที่ลอนดอน ระหว่างนั้นเธอไม่มีงานทำ ก็วางเค้าโครงเรื่องที่คิดจะเขียนไว้ หลังจากนั้นกลับมาฮ่องกง ทำงานในธนาคารแห่งหนึ่ง ระหว่างลาพักคลอด ก็รื้อฟื้นเรื่องที่เคยเขียนร่างไว้ แล้วเริ่มปรับปรุงแก้ไขใหม่ เรื่องที่เธอเขียนเสร็จไม่มีสำนักพิมพ์ไหนสนใจ จนกระทั่งเว็บไซต์ในจีนแผ่นดินใหญ่แห่งหนึ่งร่วมกับสำนักพิมพ์อีกแห่งเปิดประกวดนิยายกำลังภายในเป็นครั้งแรก เธอส่งผลงานไปลงในเว็บไซต์ทีละบท มีคนอ่านร่วมสี่ล้านคน นิยายกำลังภายในที่เธอเขียนได้รับรางวัลยอดนิยม และตั้งแต่นั้นมา คอนิยายกำลังภายในก็รู้จักเจิ้งฟงในนาม กิมย้งหญิง ผมซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านในรูปแบบอีบุ๊ก เพราะมันสะดวกดี เพราะไม่ต้องไปเสาะหาตามร้านหนังสือ ซื้อเล่มหนึ่งมาอ่าน พอจบเล่มหนึ่งก็กดซื้อเล่มสองต่อทันที จากห้องนอนนั่นเอง ราคาหนังสือ ไม่ได้ถูกเมื่อเทียบกับราคาหนังสือฉบับที่เป็นกระดาษ ส่วนลดที่ได้เทียบกันแล้วเพียงสี่ซ้าห้าเปอร์เซ็นต์ ราคาไม่ใช่ปัจจัยชี้ขาดหรือดึงดูดคนมาอ่านอีบุ๊ก หนังสือระดับแม่เหล็กของเจ้าแห่งตลาดอีบุ๊กของโลกอย่างเช่นอเมซอน ราคาอีบุ๊กแพงกว่าราคาปกอ่อน อะแฮ่ม… ผมไม่ได้จะมาพูดเรื่องการตั้งราคาอีบุ๊ก แต่ในหนังสือ พยัคฆ์คู่ผงาดฟ้า มีเด็กคนหนึ่งอายุแปดเก้าขวบ กับเด็กอีกคนหนึ่งอายุพอกัน ต่างเป็นอัจริยะทั้งคู่ อ่านๆ ไปทีแรกก็คิดว่า มันจะเกินความจริงไปหรือเปล่า แต่เมื่อมาคิดดูอีกที เรื่องพวกนี้ไม่เกินเลย เรื่องราวของเจิ้งฟูที่กลายมาเป็นกิมย้งหญิงก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลย เจ.เค. โรลลิ่ง ก็ไม่เกินเลย มันเป้นเรื่องจริง […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....