กรามีนปฏิวัติพลังงานสะอาด

“กรามีน ชากติติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับชาวบังคลาเทศวันละ 1,500 แผง จนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ผ่านหลักหมุดทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ นั่นก็คือ การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านหลัก 1 ล้านแผงไปแล้ว และก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอีกเรื่อยๆ” กรามีนปฏิวัติพลังงานสะอาด แผงโซลาร์ เซลทะลุหลักล้าน บังคลาเทศเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก มีประชากรกว่า 160 ล้านคน จุดสนใจจุดหนึ่งของบังคลาเทศก็คือธนารกรามีน ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดย มูฮัมหมัด ยูนูส เมื่อสามสิบกว่าปีมาแล้ว ธนาคารกรามีนคือธนาคารของผู้ยากไร้ที่ทำไมโครไฟแนนซ์เพื่อเปิดทางให้คนระดับรากหญ้าทีสุดของบังลาเทศโดยเฉพาะผู้หญิงสามารถเข้าถึงทุนได้ ความสำเร็จของธนาคารกรามีนเป็นสื่งที่นักการเงิน นักเศรษฐศาสตร์ และนักพัฒนาทั่วโลกให้ความสนใจ มันนำรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพมาให้แก่ยูนูสในเลาต่อมา แต่นอกจากธนาคารกรามีนแล้ว ยังมีบริษัทลูกอีกแห่งคือกรามีน ชากติ ที่ทำธุรกิจด้านพลังงาน กิจการหลักคือการติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งก็แน่นอนว่าเป็นพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผู้ยากไร้เช่นกัน ครึ่งหนึ่งของประชากรบังคลาเทศอยู่นอกโครงข่ายไฟฟ้า พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดที่ไม่มีวันหมดสิ้นคือคำตอบ ไม่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมร้ายแรงเหมือนพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และตอบโจทย์สำหรับคนยากคนจนได้ กรามีน ชากติติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับชาวบังคลาเทศวันละ 1,500 แผง จนเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาก็ผ่านหลักหมุดทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ นั่นก็คือ การติดตั้งแผงพลังงานแสงอาทิตย์ผ่านหลัก 1 ล้านแผงไปแล้ว และก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอีกเรื่อยๆ ความสำเร็จของกรามีน ชากติ ช่วยไขปัญหาหลายๆ อย่างไปได้ ครอบครัวที่เริ่มมีไฟฟ้าใช้ใช้มันเพื่อเพิ่มผลิตภาพ สร้างรายได้ได้เพิ่มมากขึ้นจากกิจกรรมซึ่งแต่ก่อนทำไม่ได้เมื่อไม่มีไฟฟ้าใช้ ที่สำคัญมันช่วยสลายมายาคติเกี่ยวพลังงานแสงอาทิตย์ในระดับครัวเรือน […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

พืชแปดหมื่นชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์

“จากแนวโน้มที่กำลังดำเนินอยู่นั้น โลกอยู่ในความสุ่มเสี่ยง ภายใต้สภาพภูมิอกาศแปรปรวนหรือสุดโต่งอะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ สิ่งที่ต้องทำและต้องมีความร่วมมือกันในระดับโลกสำหรับในกรณีของพืชมีอยู่ สามระดับ อย่างแรกคือการธำรงรักษาที่ยังมีอยู่ อย่างที่สองคือการซ่อมสร้างและฟื้นฟูส่วนที่เสียหาย และสุดท้ายคือระบบสำรองเพื่อรับมือในกรณีเกิดการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ซึ่งก็คือธนาคารเมล็ดพันธุ์” อนาคตของโลก 50-100 ปี พืชแปดหมื่นชนิดเสี่ยงสูญพันธุ์ จากการศึกษาของสถาบัน Kew Garden ร่วมกับ ICUN และ Natural History Museum ในลอนดอน โลกเราตอนนี้มีพืชเหลืออยู่ประมาณ 400,000 ชนิด ลดลงมาครึ่งหนึ่งจากที่เคยมีเมื่อ 200-300 ปีที่แล้ว และหนึ่งในห้าของพืชทั้งหมดที่เหลืออยู่ตอนนี้หรือราว 80,000 ชนิดมีความเสี่ยงทจะสูญพันธุ์ไปภายใน 50-100 ปีข้างหน้า แรงกดดันที่ทำให้พืชจำนวนมากของโลกมีโอกาสสูญพันธุ์มาจากการบุกรุกที่อยู่อาศัยในธรรมชาติของพืชโดยผ่านการเกษตรกรรมและการขยายตัวของเมือง รวมทั้งผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยน้ำมือมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่เพียงส่งผลต่อน้ำที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชเท่นั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อวงจรชีวิตของพืชด้วย สถานการณ์ดังกล่าวนี้เรียกร้องต้องการให้ทั่วทั้งโลกหันมาให้ความสนใจที่จะหยุดยั้งหรือพลิกเปลี่ยนเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับพืช แม้กระทั่งพืชในทางเกษตรกรรมเองก็ถูกจำกัดอย่างน่าเป็นห่วง จากการศึกษาชิ้นหนึ่งของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียพบว่า ในช่วงไม่กี่ร้อยปีมานี้ มนุษย์มุ่งทุ่มเทให้กับพืชเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น ร้อยละ 80 ของพลังงานจากอาหารของคนทั่วโลกมากจากพืชที่เพาะปลูกกันเพียง 12 ชนิด เป็นธัญพืช 8 ชนิดได้แก่ ข้าวบาร์เลย์ ข้าวโพด ข้าวฟ่าง […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

