บันทึกจากญี่ปุ่น

๑๐ มีนาคม ๒๕๔๓

เริ่มแล้วพ่อแม่พี่น้อง

เมื่อวานนี้เช็คอีเมล์ก่อนจะเข้านอน มีอีเมล์เป็นภาษาอังกฤษมาฉบับหนึ่ง อ่านดูปรากฏว่าเป็นแฟนานุแฟนที่มาเรียนต่อที่ญี่ปุ่น ยอดเยี่ยมจริงๆ ชื่อธราธร มั้ง เขาให้เบอร์โทรศัพท์ในญี่ปุ่นมาด้วย พร้อมกับเสนอว่าหากมีอะไรให้ช่วยขอให้บอก มีแน่ๆ รับประกันได้

หลังจากนั้นก็เข้านอนด้วยความอ่อนระโหยโรงแรง เพราะเมื่อวานเดินมากไปหน่อย

ตื่นเช้ามาอาบน้ำกินข้าว วันนี้มีเต้าหู้กับไข่เจียว ผักดอง และ ซุปหัวหอม บรรยากาศแปลกๆ เพราะแม่ครัวมานั่งอยู่ข้างหลัง แกพยายามสังเกตการกินของเรา กินทุกอย่างหมด ยกเว้นไข่เจียว ไม่รู้เพราะอะไร วันนี้กินไม่ค่อยลง อาการดีขึ้นแล้ว แต่อารมณ์กินไม่มีแฮะ

ต้องออกเร็วกว่าทุกวันชั่วโมงหนึ่ง เพราะที่โรงเรียนเขามีงานเลี้ยงจกประกาศนียบัตรให้นักเรียนรุ่นที่เรียนจบ ตอนเลิกเรียนเขาชวนให้อยู่ดูงาน แต่ขี้เกียจดู แอบมองเข้าไปในห้องมีนักเรียนต่างประเทศเอเชียทั้งหมด ส่วนใหญ่จะเป็นคนจีน สดชื่นดี ฮ่าๆ สาวๆเยอะ

แล้วก็ขึ้นรถไฟมาสำนักงาน ก่อนถึงสำนักงานวันนี้ตลาดยังเปิดขายของอยู่เพราะกลับมาเร็วแค่เที่ยงกว่าๆ เลยเดินเล่นๆ ไปซื้อตะเกียบมาคู่หนึ่ง กับถ้วยเล็กๆอีกสองใบ หมดเงินไปเกือบสองร้อยบาท

เข้าไปในสำนักงาน อูชิยามะซัง บอกว่าวันนี้ไปปรับบัตรเอทีเอ็มได้แล้ว แล้วถามว่ากินข้าวหรือยัง บอกว่ายัง ใจเรานึกว่าเดี๋ยวไปกินโรงอาหาร แกก็พูดอะไรเกี่ยวกับมื้อกลางวันนี่แหละ บอกแล้วแกพูดฟังยาก

แล้วแกก็ถามว่าจะเอาแบบไหนดี อาหารญี่ปุ่น ฝรั่ง จีน ใจยังนึกว่าแกจะพาไปโรงอาหาร

ที่ไหนได้ พาลงไปร้านอาหารในตึกข้างล่าง มีหลายร้านอยู่เหมือนกัน เข้าไปในร้านจีน พี่แกสั่งบะหมี่ให้อีกด้วยความมีน้ำใจ สั่งแบบเผ็ดสุดๆ

ที่จริงเราเล็งบะหมี่ที่คล้ายๆบะหมี่เป็ดอยู่แล้วเชียว

แต่แกไม่ถาม เราก็ไม่รู้จะบอกยังไง เลยตามเลยอีกเหมือนกัน

ได้บะหมี่มาชามเบ้อเร่อ เห็นแล้วปลงเลย ใส่พริกมาดำปี๋ รสชาติก็อร่อยดี รสของพริกเหมือนพริกป่นที่คั่วใหม่ๆแต่ไฟแรงไปนิดหน่อย

มันเผ็ดอย่างจริงจัง แต่สำหรับน้าไม่มีปัญหาเรื่องเผ็ดหรอก

ปัญหาใหญ่ก็คือชามบะหมี่มันชามโคมใหญ่ ล่อไปได้ครึ่งชามก็จุกแล้ว

พวกแม่ครัวพ่อครัวและพนักงานในร้านก็มองกันใหญ่ เพราะตอนสั่งเผ็ดแบบแมกซิมั่มนั้น มันได้ยินกันทุกคน ทีนี้แต่ละคนในร้านก็คอยดูสิว่า ไอ้หมอนี่มันจะกินเข้าไปยังไง

