สนุกกับ “ภาษาสก๊อย”

“ภาษาสก๊อยเป็นภาษาเขียนที่เปลี่ยนแปลงการเขียนด้วยหลักไวยากรณ์ไทยที่ใช้กัน อยู่เสียใหม่ ลดรูปเปลี่ยนสระพยัญชนะ โดยอาศัยเทคนิคของแป้นพิมพ์ที่มีปุ่ม shift และ caplock เข้ามาเป็นตัวช่วย มีหลักมีเกณฑ์ที่แน่นอนของมัน ไม่ใช่ของที่คิดขึ้นมาแบบมั่วๆ แต่ใครจะคิดขึ้นมาเมื่อไหร่นั้นไม่รู้” สนุกกับ “ภาษาสก๊อย” ของเล่นใหม่ของคนรุ่นใหม่ เมื่อวันก่อนมีโอกาสได้อ่านข่าวจากเว็บไซต์แห่งหนึ่ง ที่หยิบเอาหน้าเพจบนเฟซบุ๊กของเด็กคนหนึ่งมาพาดหัวข่าวทำนองว่าเป็นภาษาวิบัติ หน้าเพจของน้องคนนั้นใช้ภาษาเขียนที่เรียกว่าภาษาสก๊อย เมื่ออ่านคนที่มาคอมเมนต์ท้ายข่าวซึ่งมีมากจะแสดงความคิดเห็นว่านี่เป็นเหจุให้ภาษาวิบัติ และด่าทอกันขั้นดุเดือด ลองตามเข้าไปดูในหน้าเพจของน้องคนนี้ก็เจอเข้ากับการโพสต์ด้วยภาษาสก๊อย ซึ่งแต่ละโพสต์ก็มีคนคอยตามจิกตามด่าชนิดแรงสุดกู่ อ่านดูแล้วภาษาหากจะวิบัติละก็ ความคิดคนที่เข้าไปด่าทอขนาดนั้นน่าจะวิบัติไปก่อนแล้วมากกว่า เราอยู๋ในระบบการศึกษาชนิดไหนก็ไม่รู้ที่ทำให้ความคิดของคนเรียวลงแคบลงๆ มากขึ้นทุกที ภาษาสก๊อยเป็นภาษาเขียนที่เปลี่ยนแปลงการเขียนด้วยหลักไวยากรณ์ไทยที่ใช้กันอยู่เสียใหม่ ลดรูปเปลี่ยนสระพยัญชนะ โดยอาศัยเทคนิคของแป้นพิมพ์ที่มีปุ่ม shift และ caplock เข้ามาเป็นตัวช่วย มีหลักมีเกณฑ์ที่แน่นอนของมัน ไม่ใช่ของที่คิดขึ้นมาแบบมั่วๆ แต่ใครจะคิดขึ้นมาเมื่อไหร่นั้นไม่รู้ รู้ว่าแต่ข่าวี่ว่าจะทำให้ภาษาวิบัตินั่นแหลที่ทำให้ภาษาสก๊อยเริ่มเป็นที่รู้จักและสนุกสนานกันใหญ่ในวงกว้างมากขึ้น ต้องยอมรับว่าภาษาสก๊อยเป็นวิธีการเขียนที่ทำให้อ่านได้ยากมากกว่าจะถอดออกมาเป็นคำจริงๆ ที่คนเขียนต้องการสื่อ ผมลองแกะดูเพื่อจะอ่านประโยคสองประโยค ใช้เวลานานมากเป็นชั่วโมงๆ พออ่านได้บ้างแต่ไม่หมดทุกคำ ยากกว่าภาษาญี่ปุ่นที่เคยเรียนหลักสูตรเร่งรัดแค่สี่อาทิตย์ด้วยซ้ำแน่ะ ลองดูตัวอย่างภาษาสก๊อย แต่เป็นตัวอย่างที่ไม่ใช่ของแท้เพราะคนเขียนใช้เครื่องมือผ่านเว็บช่วย หลักสก๊ฮญคร่๊วๆ (หลักสก๊อยคร่าวๆ) เฮ๊ Shift เป็ณบ๊งธิ๊ฆ์ (เอา Shift เป็นบางที่) เช่ณ ฮ เป็ณ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

