เมนูปลากระป๋อง

25550307-192334.jpg

ตั้งแต่เมื่อกลางเดือนตุลาคมปีที่แล้ว หอบของหนีน้ำติดตัวมาไม่กี่อย่าง มาเช่าอพาร์ทเมนต์อยูแถวที่ทำงาน จนป่านนี้ยังไม่ได้กลับไปอยู่บ้าน ใช้ชีวิตอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ อาศัยซื้ออาหารกิน ไม่นานก็เบื่อ เริ่มเปลี่ยนชีวิตอพาร์ทเมนต์ใหม่ด้วยการซื้อเตาแก๊สแคมปิ้ง กับขุดหม้อไหแคมปิ้งมา รวมหม้อหุงข้าวด้วย ทีนี้ก็เริ่มทำกับข้าวกินเองเหมือนเดิม เงื่อนไขที่เปลี่ยนไปคือไม่มีตู้เย็นสำหรับแช่ของสด ตลาดสดตอนเย็นก็ตลาดวาย ได้พึ่งท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ตบ้างเป็นครั้งคราว เพราะขี้เกียจเดิน เมนูปลากระป๋องเริ่มผุดเข้ามาในหัว เพราะร้านสะดวกซื้อเซเว่นมันใกล้ที่พัก เลิกงานเดินมาแวะซื้อติดมือขึ้นห้องไปเสกกับข้าวเอา ปลากระป๋องทำได้หลายอย่างเป็นเรื่องที่รู้กันอยู่แแล้ว เพียงแต่เราใช้จินตนาการกับมันหน่อยก็จะได้กับข้าวอร่อยๆ น่ากิน ให้คิดเสียว่ามันเป็นปลาเหมือนที่ซื้อมาจากตลาดสดก็ได้ เหมือนเซเซ่มีมิงกินโยเป็นเพื่อน ปลากระป๋องที่ซื้อมาใช้ทำกับข้าวบ่อยๆ คือทูน่าสเต๊กในน้ำมัน มันดูเป็นก้อนดี และมีแต่รสชาติของปลา เมนูปลากระป๋องที่ทำมาแล้วมีหลายแบบ เช่นผัดเผ็ด แกงปลากระป๋องใบยอ ปลากระป๋องต้มเกี่ยมฉ่าย และล่าสุดหมาด ๆ คือต้มปลาร้าปลากระป๋อง เพราะมีข้าวกับไข่ดาวเหลืออยู่ แต่แค่นี้มันกินแบบซังกะตาย เราก็เสกเมนูปลากระป๋องมาทำ ด้วยวัตถุดิบจำกัดเท่าที่มีอยู่ในห้องโดยไม่ต้องไปจ่ายตลาด ต้มปลาร้าถ้วยนี้ต้องเรียกต้มปลาร้าอพาร์ทเมนต์ เพราะใช้ปปลาร้าก้อน ปลากระป๋อง หอมแดง พริกแห้ง จบตามวัตถุดิบที่มี มีครกไฟฟ้าโมลิเน็กซ์ช่วยตำหอมกับพริกแห้งเผา ก็เท่านั้นเอง ทุกอย่างต้มด้วยกัน บดๆ ไป เวลาจะกินก็บีบมะนาว ถ้วยนี้เป็นปลาร้าคนยากเจรงๆ ผักก็ไม่มี เมนูก่อนหน้านี้ที่เริดในรสชาติคือ ปลากระป๋องต้มเกี่ยมฉ่าย […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แกงดอกกล้วย

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-snc6/248529_214674181886073_109926812360811_712186_7586193_n.jpg