กินเสร็จเหลืออยู่อีกครึ่งชาม อาเจ๊เจ้าของร้านร้องถามว่าเผ็ดมากจนกินไม่ได้เหรอ อูชิยามะซัง ต้องอธิบายว่าไม่ใช่เผ็ดแต่มันเยอะเกินกำลังที่น้าจะกิน

เสร็จสรรพก็คิดเงิน อ้าว ไม่ได้เลี้ยงนี่หว่า ให้จ่ายเอง ชามละตั้งสามร้อยกว่าบาท คราวหลังไม่ต้องหวังดีพามากินก็ได้ แพงเกินไป แล้วก็เยอะเกินไป ในโรงอาหารยังมีอาหารให้เลือกเยอะแยะ ถูกกว่า และไม่มากเหมือนจะเลี้ยงหมูอย่างนี้

เสร็จจากมื้อกลางวันก็ไปธนาคารรับบัตรเอทีเอ็ม พ่อแม่พี่น้องทั้งหลาย ตู้เอทีเอ็มไม่มีภาษอังกฤษเลยแม้แต่ตัวเดียว ธนาคารสุมิโตโม่ นะเนี่ย อูยาชิมะซัง สาธิตให้ดูวิธีการกดเงิน ขลุกขลักกันอยู่เป็นนาน ลองกดมาได้พันเยน ใจคิดว่า แล้วต่อไปถ้าจะกดเองนี่ จะทำยังไงวะ

พอเสร็จเดินออกมา ปรากฏว่าพนักงานรักษาความปลอดภัย เดินเอาโบชัวร์มาให้ ในนั้นเป็นภาษาอังกฤษ มีภาพอธิบายการกดเงินเป้นขั้นเป้นตอนอย่างดี

ค่อยโล่งอก

และเยี่ยมมากที่พนักงานรักษาความปลอดภัยก็สามารถทำหน้าที่บริการลูกค้าอย่างนี้ได้

เท่าที่เห้นในเมืองไทย แบงก์กรุงเทพฯสาขาประชาชื่น รปภ.เขาก็ทำหน้าที่แบบนี้ด้วย ดีจริงๆ

กลับขึ้นสำนักงาน เอาละครับ วันนี้มีเรื่องพิเศษหลายเรื่อง ที่ทำให้ต้องเหนื่อยเหน็ด เรื่องของเรื่องก็คือ บอกอบอหอ ของ อาซาฮี ชิมบุน คนที่น้าไปเจอมาเมื่ออาทิตย์ก่อน สั่งให้อูชิยามะซัง เขียนแนะนำน้าสั้นพร้อมลงรูปไปด้วย ที่เคยเล่าให้ฟังไปแล้วน่ะ

อูชิยามะซัง ก็ทำตามคำสั่ง และสารภาพกับน้าว่าไม่ได้คาดคิดว่าการลงแค่สั้นๆนั้นจะมีอะไรตามมา ปรากฏว่าวันนี้มีการติดต่อมาสองครั้ง จากซากุระ โปรเจค โครงการช่วยเหลือชาวเขาไทยของเอ็นจีโอญี่ปุ่น เดือนหน้าเขาจะพานักเรียนชาวเขาที่เชียงรายมาญี่ปุ่น อยากให้ไปพบปะพูดคุยด้วย

เขาก็ไปสร้างที่พักให้ แล้วหาทุนจากทางญี่ปุ่นสนับสนุน คนที่โทรศัพท์ติดต่อมาเป็นผู้ประสานงาน ทำงานอยู่สำนักงานดับเพลิง

นี่กำลังติดต่อเพื่อวางโปรแกรมกันอยู่ เดือนเมษาก็ต้องไปเจอพวกนี้

ปฏิกิริยาจากผู้อ่านลำดับที่สอง คราวนี้มาจากคุณคาโนะ ทำงานอยู่ธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น เคยอยู่เมืองไทยสามปีกว่าด้วย พัฒนากลุ่มผู้หญิงชนบท ตอนนี้เธออยู่โตเกียวและก็ทำอย่างเดียวกัน พัฒนาชนบท เอาผลผลิตจากชนบท และกลุ่มผู้หญิงมาหาช่องทางจำหน่าย

