พี่เบิ้ม รีบอร์น : จาก “กบฏเงี้ยว” ถึง 1984

“แค่คณาธิปไตยไทยยุคใหม่ถอดบทเรียนจากพี่เบิ้มแห่ง 1984 มาสักครึ่งเดียวก็น่าขนพองสยองเกล้าแล้ว แม้จะไม่มีจอโทรทศัน์ที่มีสายตาพี่เบิ้มคอยสอดส่ายไปทั่วทุกซอกมุม แต่ชุด ร่างพร.บ. เศรษฐกิจดิจิตัล 8 ฉบับ ที่ผ่านคณะรัฐมนตรีของคณะรัฐประหารผ่านออกมาไม่กี่วันก่อนก็ใกล้เคียง….” …………………………………………………………………… พี่เบิ้ม รีบอร์น : จาก “กบฏเงี้ยว” ถึง 1984 เห็นข่าวจากมติชนออนไลน์เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา เป้นข่าวที่เอามาจากเว็บประชาไทอีกทอดหนึ่ง ข่าวนี้โปรยหัวว่า “เจ้าหน้าที่ทหารได้แจ้งขอให้กลุ่มช่ายลูกหลา่นเมืองแพร่ ผู้จัดเสวนา “อัตลักษณ์ ตัวตน คนเมืองแพร่” ถอดบทความที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกบฏเมืองแพร่ซึ่งอยู่ในเอกสารประกอบงานเสวนา เนื่องจากคำว่า “กบฏ” เป็นเรื่องอ่อนไหวในสถานการณ์ปัจจุบัน” โดยก่อนจัดงานผู้จัดทำเรื่องขออนุญาตในการจัดสัมนาตามข้อกำหนดของคสช. พร้อมเอกสารประกอบ ในข่าวมีการชี้แจงเพิ่มเติมจากนายชัยพงษ์ สำเนียง เจ้าของบทความ “ประวัติศาสตร์ท้องถิ่นชาตินิยม: พินิจกรณีกบฏเงี้ยวเมืองแพร่(พ.ศ.2445)” ที่ถูกทหารขอให้ถอดออกว่าเขาได้เปลี่ยนหัวข้อบรรยายที่เดิมใช้ชื่อเดียวกันกับเอกสารไปด้วยเป็น “ประวัติศาสตร์ของทัณฑกรรมและการคืนดี” ทันทีที่อ่านข่าวนี้จบ ผมนึกถึง “นิวสปีก” ในนิยาย 1984 ของจอร์จ ออร์เวล ฉบับพากย์ไทยโดยอำนวยชัย ปฏิพัทธ์เผ่าพง์ และรัศมี เผ่าเหลืองทอง ติดหมัดขึ้นมาทันทีทันควัน เพราะเพิ่งกลับมาอ่านใหม่อีกครั้งในรอบเกือบสามสิบปี นิวสปีกคือคำและโครงสร้างไวยากรณ์ใหม่ในโอชันเนียของ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ความลับเขย่าโลก 3 “คุณก็รู้ เราไม่เคยนับศพ”

