แท็บเล็ตนักเรียน บ.เวียดนามลุยเอง

Classbook แท็บเล็ตนักเรียน บ.เวียดนามสั่งลุย แท็บเล็ตนักเรียนหรือแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาอย่างในบ้านเรานั้นมีอยู่ในหลายประเทศ ส่วนใหญ่ผ่านการอุดหนุนจากรัฐบาล ทั้งแบบอุดหนุนด้วยการแจกฟรีโดยรัฐบาล หรืออุดหนุนบางส่วน แต่การพัฒนาแท็บเล็ตเพื่อการศึกษาโดยตรงของภาคธุรกิจดูเหมือนจะไม่เคยเห็นมาก่อน นอกเหนือไปจากการพัฒนาตัวแอปพลิเคชั่นด้านการเรียนการสอน ไม่ไกลจากบ้านเรานัก คือ ประเทศเวียดนาม เมื่อเร็วๆ นี้มีการเปิดตัวแท็บเล็ตการศึกษา Classbook ขึ้นในฮานอย ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เกิดความร่วมมือของบริษัท EDC บริษัทในเครือของ Vietnam Education Publishing House กับพันธมิตรจากเกาหลีใต้ สำหรับนักเรียนเกรด 1-12 ใน Classbook จะมีตำราและหนังสืออ้างอิงหลายร้อยเล่มสำหรับนักเรียน รวมทั้งแอปพลิเคชั่นวิชาต่างๆ อีกกว่า 20 แอปให้นักเรียนได้ใช้ในการเรียน อีบุ๊กเหล่านี้มีลักษณะเป็นแบบอินเทอร์แอคทีฟที่โต้ตอบกับผู้เรียนได้ ทั้งด้านเสียง วิดีโอ และการค้นหาเพิ่มเติมจากบทเรียน เชื่อโยงเนื้อหาเข้ากับมัลติมีเดีย นอกจากนั้นยังมีบททดสอบเพื่อการประเมินผลการเรียนของนักเรียนเองด้วย แต่ละวิชาจะมีส่วนประกอบที่มีชีวิตชีวา เช่น วิทยาศาสตร์ มีการเชื่อมโยงกับการทดลองที่สามารถจิ้มขึ้นมาดูได้ หรือ วิชาภาษาอังกฤษ ก็สามารถจิ้มเพื่อฟังเสียงอ่าน เป็นคำ เป็นประโยค์ หรือตลอดทั้งย่อหน้าได้ เป็นต้น สำหรับในเวอร์ชั่นสำหรับครูเพิ่มความสามารถในการค้นหาผ่านเว็บเข้าไปให้โดยไม่จำกัด และให้ครูสามารถเพิ่มบทเรียน เนื้อหา สำหรับการเรียนการสอนเพิ่มเติมเข้าไปได้ ค […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ความลับเขย่าโลก 3 “คุณก็รู้ เราไม่เคยนับศพ”