ระยะหลังมานี้มีแต่ You’re what you eat. เพราะสมองไม่แล่นในเรื่องอื่นๆ อย่างจริงๆ จังๆ คิดออกแต่เรื่องอาหาร หัวปลีหรือดอกกล้วยที่ไปซื้อมา ตอนซื้อยังไม่รู้เลยว่าจะทำอะไร คิดไปเรื่อยเปื่อย สุดท้ายก็มาลงที่เมนูนี้ ความจริงเอาหัวปลีไปเผานี่มันเป็นอีกแบบที่เขาทำเมนูอื่น แต่เราก็จะเผาละนะ เผาด้วยตู้อบไฟฟาแทน จนข้างนอกเกรียม ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วเอาออกมาแกะ เอาแต่ข้างในมาหั่นๆ สับๆ เอาปลาร้ามาต้มกรองเอาแต่น้ำ กากทิ้งไป ตั้งหม้อใส่น้ำเดือด แล้วรู้สึกว่า น้ำซุปมันน่าจะมีอะไรมากกว่านี้อีกหน่อย ก็เลยเอากระดูกหมูอ่อนมาใส่ลงไปเคี่ยวด้วย 1 ท่อน ใส่ตะไคร้ทุบๆ ลงไปด้วย อ้อ ลืมไป ก่อนทำข้างบนต้องเตรียมการณ์นิดหน่อยล่วงหน้า โขลกพริกขีร้หนูสด กระเทียม หอมแดง กับเกลือไว้ก่อนเอาลงละลายต้มกับน้ำ เด็ดยอดชะอมสดจากต้น กับใบแมงลักมาล้างน้ำพักไว้ในตะแกรง พอกระดูกหมูมันนุ่มระดับเคี้ยวได้กรุบกรึบ ใส่หัวปลีสับลงไป แล้วเทน้ำปลาร้าตาม ปรุงรสให้เข้มข้นสมใจ จะเติมเกลือ น้ำปลา อะไรก็ว่าไป เร่งไฟเดือดพล่าน ใส่ชะอม ตามด้วยใบแมงลัก แล้วตักใส่ชามมาโซ้ย หม้อนี้กินไปสามวัน มีไข่เจียวดอกขจรจากรั้วหน้าบ้านมาแถมอีกหน่อย อร่อยกันไปตามประสา ดอกขจรนี่ปลูกแล้วปลูกเลย ฆ่าไม่ตายทำลายไม่หมด […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แม่สายบัวแต่งตัวไม่เก้อ

http://a5.sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc6/215209_204792769540881_109926812360811_643588_3639235_n.jpg

เมนูอาฆาตจากหนองคาย อ่านมาจากคอลัมน์ในข่าวสด เขาบอกว่าอากาศร้อนๆ กินสายบัวคลายร้อน เราก็เอากับเขาด้วย เวลาคิดถึงสายบัว นอกจากกินกับปลาร้าแล้ว นึกออกได้แค่ผัดสายบัว กับต้มกะทิสายบัวใส่ปลาทู เมนูแกงปลาสายบัวของข่าวสดจึงโดนใจด้วยประการทั้งปวง อีกอย่างมันทำง่ายมากด้วย ซื้อสายบัวมา แล้วก็ซื้อปลามา ที่จริงเขาแนะนำให้ใช้ปลานิล หรือไม่ก็ปลาช่อน โดยส่วนตัวไม่ชอบปลานิลอยู่แล้ว แต่ปลาช่อนวันนั้น ใจอยากและชอบปลาช่อน แต่ดูแล้วไม่ค่อยดี สุดท้ายเลยเลือกปลาอินทรีมาสองท่อน อาจจะไม่ค่อยเข้ากัน แต่ไม่เป็นไร สายบัวก็ล้างลอกๆ ออกซะ หั่นเป็นท่อนๆ พริกชี้ฟ้าเอามาซอยๆ หอมแดงปอกล้าง ตั้งน้ำใส่หม้อติดไฟ ไปเด็ดตะไคร้ ใบแมงลักมาเตรียมไว้ ใส่ตะไคร้ หอมแดง พริกชี้ฟ้าลงไป พอน้ำเดือด ใส่เกลือ ใส่ปลา น้ำเดือดอีกทีปรุงน้ำปลา เร่งไฟแรงเต็มพิกัด ใส่สายบัวลงไป พอเข้าที่ก็โรยใบแมงลัก แล้วชิมรส ปรุงเพิ่มได้ ไม่มีรสอะไรหรอกครับเมนูนี้ รสเค็มกับรสหวานคาวธรรมชาติจากปลา และแผดนิดๆจากตะไคร้ เผ็ดหน่อยจากพริกชี้ฟ้า หอมใบแมงลัก เป็นแกงปลาแม่สายบัวที่รับประกันว่าไม่แต่งตัวเก้อ เพราะเธอสวยมากเวลาซดเข้าไปตอนทำเสร็จใหม่ๆ ไล่เหงื่อได้ดีด้วย Share on Facebook