บันทึกสงครามอิรัก ไซเบอร์สเปซ 22 ตุลาคม 2010 “คุณก็รู้ เราไม่เคยนับศพ” นายพลทอมมี แฟรงก์ส บันทึกสงครามอิรักล้วนเป็นเรื่องจำนวนเท่านั้น ทั้งรัฐบาลสหรัฐและนายกรัฐมนตรีอังกฤษปฏิเสธที่จะยอมรับว่าชาวบ้านอิรักจำนวนเท่าไหร่ถูกสังหารเนื่องจากผลลัพธ์อันคลุมเครือของการได้รับการปลดปล่อยโดยกองทหารสหรัฐและอังกฤษ มีการอ้างถึงคำพูดอันฉาวโฉ่ของนายพลทอมมี แฟรงก์ส ในปี 2002 ที่ว่า “เราไม่เคยนับศพ” หนึ่งปีก่อนที่เขาจะนำกองทัพสหรัฐบุกอิรัก ที่จริงเขาอาจจะตั้งใจจะไม่ติดหลุมพรางของการมองในแง่ดีเกินไปเหมือนในสงครามเวียดนามช่วงทศวรรษ 1960 เมื่อเหล่านายพลของสหรัฐอ้างว่าทำการสังหารทหารเวียดนามเหนือจนหมดไม่เหลือหรอแล้วหลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะยอมรับในที่สุดว่าพ่ายแพ้ แต่เพราะการบุกยึดอิรักในปี 2003 กลับกลายเป็นการนองเลือดที่ไม่ได้วางแผนไว้ สำนวน “เราไม่เคยนับศพ” จึงกลายเป็นคาถาที่ไม่ได้ท่องออกมาของทั้งบุชและแบลร์ด้วยเช่นกัน หน่วยงานทางการบันทึกไว้โดยละเอียดว่าจนถึงวันคริสต์มาสปี 2010 มีทหารสหรัฐและพันธมิตรเสียชีวิตทั้งสิ้น 4,748 นาย ทว่ารัฐบาลตะวันตกอ้างกันมาหลายปีว่าไม่มีสถิติการเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเป็นทางการอื่นๆ อยู่อีก การเผยแพร่ฐานข้อมูลรั่วไหลขนาดมหึมาของรายงานภาคสนามในอิรักในเดือนตุลาคม ปี 2010 ชี้ให้เห็นว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นเรื่องโกหก บันทึกสงครามอิรักเผยให้เห็นถึงบันทึกเหตุการณ์ต่อเหตุการณ์ของความตายด้วยความรุนแรงของพลเรือนในอิรักโดยละเอียดนับตั้งแต่การรุกรานอย่างน้อย 66,081 รายกระนั้นก็ตามตัวเลขดังกล่าวนี้ แม้จะน่าตกใจโดยตัวของมันเอง ก็ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในเชิงสถิติเท่านั้น มันต่ำมากเกินไป ฐานข้อมูลเริ่มต้นในปี 2004 ช้าไปหนึ่งปี มันขาดรายงานการเสียชีวิตและบาดเจ็บที่สูงมากจากการบุกในช่วงปี 2003 โดยตรง และไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมปี 2009 […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ความลับเขย่าโลก (2) …แบรดลีย์ แมนนิง

“สมัยเด็ก แมนนิ่งฉายแววความสามารถสองอย่างที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นๆ และทำให้เขาต้องเดินบนเส้นทางแห่งโศกนาฏกรรม เส้นทางที่จะนำไปสู่คุกในฐานทัพนาวิกโยธินที่กวนติโค รัฐเวอร์จิเนีย เขาเป็นคนช่างซักช่างถาม และมีแนวโน้มที่จะตั้งคำถามกับความคิดที่ครอบงำอยู่ แม็คคอมบ์สย้อนความหลังว่าแบรดลีย์ไม่เพียงเล่นแซกโซโฟนในวงของโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังเข้าร่วมทีมตอบคำถามกับพวกนักเรียนที่อายุมากกว่าด้วย “เขาเก่งมากๆ แล้วยังเป็นคนชอบแสดงความคิดเห็น แต่ก็แค่ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น เขาไม่เคยสร้างปัญหา ไม่เคยถูกลงโทษสักครั้งเดียวไม่ว่าด้วยเหตุอะไร” …เขาเริ่มต้นการเดินทางที่จะนำไปสู่การรั่วไหลของความลับทางการทหารและการทูตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ เมืองเครสเซนต์ โอกลาโฮม่า เป็นที่ราบห่างไกลจากแหล่งพลุกพล่านเช่นเดียวกับทะเลทรายมาดาอิน กาด้า แต่ความคล้ายคลึงจบลงเพียงเท่านั้น เพราะเมืองเล็กๆแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตอาหารในชนบท ด้วยระยะทางห่างไป 35 ไมล์ทางเหนือจากโอกลาโฮม่า ซิตี้ เส้นขอบฟ้าของที่นี่ถูกบดบังด้วยกองธัญพืชสีขาวอันไพศาล “นี่เป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นและอนุรักษนิยมมาก” ริค แมคคอมบ์ส ผู้เพิ่งเกษียณจากตำแหน่งครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมเครสเซนต์ กล่าว แบรดลีย์ แมนนิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ปี 1987 จากการใช้ชีวิตช่วง 13 ปีแรกของเขาในเมืองเครสเซนต์ แบรดลีย์ได้ประโยชน์จากความสนิทชิดใกล้ของชุมชนเล็กๆแห่งนี้ และในขณะเดียวกันก็ทนทุกข์กับความใจแคบที่ควบคู่กันด้วย เขาอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นนอกเมืองกับไบรอัน พ่อชาวอเมริกัน ซูซาน แม่ชาวเวลส์ และเคซีย์ พี่สาว พ่อแม่ของเขาเจอกันตอนที่ไบรอันประจำการกองทัพเรือสหรัฐ ที่ เคาดอร์ บาร์รัคส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเวลส์ สมัยเด็ก แมนนิ่งฉายแววความสามารถสองอย่างที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นๆ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แปลงวิกิพีเดียเป็นอีบุ๊ก