บันทึกสงครามอิรัก ไซเบอร์สเปซ 22 ตุลาคม 2010 “คุณก็รู้ เราไม่เคยนับศพ” นายพลทอมมี แฟรงก์ส บันทึกสงครามอิรักล้วนเป็นเรื่องจำนวนเท่านั้น ทั้งรัฐบาลสหรัฐและนายกรัฐมนตรีอังกฤษปฏิเสธที่จะยอมรับว่าชาวบ้านอิรักจำนวนเท่าไหร่ถูกสังหารเนื่องจากผลลัพธ์อันคลุมเครือของการได้รับการปลดปล่อยโดยกองทหารสหรัฐและอังกฤษ มีการอ้างถึงคำพูดอันฉาวโฉ่ของนายพลทอมมี แฟรงก์ส ในปี 2002 ที่ว่า “เราไม่เคยนับศพ” หนึ่งปีก่อนที่เขาจะนำกองทัพสหรัฐบุกอิรัก ที่จริงเขาอาจจะตั้งใจจะไม่ติดหลุมพรางของการมองในแง่ดีเกินไปเหมือนในสงครามเวียดนามช่วงทศวรรษ 1960 เมื่อเหล่านายพลของสหรัฐอ้างว่าทำการสังหารทหารเวียดนามเหนือจนหมดไม่เหลือหรอแล้วหลายต่อหลายครั้ง ก่อนจะยอมรับในที่สุดว่าพ่ายแพ้ แต่เพราะการบุกยึดอิรักในปี 2003 กลับกลายเป็นการนองเลือดที่ไม่ได้วางแผนไว้ สำนวน “เราไม่เคยนับศพ” จึงกลายเป็นคาถาที่ไม่ได้ท่องออกมาของทั้งบุชและแบลร์ด้วยเช่นกัน หน่วยงานทางการบันทึกไว้โดยละเอียดว่าจนถึงวันคริสต์มาสปี 2010 มีทหารสหรัฐและพันธมิตรเสียชีวิตทั้งสิ้น 4,748 นาย ทว่ารัฐบาลตะวันตกอ้างกันมาหลายปีว่าไม่มีสถิติการเสียชีวิตและบาดเจ็บอย่างเป็นทางการอื่นๆ อยู่อีก การเผยแพร่ฐานข้อมูลรั่วไหลขนาดมหึมาของรายงานภาคสนามในอิรักในเดือนตุลาคม ปี 2010 ชี้ให้เห็นว่าข้ออ้างดังกล่าวเป็นเรื่องโกหก บันทึกสงครามอิรักเผยให้เห็นถึงบันทึกเหตุการณ์ต่อเหตุการณ์ของความตายด้วยความรุนแรงของพลเรือนในอิรักโดยละเอียดนับตั้งแต่การรุกรานอย่างน้อย 66,081 รายกระนั้นก็ตามตัวเลขดังกล่าวนี้ แม้จะน่าตกใจโดยตัวของมันเอง ก็ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในเชิงสถิติเท่านั้น มันต่ำมากเกินไป ฐานข้อมูลเริ่มต้นในปี 2004 ช้าไปหนึ่งปี มันขาดรายงานการเสียชีวิตและบาดเจ็บที่สูงมากจากการบุกในช่วงปี 2003 โดยตรง และไปสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคมปี 2009 […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ความลับเขย่าโลก (2) …แบรดลีย์ แมนนิง

“สมัยเด็ก แมนนิ่งฉายแววความสามารถสองอย่างที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นๆ และทำให้เขาต้องเดินบนเส้นทางแห่งโศกนาฏกรรม เส้นทางที่จะนำไปสู่คุกในฐานทัพนาวิกโยธินที่กวนติโค รัฐเวอร์จิเนีย เขาเป็นคนช่างซักช่างถาม และมีแนวโน้มที่จะตั้งคำถามกับความคิดที่ครอบงำอยู่ แม็คคอมบ์สย้อนความหลังว่าแบรดลีย์ไม่เพียงเล่นแซกโซโฟนในวงของโรงเรียนเท่านั้น แต่ยังเข้าร่วมทีมตอบคำถามกับพวกนักเรียนที่อายุมากกว่าด้วย “เขาเก่งมากๆ แล้วยังเป็นคนชอบแสดงความคิดเห็น แต่ก็แค่ถึงระดับหนึ่งเท่านั้น เขาไม่เคยสร้างปัญหา ไม่เคยถูกลงโทษสักครั้งเดียวไม่ว่าด้วยเหตุอะไร” …เขาเริ่มต้นการเดินทางที่จะนำไปสู่การรั่วไหลของความลับทางการทหารและการทูตครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ เมืองเครสเซนต์ โอกลาโฮม่า เป็นที่ราบห่างไกลจากแหล่งพลุกพล่านเช่นเดียวกับทะเลทรายมาดาอิน กาด้า แต่ความคล้ายคลึงจบลงเพียงเท่านั้น เพราะเมืองเล็กๆแห่งนี้เป็นศูนย์กลางแหล่งผลิตอาหารในชนบท ด้วยระยะทางห่างไป 35 ไมล์ทางเหนือจากโอกลาโฮม่า ซิตี้ เส้นขอบฟ้าของที่นี่ถูกบดบังด้วยกองธัญพืชสีขาวอันไพศาล “นี่เป็นชุมชนที่เกาะกลุ่มกันเหนียวแน่นและอนุรักษนิยมมาก” ริค แมคคอมบ์ส ผู้เพิ่งเกษียณจากตำแหน่งครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมเครสเซนต์ กล่าว แบรดลีย์ แมนนิ่ง เกิดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม ปี 1987 จากการใช้ชีวิตช่วง 13 ปีแรกของเขาในเมืองเครสเซนต์ แบรดลีย์ได้ประโยชน์จากความสนิทชิดใกล้ของชุมชนเล็กๆแห่งนี้ และในขณะเดียวกันก็ทนทุกข์กับความใจแคบที่ควบคู่กันด้วย เขาอาศัยอยู่ในบ้านสองชั้นนอกเมืองกับไบรอัน พ่อชาวอเมริกัน ซูซาน แม่ชาวเวลส์ และเคซีย์ พี่สาว พ่อแม่ของเขาเจอกันตอนที่ไบรอันประจำการกองทัพเรือสหรัฐ ที่ เคาดอร์ บาร์รัคส์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเวลส์ สมัยเด็ก แมนนิ่งฉายแววความสามารถสองอย่างที่ทำให้เขาแตกต่างจากคนอื่นๆ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

