กล่องทีวีแอนดรอยด์

Screenshot from 2015-01-22 07:54:12

“เดี๋ยวนี้ดูเหมือนคนให้ความสนใจกับกล่องทีวีทำนองนี้ค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่ที่โฆษณากันบนอินเทอร์เน็ตมักจะใช้คำว่าเปลี่ยนทีวีธรรมดาให้เป็นสมาร์ททีวี สามารถเป็นตัวเลือกแทนเคเบิ้ลทีวีได้สำหรับคนจำนวนหนึ่ง”   เรื่องของกล่องทีวีแอนดรอยด์ เมื่อไม่กี่วันมานี้มีเพื่อนหลายคนบนเฟซบุ๊กแชร์ข่าวเกี่ยวกับกล่องทีวีแอนดรอยด์ตัวใหม่ของเซียวมิ (Xiaomi) ที่ใช่ชื่อว่า Mi Box Mini อันเล็กนิดเดียว ที่สำคัญราคาโดนใจแค่ 30 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 900 กว่าบาท หากดูกระแสตอบรับข่าวนี้เฉพาะบนโซเชียล เน็ตเวิร์กบ้านเราดูเหมือนจะมากพอสมควร เพื่อนบางคนขอความเห็นเพื่อประกอบการตัดสินใจว่าจะซื้อดีหรือเปล่า บังเอิญในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาผมเพิ่งได้ Chromecast อุปกรณ์แนวเดียวกันของกูเกิ้ลมาเพียงแต่ของกูเกิ้ลรูปร่างต่างไปเหมือนแฟลชไดรฟ์มากกว่ากล่อง พอได้มาก็ทำให้แต่ละวันขลุกอยู่กับมันค่อนข้างมาก จึงคิดว่าเอาเรื่องนี้มาเขียนถึงอีกทีก็น่าจะดีเหมือนกัน เพราะเดี๋ยวนี้ดูเหมือนคนให้ความสนใจกับกล่องทีวีทำนองนี้ค่อนข้างมาก ส่วนใหญ่ที่โฆษณากันบนอินเทอร์เน็ตมักจะใช้คำว่าเปลี่ยนทีวีธรรมดาให้เป็นสมาร์ททีวี สามารถเป็นตัวเลือกแทนเคเบิ้ลทีวีได้สำหรับคนจำนวนหนึ่ง เจ้าหนึ่งที่นำเข้ากล่องทีวี แอนดรอยด์ยี่ห้อหนึ่งมาขายในเมืองไทยเรียกมันว่า “กล่องดูหนัง” กันเลย เป็นจุดขายสำคัญของอุปกรณ์แบบนี้ ซึ่งไม่พ้นไปจากการดูหนัง ฟังเพลง ทางอินเทอร์เน็ต หรือเล่นเกมผ่านเน็ตที่ไม่หนักมากนักยังพอไหว กล่องทีวีพวกนี้ผมเชื่อว่าเป็นอนาคตอันใกล้ ต่อไปไม่นานนักคงจะแพร่หลายไปตามบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ เราคุ้นกับคำว่ากล่องทีวีแอนดรอยด์หรือแอนดรอยด์ทีวี บ็อกซ์ เพราะระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์เป็นระบบเปิดทำให้มีผู้ผลิตนำไปดัดแปลงและผลิตออกมาขายในตลาดกันมากมายหลายยี่ห้อ และราคาก็ไม่แพงนัก แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ว่าทั้งหมดเป็นแอนดรอยด์ ตอนนี้ที่บ้านผมมีอยู่ทั้งหมด 3 ตัวด้วยกัน แต่ละตัวระบบปฏิบัติการต่างกัน ตัวแรกที่ได้มาก่อนเพื่อนนานแล้วคือแอปเปิ้ลทีวีของค่ายแอปเปิ้ล ระบบปฏิบัติการเป็น iOS เหมือนไอโฟนและไอแพด จัดแอปพลิเคชั่นจำพวกช่องรายการหนัง วิดีโอ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ความลับคับอก..นี่เลย Whisper