http://www.prachachat.net/online/2012/09/13484737151348473723l.jpg

“เมื่อไม่กี่วันมานี้ วิกิพีเดีย เริ่มเปิดบริการใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือการแปลงข้อมูลหรือบทความที่ค้นเจอบนไซต์ออกไปเป็นอีบุ๊ก หากดูจากไซด์บาร์ทางด้านซ้ายเมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์วิกิพีเดีย จะเห็นหัวข้อ Print/Export ตรงนี้เองที่เป็นของใหม่ให้เราสามารถแปลงบทความที่ค้นได้ให้เป็นอีบุ๊ก” แปลงวิกิพีเดียเป็นอีบุ๊ก จากออนไลน์สู่ออฟไลน์ เชื่อว่าท่านผู้อ่านจำนวนมาก ก็เหมือนๆ คนใช้อินเทอร์เน็ตโดยทั่วไปที่อย่างนอยต้องใช้บริการของวิกิพิเดีย(wikipedia.org) อยู่บ้างไม่มากก็น้อย ถ้าไม่ได้เข้าไปค้นหาข้อมูลโดยตรงจากวิพีเดียก็อาจจะเข้าไปโดยผ่านผลการค้นจากกูเกิ้ลอีกทอด วิกิพีเดียเป็นคลังของฐานข้อมูลขนาดใหญ่หรือกล่าวให้ชัดเจนขึ้นก็คือเอ็นไซโคลพิเดียออนไลน์ที่เกิดจากการการป้อนข้อมูล ตรวจตรา แก้ไขกันเองในหมู่คนบนโลกออนไลน์โดยไม่มีค่าตอบแทนใดๆ เป็นแนวคิดที่ชัดเจนของสิ่งที่เรียกว่าคลาวด์ ซอร์สซิ่ง บ่อยครั้งที่ผมเกิดความสงสัยหรือต้องการค้นคว้าอะไรบางเรื่อง ก็พึ่งพิงวิกิพีเดียนี่แหละครับ ปัจจุบันวิกิพีเดียมีบทความเฉพาะที่เป็นภาษาอังกฤษอยู่มากกว่า 4 ล้านบทความ และยังมีบทความในภาษาอื่นๆ อีกมากมายทั่วโลกเกือบ 300 ภาษา เพราะฉะนั้นมันจึงเป็นคลังข้อมูลออนไลน์ใหญ่ที่สุดที่คนทั่วโลกใช้กัน เมื่อไม่กี่วันมานี้ วิกิพีเดีย เริ่มเปิดบริการใหม่ขึ้นมาอีกหนึ่งอย่าง นั่นก็คือการแปลงข้อมูลหรือบทความที่ค้นเจอบนไซต์ออกไปเป็นอีบุ๊ก หากดูจากไซด์บาร์ทางด้านซ้ายเมื่อเข้าไปยังเว็บไซต์วิกิพีเดีย จะเห็นหัวข้อ Print/Export ตรงนี้เองที่เป็นของใหม่ให้เราสามารถแปลงบทความที่ค้นได้ให้เป็นอีบุ๊ก รูปแบบของไฟล์ที่แปลงออกมาเลือกได้สามแบบคือ PDF,epub และโอเพ่น ดอคคิวเมนต์ PDF เป็นไฟล์ที่น่าจะรู้กันดีอยู่แล้ว ส่วนโอเพ่นออฟฟิศก็คือรูปแบบไฟล์แบบเดียวกับเวิร์ด และ epub คือมาตรฐานไฟล์อีบุ๊กที่เป็นสากล มีความยืดหยุ่นมากในการนำไปอ่านบนอุปกรณ์เช่นโทรศัพท์มือถือ เครื่องอ่านอีบุ๊กทั่วไป และแท็บเล็ต ไม่ว่าจะบนไอแพดหรือแอนดรอยด์ สาเหตุที่วิกิพีเดียเพิ่มฟีเจอร์ให้เอ็กซ์พอร์ตออกมาเป็นไฟล์นั้นชัดเจนมาก นั่นคือเพื่อตอบสนองการอ่านแบบออฟไลน์ ค้นแล้วแปลงๆ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....