วิกิลีกส์ “เราไม่ได้แฮก”

ทุกปลายปีของนิตยสารไทมส์ จะคัดเลือกบุคคลแห่งปีขึ้นมา ซึ่งก็เป็นที่สนใจไปทั่วโลกมาตลอด ปีนี้ตามที่รู้กัน มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ชายหนุ่มผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กที่มีคนใช้บริการเหยียบ 600 ล้านคนแล้ว เบียดไหล่ จูเลียน แอสแซนจ์ แห่งวิกิลีกส์ แบบค้านสายตากรรมการไม่น้อย จะว่าไปแล้วทั้งสองคนเขย่าโลกให้สั่นเทือนไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสักเท่าไหร่ ผลสะเทือนต่อโลกจากทั้งเฟซบุ๊กและวิกิลีกส์นั้นลึกซึ้งไม่ต่างกัน มันเขย่าไปที่รากฐานของสังคมโลกทั้งใบ โดยส่วนตัวผม เอนเอียงมาทางวิกิลีกส์มากกว่า แบบว่า “สะใจวัยรุ่น” ดี เหมือนการปฏิบัติจริงตามแนวคิดอนาธิปัตย์ที่ต่อต้านการครอบงำของรัฐ และจากเอกสารลับที่วิกิลีกส์นำมาเปิดเผย ยิ่งชวนให้เห็นว่ารัฐนั้นชั่วร้ายอย่างไม่ต้องสงสงสัย จูเลียน แอสแซนจ์ แห่ง วิกิลีกส์ แม้จะมีประวัติในการแฮกระบบคอมพิวเตอร์  และสื่อบางส่วนเรียกเขาว่าแฮกเกอร์  แต่การเกิดวิกิลีกส์ รวมทั้งข้อมูลปกปิดส่วนใหญ่ที่มามาเปิดเผยทั้งหลายนั้น ไม่ได้มาจากการแฮกหรือการเจาะระบบที่คนมีแนวโน้มจะจินตนาการไปในทำนองนั้น แต่เอกสารเหล่านั้นมาจากคนในองค์กรที่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นนำออกมาให้ คนเหล่านั้นมีอยู่ทั่วไปในโลก วิกิลีกส์เพียงแค่เป็นประตูที่เปิดช่องรับข้อมูลเหล่านั้นที่มาจากทั่วสาร ทิศ อินเทอร์เน็ตทำให้แนวคิดในการระดมสรรพกำลังของคนจากทั่วทุกมุมโลกมาทำอะไร อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งก่อนหน้านี้ไม่สามารถทำได้ ต้นแบบของวิกิลีกส์ คือ วิกีพีเดีย ซึ่งเป็นเอ็นไซโคพิเดียของโลกบนอินเทอร์เน็ตที่ผู้รู้ช่วยกันป้อนข้อมูลเข้า ไปในนั้น และแนวคิดนี้มีรากฐานมาจากโอเพ่นซอร์ส ซอฟต์แวร์ ที่สร้างอะไรต่ออะไรมากมายขึ้นมาในโลกของคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต โดยคนทั่วโลกร่วมมือกันผ่านอินเทอร์เน็ต ทั้งฝั่งโปรแกรมเมอร์ และ ผู้ใช้งาน เช่นเดียวกันกับปฏิบัติการตอบโต้เว็บไซต์ของบริษัทหรือธุรกิจที่ตัดแขนตัดขาและร่วมมือกับรัฐบาลหลายประเทศโดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาปิดล้อมวิกิลีกส์ อย่างเช่น วีซ่า […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

แอปเปิ้ลยึดสื่อ

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash2/hs196.ash2/45898_10150247724450324_535230323_13962304_5357058_n.jpg