เรื่องเล่าของข้าวของ

เรื่องเล่าของข้าวของ ผักตบชวา-เห็ด-ไส้เดือน-ไก่ มีหนังสือดีๆ มากองอยูjตรงหน้าหลายเล่ม เล่มหนึ่งชื่อ “เรื่องเล่าของข้าวของ” เขียนโดย แอนนี่ เลียวนาร์ด แปลโดย พลอยแสง เอกญาติ เป็นหนังสือเล่มค่อนข้างหนาประมาณห้าร้อยกว่าหน้า เนื้อหาก็เป็นเรื่องที่โลกแบกรับอยู่ทุกวันจนหนักอึ้ง แต่อ่านได้อย่างลื่นไหลไปได้เรื่อยๆ หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราวของ “ข้าวของ” ทั้งหมดที่เราใช้ในชีวิตประจำวันทุกวัน ตั้งแต่น้ำขวด โทรศัพท์มือถือ กางเกงยีนส์ ฯลฯ ผลิตและจำหน่ายอย่างไร และมันไปอยู่ที่ไหนเมื่อเราโยนมันทิ้งไป เป็นการมองปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบจากคนที่มีประสบการณ์ในด้านนี้มากว่า 20 ปี รวมทั้งการนำเสนอวิธีการแก้ไขที่ต้นทางมากกว่าการแก้ปลายเหตุ รายละเอียดคงจะไปหาอ่านกันเอาได้จากหนังสือ ซึ่งเชื่อว่าเมื่อได้อ่านแล้วอาจจะเกิดแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนวิถีชีวิต กระบวนทัศน์ของคุณไปเลยก็ได้ ส่วนที่ผมกำลังจะหยิบมาให้อ่านป็นส่วนที่ผู้เขียนเกริ่นนำพาดพิงถึงตัวเลขจีดีพีที่เป็นแนวคิดอันศักดิ์สิทธิ์ของการเติบโตทางเศรษฐกิจ ที่ยึดกันเป็นสรณะสำหรับผู้ปกครองและนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก คอลัมนิสต์ในประเทศไทยน้อยคนจะรู้จักเนื้อแท้ของจีดีพี หรือ กรอส โดเมสติก โพรดักต์ เสียอีกด้วย ที่จริงการวิพากษ์จีดีพีนั้นมามีมานานแสนนานแล้วว่ามันไม่ได้สะท้อนความเป็นจริง เพราะไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายที่แท้จริงด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมเข้าไปด้วย ไม่ได้รวมค่าใช้จ่ายที่ใช้การแก้ไขและเยียวยาผลกระทบที่ตามมา ไม่ได้สะท้อนการกระจายรายได้ที่แท้จริง ผลกระทบทางลบที่เกิดขึ้นจากการเติบโตไม่ได้ถูกนำไปหักออกจากจีดีพี ไม่ได้เป็นเครื่องชี้วัดความสำเร็จอะไรเลย นอกจากเป็นภาพลวงตาที่นักเศรษฐศาสตร์ นักการเมือง นักการเงิน นักเล่นหุ้น รวมถึงนักธุรกิจเอาไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจของพวกเขา ซึ่งเขาก็บอกว่าไม่เชื่ออีกต่างหาก แต่ข่าวการเติบโตของจีดีพีมีปรากฎทุกวัน ทั้งที่ใครก็ไม่เชื่อ… แปลกดีไหม ตัวอย่างที่แอนนี่ไปหยิบมาอีกทีจากหนังสือ […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....