ไฮเปอร์ลูป ขนส่งมวลชนแห่งอนาคต

“ถึงตอนนี้โครงการประกวดได้ทีมผู้ชนะมาแล้วเป็นทีมนักศึกษาจากเอ็มไอที ในขณะที่โครงการสร้างท่อไฮเปอร์ลูปสำหรับการทดสอบก็เป็นจริงแล้วอีกขั้น เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา สเปซเอ็กซ์คัดเลือกได้บริษัทที่จะเข้ามาดำเนินการก่อสร้างไฮเปอร์ลูป เทสต์ แทรคต์ แม้ระยะทางสั้นเพียง 1 ไมล์ แต่นี่ก็แปลว่าความฝันเริ่มถูกเปลี่ยนให้เป็นจริงในขั้นต้นกันแล้ว การก่อสร้างกำหนดจะเริ่มต้นภายในฤดูใบไม้ผลิปีนี้”

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ญี่ปุ่น : สู่ยุคหุ่นยนต์พนักงาน

“ในร้านจะมีมนุษย์ตัวเป็นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องในการซื้อโทรศัพท์อยู่ตอนเดียวคือตอนก่อนเซ็นต์สัญญาซื้อและใช้บริการโทรศัพท์ที่ต้องใช้พนักงานที่เป็นมนุษย์ตรวจสอบบัตรประจำตัวของลูกค้า แม้มันจะไม่ได้ฉลาดล้ำหรือมีความซับซ้อนเมื่อเทียบกับปัญญาประดิษฐ์ที่พูดๆ กัน แต่นี่คือการประยุกต์เทคโนโลยีเพื่อนำมาใช้งานได้จริง ทั้งยังเป็นงานที่ทดแทนการใช้คนอีกด้วย เป็นจุดเริ่มต้นจุดเล็กๆ อีกจุดหนึ่งในการก้าวสู่ยุคหุ่นยนต์”

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

นัยยะของเครื่องจักรคิดได้ เมื่ออัลฟาโกะโค่นแชมป์

“การเดินหมากของดีพมายด์ไม่ได้มาจากโปรแกรมที่คนป้อนเข้าไปก่อนล่วงหน้าเหมือนโปรแกรมคอมพิวเตอร์แบบที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือมันสามารถคิดได้เอง มันเลือกที่จะขยับเบี้ยบนกระดานด้วยการตัดสินใจของมันเองโดยไม่มีใครหรืออะไรสั่ง การเดินหมากของดีพมายด์นั้นแม้กระทั่งผู้สร้างมันขึ้นมาก็อธิบายเหตุผลไม่ได้ นั่นหมายถึงว่าดีพมายด์ของกูเกิ้ลกำลังก้าวเข้าสู่ขั้นของการหยั่งรู้แบบมนุษย์ (intuition) แม้ว่ามันจะไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกก็ตาม”

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

สุขภาพกับการพึ่งพาเทคโนโลยี

2016-01-23 10.34.37

ความห่วงใยในเรื่องสุขภาพของคนสมัยนี้เป็นแนวโน้มที่แลเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ ข้อสังเกตนี้เป็นสิ่งที่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ เพราะเห็นๆ กันอยู่จากผู้คนรายรอบตัว ขณะที่บางทีความห่วงใยนั้นก็อาจจะเกินขอบเขตไปไกลดังที่เราเห็นได้จากการแชร์ข้อมูลผิดๆ ถูกๆ เกี่ยวกับการแพทย์ อาหารการกิน อาหารเป็นยา หรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับสุขภาพเกลื่อนกล่นอยู่บนโซเชียล เน็ตเวิร์ก ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก หรือไลน์ แทบไม่มีวันไหนว่างเว้นจากข้อมูลพวกนี้จากใครสักคนที่เป็นเพื่อนกับเราบนนั้น หากทุกคนรู้จักไตร่ตรองและกลั่นกรองก่อนที่จะเชื่อก็ไม่มีอะไรเสียหายนัก แต่คนเราไม่ได้มีสติอยู่ตลอดเวลา มิหนำซ้ำการเสพย์ข้อมูลที่ผ่านตาบนอินเทอร์เน็ต ไม่ต้องบ่อยๆ ด้วย บางทีแค่ครั้งเดียวมันก็อาจจะซึมลึกเข้าไปในความทรงจำโดยเราเองไม่ทันรู้ตัว เพราะคนมีแนวโน้มที่จะไว้เนื้อเชื่อใจคนที่เรารู้จัก บรรดานักการตลาดรู้เรื่องอิทธิพลของการบอกต่อจากคนรู้จักดี คนมีแนวโน้มจะซื้อสินค้าและบริการที่คนรู้จักบอกต่อผ่านโซเชียล เน็ตเวิร์กค่อนข้างสูง โซเชียล เน็ตเวิร์กที่เราใช้ๆ กันอยู่ก็ออกแบบมาสำหรับการบอกต่อทุกสิ่งทุกอย่างจากเพื่อนสู่เพื่อนและเพื่อนของเพื่อนอยู่แล้ว อะไรเป็นเหตุให้คนหันมาห่วงใยสุขภาพกันมากขึ้นก็ไม่ทราบเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะว่าวิทยาศาสตร์การแพทย์ก้าวหน้ามากขึ้นๆ ข้อมูลต่างๆ ที่เรารับรู้ก็มีมากขึ้นๆ ทุกที และโดยธรรมชาติของคนคงไม่มีใครอยากเจ็บป่วยหรือตายก่อนเวลาอันควร พื้นฐานของสิ่งมีชีวิตคือการดื้นรนเพื่อเอาชีวิตให้รอดกันทั้งนั้น เพียงแต่มนุษย์มีจริตปรุงแต่งเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้มากมาย ขณะที่สำหรับสิ่งมีชีวิตอื่นๆ มันเป็นไปโดยสัญชาตญาณ มาถึงยุคที่เทคโนโลยีอุปกรณ์พกพาติดตัวพัฒนาไปมากๆ มีแอพพลิเคชั่นด้านสุขภาพบนสมาร์ทโฟนออกมาให้ใช้เต็มไปหมด คนก็หันมาใช้อุปกรณ์พวกนี้สำหรับการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น อุปกรณ์อย่างเช่นสายรัดข้อมือหรือนาฬิกาข้อมืออัจริยะเริ่มติดตลาด น้ำหนักประเภทของแอพพลิเคชั่นบนอุปกรณ์เหล่านี้ก็เอียงไปทางด้านสุขภาพและการออกกำลังเป็นสำคัญ เป็นการวางจุดขายที่ผู้ผลิตแทบทุกรายวางไว้เป็นอันดับหนึ่งหรืออันดับต้นๆ เมื่อต้นปีที่แล้วมีผลการสำรวจในสหรัฐอเมริกาที่น่าสนใจพบว่าคนอเมริกันมากถึงร้อยละ 79 ตั้งใจจะใช้อุปกรณ์สวมใส่อัจฉริยะเหล่านี้สำหรับการดูแลจัดการด้านสุขภาพ ร้อยละ 45 ต้องการใช้สำหรับเฝ้าติดตามอาการของตัวเอง และร้อยละ 43 ต้องการใช้สำหรับติดตามปัญหาสุขภาพส่วนตัว การสำรวจครั้งที่ว่านี้จัดทำโดย มาคอฟสกี้/เคลตัน (www.makovsky.com) […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....