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แกงผักกูดกับยอดหวาย

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-snc4/hs918.snc4/73132_10150296398035324_535230323_15032023_5725260_n.jpg

ไปนครนายกมาสองคืน วันที่สองไปทำบุญประจำปีให้ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว ธรรมเนียมนี้เริ่มมาตั้งแต่แม่เสียไป ทุกเดือนตุลาคม พี่น้องหกคนหกครอบครัวจะต้องมาเจอกันเพื่อทำบุญ เที่ยวนี้หลังจากทำบญเสร็จ เราก็พากันไปพักที่ท่าด่านโฮมสเตย์ ซึ่งไม่มีตรงไหนที่ควรเรียกว่าโฮมสเตย์เลยแม้แต่น้อย เป็นพื้นที่เปิดที่อึกทึกครึกโครมเหลือหลาย เพียงแค่ราคาที่พักค่อนข้างถูก แต่ถูกและไม่ดี ขาดความสะอาดอันเป็นหัวใจสำคัญที่สุด ที่พักจะซอมซ่อแค่ไหนก็ควรต้องสะอาด แต่ที่นี่ไม่ถึงกับซอมซ่อ ภายนอกดูดีด้วยซ้ำ เรื่องที่พักเลยกลายเป็นประเด็นให้คุยกันได้ทั้งคืนยาวมาถึงเช้าของอีกวัน ออกจากที่พักก็แวะข้างทาง หาผักหญ้าชาวบ้านมาทำกับข้าวกิน ร้านที่แวะ ได้ผักกูด กับ ยอดมะระอย่างละกำ ยอดหวาย 1 ถุง พริกขี้หนูสด 1 ถุง กลับมาถึงบ้าน รีบเร่งทำงานส่ง แล้วก็ลงมือบรรเลง หุงข้าวกล้องไปก่อน ระหว่างนั้นล้างผักล้างหญ้า และตำพริกแกง ประกอบด้วย พริกแห้ง เที่ยวนี้ใส่พริกน้อย เพราะรู้ว่าสภาพลิ้นกำลังอ่อนแอ โขลกกับเกลือ หอมแดง กระเทียม กะปิ ทีแรกว่าว่าจะใส่ปลากรอบ แต่เปลี่ยนใจมาแกงกับกระดูกหมู แต่มันมีเศษปลาช่อนแดดเดียวแห้งคาตู้เย็นอยู่หน่อยเลยเอามาโขลกผสมไปด้วย ตั้งน้ำเดือดๆ ใส่พริกแกงลงไป ตามด้วยน้ำปลาร้า แล้วเอากระดูกหมูลงไปเคี่ยวไฟอ่อนจนนุ่มได้ที่ เร่งไฟให้เดือดอีกทีก็ใส่ยอดหวายและผักกูดลงไป ถ้ารสชาติอ่อนไปก็ปรุงเพิ่มด้วยนน้ำปลาหรือเกลือ แป๊บเดียวได้แกงร้อนๆ มารับประทาน ว่าจะแกงน้อยๆ และดูแล้วก็น้อย […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....