“เขียนกันไปอ่านกันมาโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ไม่มีข้อมูลส่วนตัวใดๆ ทั้งสิ้น ไม่สามารถติดต่อกับคนโพสต์ได้ไม่ว่าในทางใด ยกเว้นเขียนต่อไว้ภายใต้ข้อความที่คนๆ นั้นโพสต์ไว้ เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะโดนจับได้หรือโดนอะไรต่ออะไรตามมา ไม่ว่าจะเป็นการติดตามสอดแนม การตามล้างตามเช็ด หรือการล่าแม่มดใดๆ” Whisper มีความลับจะบอก บรรยากาศแห่งความหวาดระแวงอันเนื่องมาจากการสอดแนมข้อมูลส่วนตัวในการติดต่อสื่อสารของประชาชนผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะทางอินเทอร์เน็ตโดยหน่วยงานรัฐบาลไม่ว่าในประเทศประชาธิปไตยหรือเผด็จการ เหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาที่เอ็ดเวิร์ด สโนวเดน แฉออกมาไม่ไม่นานมานี้ หรือแม้กระทั่งแนวคิดการติดตามสอดส่องการแสดงความคิดเห็นของประชาชนโดยหน่วยงานตำรวจไทยแห่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางด้านเทคโนโลยี ที่ก่อให้เกิดกระแสต่อต้านดังขรมไปทั่วอินเทอร์เน็ต ทำให้บางทีการคิดถึงช่องทางที่จะปล่อยความคิดความอ่านหรือกระทั่งระบายอารมณ์บางอย่างออกมาอาจจะต้องมองหาช่องทางซึ่งสามารถปกป้องความเป็นส่วนตัวและไม่เปิดเผยตัวตนของเราได้จริงๆ แม้ว่าบริการโซเชียลเน็ตเวิร์กจะยึดหลักการนี้ แต่โซเชียล เน็ตเวิร์กมีธรรมชาติของมันในการเปิดเผยสู่สาธารณะมากกว่า ไม่ว่าจะทั้งหมดหรือบางส่วน เพื่อเชื่อมโยงคนเข้าหากันโซเชียล เน็ตเวิร์กจึงพยายามกระตุ้นให้เราเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวให้มากขึ้นๆ และแบ่งปันข้อมูลเหล่านั้นสู่สาธารณะเพื่อให้คนได้เข้าสังกัดฝูงที่เหมาะสมในโลกออนไลน์ ดังนั้นจึงมีบริการบางแบบที่เดินไปในทางตรงข้ามกับโซเชียลเน็ตเวิร์ก นั่นคือการปกปิดทุกอย่างรวมทั้งตัวตนของผู้เขียนหรือผู้โพสต์ข้อความ สมัยก่อนมีเว็บไซต์ปกปิดตัวตนให้คนได้เขียนข้อความอะไรก็ได้โดยไม่เปิดเผยตัวตนของคนโพสต์ ได้รับความนิยมไม่น้อยเพราะคนเรามักมีอะไรที่อยากระบายออกมา แต่ไม่อยากให้ใครรู้ ล่วงมาถึงยุคโมบาย ก็มีแอพพลิเคชั่นสำหรับการโพสต์ข้อความโดยไม่เปิดเผยตัวตนออกมาตอบสนอง อย่างเช่นแอพล่าสุดที่ได้รับความนิมยมมากก็คือแอพที่ชื่อว่า Whisper ใช้งานได้ทั้งบนแอนดรอยด์และ iOS เปิดมาให้ใช้บริการกันราวๆ กลางปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้จำนวนเพจวิวของ Whisper พุ่งลิ่วขึ้นไปถึง 2,500 ล้านเพจวิวต่อเดือน ซึ่งเป็นปริมาณการเปิดดูเพจที่สูงมากกว่าเว็บไซต์ใหญ่ของโลกอย่าง CNN เสียอีก คนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ชอบนักเชียวละครับสำหรับแอพพลิเคชั่นตัวนี้ เพราะเป็นแอพสำหรับใช้ระบายความอึดอัดคับข้องใจต่างๆ รวมไปถึงความรู้สึกอะไรก็ตามที่ไม่กล้าเปิดเผยออกมาตรงๆ ให้คนอื่นรู้ Whisper ให้บริการกระซิบความลับอย่างมีสีสัน เพราะแทนที่จะเป็นการเขียนข้อความโดยไม่เปิดเผยตัวตนกันเฉยๆ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แอนดรอยด์ ทีวี บอกซ์