โลกของแอปเปิ้ล กับการยึดพื้นที่สื่อ พิว รีเสิร์ช เซ็นเตอร์ ทำวิจัยออกมาเกี่ยวการนำเสนอข่าวเทคโนโลยีของสื่อกระแสหลักในสหรัฐอเมริกา โดยศึกษาตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2552 จนถึงเดือนมิถุนายน 2553 ผลที่ออกมาปรากฏว่าข่าวเกี่ยวกับแอปเปิ้ลยึดครองพื้นไปมากที่สุดถึง 15 เปอร์เซ็นต์ เทียบได้เท่ากับในข่าวเทคโนโลยีที่สื่อกระแสหลักในสหรัฐฯ นำเสนอ 7 ข่าว หรือที่จริงคือ 6.67 ข่าว ต้องเป็นข่าวที่เกี่ยวข้องกับแอปเปิ้ลเสีย 1 ข่าว หากเป็นแอปเปิ้ลจริงเป็นลูกคงกินกันจนหน้ากลายเป็นแอปเปิ้ลไปแล้ว แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะโดยใช้สามัญสำนึกธรรมดาผู้อ่านก็รู้สึกได้ว่าข่าวคราวจากแอปเปิ้ลนั้นเต็มไปหมด มีกันได้ทุกวัน วันละหลายๆ ข่าว แต่พิวรายงานด้วยว่าข่าวเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วออกมาในแง่ดี มีน้อยมากที่พูดถึงข้อเสีย ในรายละเอียดที่ลึกลงไปนั้น ใน 15 เปอร์เซ็นต์ของข่าวเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับแอปเปิ้ลนั้น ไอโฟนครองความเป็นข่าวมากที่สุด คือ 6.4  เปอร์เซ็นต์ รองลงมาคือ ไอแพด 4.6 เปอร์เซ็นต์ และ แอพสโตร์ 1.4 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลืออีก 1.1 เปอร์เซ็นต์ เกี่ยวกับ แม็ค ,ผลประกอบการ ,ไอจูนส์ ,สตีฟ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

มีคนคับแค้นใจกับ wiseknow นักลอก

http://sphotos.ak.fbcdn.net/hphotos-ak-ash2/hs304.ash2/58461_10150259000690324_535230323_14261103_351155_n.jpg

เขียนเรื่องเว็บไซต์นักลอก พฤติกรรมของ Wiseknow.com ไป ใส่ลงใน บล็อกที่ เอ็กซ์ทีน เข้าไปอ่านได้ตามนี้  http://cyborg9.exteen.com/20100830/wiseknow-com และตามนี้  http://cyborg9.exteen.com/20100902/entry ในลิงค์แรก ถ้าเข้าไปอ่านคนมาเขียนความเห็นต่อท้าย คือข้างล่างลองอ่านดูถึงความคับแค้นใจ บอกว่าจะสร้างสรรค์สังคมอุดมปัญญา!!!! แถมมีปุ่มให้คลิก “บริจาคเงิน” เพื่อร่วมอุดมการณ์ แต่!!! มารยาทในการนำข้อมูลของผู้อื่นไปใช้…ห่างไกลคำว่า “ผู้ดี” วัฒนธรรมในการอ้างอิงแหล่งที่มาที่เป็นภูมิปัญญา(ของผู้อื่น)…ห่างไกลจากสิ่งที่ “นักวิชาการ” พึงกระทำ แค่ “สิ่งที่ควรทำ” เบื้องต้นของความเป็นมนุษย์ยังทำไม่ได้ แต่กลับยก “ปณิธาน” อันยิ่งใหญ่ แล้วก็ซุกตัวเองให้ปีกของ “กฎหมาย” ปกป้อง แล้วก็อ้างว่า เป็น “สิ่งที่ใคร เขาก็ทำกัน” เออ…ก็เพิ่งจะรู้ว่า เดี๋ยวนี้ “มีความเสมอภาคในการทำเลว” แรกๆ ที่เจอก็โกรธ จนของขึ้น แต่เห็นแล้วก็นึกถึง ฉากหนึ่งใน”คู่กรรม” เมื่อเชลยศึกไปซ่อนตัวจากทหารญี่ปุ่น โดยซุกอยู่ในตู้เสื้อผ้าของอังศุมาลิน โกโบริเห็น จึงบอกว่า “…..ใช้กระโปรงผู้หญิงบัง ช่างน่าอาย คนเช่นนี้อยู่หรือตายก็เท่ากัน…” ก็เลยได้คิดว่า คนที่หากินอย่างไร้ยางอายแล้วก็ซุกใต้ปิกของกฎหมายแบบนี้ ก็อย่าไปให้ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....