คนญี่ปุ่นไม่เอานิวเคลียร์

https://fbcdn-sphotos-g-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash4/s720x720/427933_10151465633290324_1121914710_n.jpg

“โปรดอย่าปล่อยให้คนอื่นๆ ต้องตกเป็นเหยื่อของภัยพิบัติเหมือนพวกเราที่ต้องถูกบังคับให้ออกจากบ้านเกิดเลย” เสียงประชาพิจารณ์ คนญี่ปุ่นไม่เอานิวเคลียร์ เหตุการณ์ภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ฟูกุชิม่าประเทศญี่ปุ่นผ่านมากว่าปีครึ่งแล้ว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปิดดำเนินการไปจนหมดประเทศ เพราะประชาชนท้องถิ่นรวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นไม่ต้องการให้กลับมาเดินเครื่องอีก เมื่อรัฐบาลกลางตัดสนใจให้เปิดหนึ่งโรงที่โออิ พรีเฟคเจอร์ก็เจอกับการประท้วงในใจกลางกรุงโตเกียว ซึ่งกล่าวกันว่ามีคนเข้าร่วมมากที่สุดในรอบหลายปสิบปีที่ผ่านมา การประท้วงยังคงดำเนินไปโดยเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นทุกสัปดาห์ ทว่ารัฐบาลญี่ปุ่นก็จำเป็นต้องหาทางออกเกี่ยวกับเรื่องพลังงานของประเทศให้ได้ เพราะเป็นประเทศที่พึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์มากที่สุด การไม่เดินเครื่องเตาปฏิกรณ์หมายถึงการต้องหันมาใช้เชื้อเพลิงจากฟอสซิลแทนไปพลางๆ ซึ่งเท่ากับต้องนำเข้าพลังงานวันละเป็นร้อยล้านเหรียญสหรัฐ ระหว่างนี้รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังจัดประชาพิจารณ์เพื่อรวบรวมความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาเกี่ยวกับสัดส่วนของพลังงานนิวเคลียร์ภายในปี 2030 หรือสิบกว่าปีข้างหน้า การประชาพิจารณ์จะจัดขึ้นทั้งหมด 11 แห่ง กระจายไปทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยปรกติการทำประชาพิจารณ์จะจำกัดจำนวนคนแสดงความคิดเห็นไว้ระหว่าง 9-12 คน ทว่าสำหรับกรณีฟูกูชิม่าซึ่งเป็นสถานการณ์พิเศษ การทำประชาพิจารณ์ครั้งที่เพิ่งผ่านมาเพิ่มจำนวนผู้ออกความคิดเห็นเพิ่มขึ้นเป็น 30 คน การประชาพิารณ์ครั้งนี้ดำเนินไปเป็นเวลาสี่ชั่วโมงครั้ง เลยจากกำหนดไป 1 โมง ปรากฏว่าผู้แสดงความคิดเห็น 28 คน เห็นว่าควรยกเลิกโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งหมดก่อนปี 2030 แต่ละคนอธิบายความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญ รวมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ความรับผิดชอบของรัฐบาล ขณะที่เกษตรกรคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู๋ใกล้กับเตาปฏิกรณ์หมายเลข 1 ที่เกิดปัญหาและต้องอพยพไปอยู่ศูนย์พักพิงชั่วคราวตั้งแต่บัดนั้นจนบัดนี้กล่าวว่า “โปรดอย่าปล่อยให้คนอื่นๆ ต้องตกเป็นเหยื่อของภัยพิบัติเหมือนพวกเราที่ต้องถูกบังคับให้ออกจากบ้านเกิดเลย” การทำประชาพิจารณ์จะส่งผลต่อทิศทางพลังงานของญี่ปุ่นหรือไม่ยากที่จะรู้ได้ แต่หนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุนตั้งข้อสังเกตุไว้ว่าดูเหมือนรัฐบาลจะมีทางเลือกในใจแล้วสามทาง คือ 1.ไม่มีไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์เลยภายในปี 2030 […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....