“ข้อดีของ แอนดรอยด์ อินเทอร์เน็ต ทีวี บ็อกซ์ ก็คือการแปลงทีวีที่มีอยู่เดิมให้เป็นสมาร์ททีวีหรืออินเทอร์เน็ตทีวีโดยไม่ต้องไปซื้อเครื่องใหม่ ข้อดีกว่าก็คือมีทางเลือกมากกว่า หลับตานึกถึงแท็บเล็ตแอนรอยด์ที่ไปออกบนจอทีวี แล้วใช้รีโมท หรือ เมาส์และคีย์บอร์ดในการควบคุม ก็แล้วกัน” แอนดรอยด์ บ็อกซ์ เปลี่ยนทีวีเป็นสมาร์ททีวี เมื่อวันก่อนโน้นผมแวะทำธุระที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งระหว่างทางกลับบ้าน ทำธุระเสร็จพอมีวลาเหลือก็เลยเดินเล่นบนชั้นที่เป็นร้านรวงด้านไอที ที่มีคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ด้านนี้ขายอยู่ เนื่องจากส่วนนี้ของห้างนี้ไม่ได้ใหญ่โตมาก สินค้าไอทีที่ขายก็เลยไม่ได้หลากหลาย ของที่เอามาขายๆ กันส่วนใหญ่จึงเป็นของที่คนซื้อกันบ่อยๆ ไม่ซับซ้อนหรือล้ำอะไรมาก ไม่เหมือนห้างแบบพันธุ์ทิพย์พลาซ่าที่เป็นห้างไอทีโดยตรง ผมเดินวนๆ ดูโน่นนี่ ก็ไปเจอเข้ากับร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง ที่แตกต่างไปจากร้านอื่นๆ เพราะของที่วางอยู่ในตู้ขายในร้านเป็นแอนดรอยด์ อินเทอร์เน็ต ทีวี บ็อกซ์ หลายยี่ห้อ หากมันเป็นร้านที่ขายสินค้าไอทีเฉพาะทางแบบนี้ และมาอยู่บนห้างสรรพสินค้าประเภทที่ไม่ใช่ห้างไอทีใหญ่ๆ น่าจะหมายความว่าตลาดของมันคงจะมีมากพอที่ก่อให้เกิดความเป็นไปได้ในทางธุรกิจ ตามหลักอุปสงค์อุปทานทั่วๆ ไป สำหรับแอนดรอยด์นั้นผมว่าเดี่ยวนี้คนไทยหากไม่แก่เกินแกงหรือปิดห฿ปิดตามากเกินไปในเรื่องไอทีคงรู้จักกันอยู่บ้าง อย่างน้อยก็จากพวกสมาร์ทโฟน หรือ แท็บเล็ตหลากหลายยี่ห้อ ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ด้วยความที่ระบบปฏิบัติการของแอนดรอยด์ซึ่งกูเกิ้ลพัฒนาขึ้นมาเป็นระบบปฏิบัติการแบบโอเพ่นซอร์ส ทำให้มีผู้ผลิตสมาร์ทโฟน แท็บเล็ตจำนวนมากนำมันไปใช้ ยี่ห้อที่ทำขึ้นมาจนชนกับไอโฟน ไอแพด ของกูเกิ้ล ได้ก็อย่างเช่นซัมซุง เป็นต้น นอกจากเอาไปใส่แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน แล้ว […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

สู่ยุคคุยกันน้อยลง เขียนถึงกันมากขึ้น

สมัยก่อนที่ยังไม่มีโทรศัพท์ใช้ คนเราจะคุยกันก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้าต่อตา ส่วนกับคนที่อยู่ห่างไกลออกไปมากๆ จะใช้วิธีเขียนจดหมายถึงกัน หรือกรณีเร่งด่วนก็พึ่งพาโทรเลข พอมาถึงยุคที่มีโทรศัพท์อาณาเขตการคุยกันด้วยเสียงขยายออกไป นอกจากคุยกับคนแบบเห็นหน้ากันแล้ว ยังคุยกับคนที่อยู่ที่อื่นๆ ตั้งแต่บ้านอื่น จังหวัดอื่น หรือประเทศอื่นอีกด้วย แต่ก็ยังคุยได้เฉพาะเมื่ออยู่บ้าน หรืออยู่ในสถานที่ซึ่งมีโทรศัพท์ให้โทร. มา ถึงยุคโทรศัพท์มือถือ คราวนี้รูปแบบมันเริ่มเปลี่ยนไปอีก เพราะโทรศัพท์มือถือพกติดตัวได้ โอกาสที่จะคุยกับคนอื่นๆ แบบไม่เห็นหน้าก็เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน คนเราคุยกันผ่านโทรศัพท์เพิ่มขึ้นๆ ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะนั่งนอนยืนเดิน ขึ้นรถ ลงเรือ จะเห็นคนคุยโทรศัพท์มือถือไม่มากก็น้อย ที่คุยแหลกคุยลาญไม่เกรงใจคนข้างๆ โดยเฉพาะเวลาใช้บริการขนส่งสาธารณะก็มีให้เห็นเยอะ เมื่อ มาถึงยุคอินเตอร์เน็ต ช่องทางการสื่อสารที่เพิ่มขึ้นอีกอย่างก็คือเทกซ์ เมสเสจ หรือการรับส่งข้อความเป็นตัวหนังสือ ซึ่งมีทั้งรูปแบบของการทิ้งข้อความไว้ หรือแบบโต้ตอบกันด้วยตัวหนังสือแบบฉับพลันทันใด เมื่อพัฒนาไปถึงจุดหนึ่ง แนวโน้มที่คนจะใช้โทรศัพท์มือถือคุยกันด้วยเสียงอาจจะลดลง อย่างน้อยหนึ่งประเทศที่ลดลงแล้วคืออังกฤษ จาก การศึกษาของ สำนักงานการสื่อสารของอังกฤษ (Ofcom) ซึ่งเป็นองค์กรอิสระกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม พบว่าปีที่แล้วคนอังกฤษใช้โทรศัพท์โทร.คุยกันน้อยลง แต่หันมาใช้เทกซ์ เมสเสจมากขึ้น รวมถึงอีเมล์ นั่นโดยเฉลี่ยสัปดาห์ละ 50 ข้อความต่อคน ซึ่งเพิ่มขึ้นสี่เท่าเมื่อเทียบกับเมื่อสี่ปีที่แล้ว การ ใช้โทรศัพท์คุยกันน้อยลงของคนอังกฤษที่เกิดขึ้นนี้ นับเป็นครั้งแรกตั้งแต่โทรศัพท์มือถือกลายเป็นของใช้ที่มีอยู่ทั่วไปใน ทศวรรษ 1990 Ofcom […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....