ป่าเทียมในเมืองใหญ่

https://fbcdn-sphotos-a.akamaihd.net/hphotos-ak-ash3/s720x720/577490_10151540432100324_535230323_23401253_1309115323_n.jpg

“หันไปดูประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่ในอดีตก็ทำลายพื้นที่ป่าจนยับเยินไปแล้วไม่เหลือหรอ ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเวลานี้เป็นป่าปลูกทั้งนั้น ความหลายกลายทางชีวภาพหมดเกลี้ยง สัตว์ท้องถิ่นพากันสูญพันธุ์ไปเกือบหมด” “ซุปเปอร์ทรี” ป่าเทียมในเมืองใหญ่ เมื่อไม่กี่วันก่อนมีรายงานจากองค์กรมีเดีย แมทเทอร์ส ที่คอยติดตามความเคลื่อนไหวของสื่อบอกว่าการรายงานข่าวของสื่อทีวีหลักๆ ในเรื่องเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศหรือไคลเมต เชนจ์ นั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2009 ในขณะที่ความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับเรื่องนี้ทั้งในแง่ของวิทยาศาสตร์และการเมืองมีพัฒนาการขึ้นมาเป็นลำดับ และเฉพาะปีที่แล้วสื่อหลักอันได้ ABC,CBS,NBC และ Fox ใช้เวลารวมในการพูดถึงเรื่องนี้เพียงแค่ 47 นาที ซึ่งถือว่าน้อยมากโดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับเวลาที่ใช้มากกว่ากันถึงสองเท่าในการรายงานข่าวคราวเกี่ยวกับความทะเยอทะยานของโดนัลด์ ทรัมพ์ที่จะเสนอตัวเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดี และการสืบสวนสอบสวนอัน “ไร้สาระ” ของเขาเกี่ยวกับใบเกิดของประธานาธิบดีโอบาม่า การกระทบกระเทียบของเขาว่าไปแล้วก็ตลกดี อาจจะคล้ายกับในบ้านเราตอนนี้ก็ได้ที่สื่อกระแสหลักให้ความสนใจล้นหลามกับข่าวภาพโป๊แวบขึ้นจอในสภาฯ อย่างชนิดจะเป็นจะตาย ตามติดกันแบบตาไม่กระพริบทุกวัน แต่แทบไม่ให้ความสนใจข่าวเกี่ยวกับเขื่อนแม่วงก์โครงการซ่อนเงื่อนที่ผ่านการอนุมัติของคณะรัฐมนตรีให้สร้างเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งที่เรื่องหลังมีความหมายสำคัญยิ่งกว่ามากมาย เรากำลังจะแลกผืนป่าสมบูณ์ทั้งๆ ทีมันมีน้อยอยู่แล้วไปอีกหนึ่งผืนใหญ่กินพื้นที่เป็นหมื่นๆ ไร่ เพื่อตอบสนองความไม่รู้จักพอของมนุษย์ หันไปดูประเทศสิงคโปร์ซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ที่ในอดีตก็ทำลายพื้นที่ป่าจนยับเยินไปแล้วไม่เหลือหรอ ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเวลานี้เป็นป่าปลูกทั้งนั้น ความหลายกลายทางชีวภาพหมดเกลี้ยง สัตว์ท้องถิ่นพากันสูญพันธุ์ไปเกือบหมด นั่นอาจจะเป็นเหตุให้สิงคโปร์โหยหาธรรมชาติ มีการหาทางเพิ่มพื้นที่สีเขียวแม้ในเขตใจกลางเมืองอย่างโครงการสวนในแนวตั้งที่ใกล้เสร็จสมบูรณ์และเปิดเต็มที่ในราาวเดือนมิถุนายนนี้ ส่วนสุดท้ายของโครงการห้าปีก็คือซุปเปอร์ทรี หรืออภิต้นไม้ ซึ่งเป็นโครงสร้างแนวตั้งคล้ายกหอคอยความสูง 164 ฟุต มีทั้งหมด 18 ต้น ซุปเปอร์ทรีจะปลูกต้นไม้ไล่จากโคนขึ้นไปจนถึงยอดจำนวนทั้งหมดมากกว่า 200,000 ต้น […]

Share on Facebook

อ่านต่อ.....