อาทิตย์หน้าจะมีนิทรรศการผลผลิตพวกนี้ในห้างหนึ่งในโตเกียว

เธอโทรศัพท์มาคุยกับอูชิยามะซัง บังเอิญอีตอนที่อูชิยามะซัง อีเมล์มาถามน้าว่าสนใจอะไรเพิ่มเติมนอกจากเรื่องไอที เรื่องเทคโนโลยีบ้าง น้าตอบไปว่าเรื่องการเกษตร และชีวิตในชนบทของญี่ปุ่น

เธอได้ข้อมูลอย่างนั้นเลยยิ่งยินดีใหญ่ ตกลงนัดไปเจอกันวันจันทร์ตอนเย็น แล้วหลังจากนั้นน้าคงมีโปรแกรมที่เธอจัดให้ไปชนบทแน่นอน

สักพักหนึ่ง กำลังคุยกับพรรคพวกทางอินเทอร์เน็ต รวมทั้งหาข้อมูลเพื่อปั่นต้นฉบับไปด้วย มาอีกราย คราวนี้เป็นโครงการ อะไรสักอย่างซึ่งเกี่ยวข้องกับมูลนิธิอาซาฮี แต่อยู่ในโอซาก้า

เขาเอาพวกเศษขยะรีไซเคิ่ล มาทำเป็นเก้าอี้ล้อ เรียกว่าอะไรหว่า สำหรับคนพิการน่ะ ภาษาอังกฤษคือ วีลแชร์ ทำแล้วแล้วก็ส่งไปให้คนพิการในประเทศไทย เป้นโครงการที่คงทำมานาน มีพวกนักเรียนนักศึกษาเป้นคนทำ ฝึกให้รีไซเคิ่ล นำมาใช้ประโยชน์ และช่วยเหลือผู้อื่น ...อ้อ รักษาสิ่งแวดล้อมด้วย

ช่วงนี้เขากำลังซ่อมแซมไอ้เก้าอี้ล้อเข้นนี่กันอยู่ อาทิตย์หน้าเขาจะมาเมืองไทยกันเพื่อขนของมาให้

ต้องไปเจอเขาก่อนมาเมืองไทยอีก หากสนใจ

เวรกรรมของน้า

คิดๆ อยู่สักแป๊บ เอาก็เอาวะ หาวันมาละกัน ไปก็ได้ โอซาก้า ไปหลายๆวันก็ได้ ฮ่า จะได้ไปหาเพื่อนที่โน่นด้วย

อูชิยามะซังติดต่อไปสักประเดี๋ยว ทางโน้นตอบมาว่า ไปวันอาทิตย์หน้าเหมาะที่สุด เพราะเขาจะมีงานกันด้วย นั่งชิงกันเซ็นไปเลย จะได้เจอกับคนหลายๆคน มีบางคนพูดภาษาไทยได้

ความจริงน้าอยากไปดูตอนเด็กมันทำงานกันมากกว่า แต่ทางโน้นบอกมาอย่างนี้ เราก็ไม่รู้จะว่าไง ฟังไม่ค่อยรู้เรื่องด้วย งานพิธีอะไรแบบนี้ ดูไปก็ไม่ลึกซึ้งนัก

แต่....เอาก็เอา วันหยุดอาทิตย์หน้าสามวัน เลยไม่ต้องหยุดกับเขา ไปโอซาก้า ได้เลยเพื่อน

อูยาชิมะ มาสารภาพอีกอย่างว่า ความจริงแล้วการตอบสนองจากผู้อ่านด้วยการลงเรื่องน้าไปสั้นๆนั่น ไม่ได้มีแค่สามนะ ไอ้ที่น้าไปเจอเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศน่ะ ไม่ใช่อะไรหรอก เขาอ่านเจอในนสพ.อาซาฮี เขาก็เลยโทรศัพท์มาว่าอยากเจอตัว พี่อ้วนโต๊ะข้างๆถึงได้พาเราไป

นั่งนับกำหนดการณ์ดูแล้ว เยอะจริงๆ เพราะนอกจากเรียนแล้วยังต้องมาเจองานสามงาน งานหนึ่งออกต่างจังหวัด แล้วอาทิตย์หน้ายังจะมีงานที่ไม่อยากไปร่วมเลย ก็คือ วันอังคารที่ สิบสี่ มีนาคม คณะกรรมการของอาซาฮี เอเชีย เน็ตเวิร์ก จะประชุมกัน ในงาน พวกรีเสิร์ชเชอร์จากต่างประเทศทั้งหลาย รวมทั้งน้าจะต้องไปร่วม

โดยเฉพาะน้าซึ่งเป้นผู้มาใหม่จะต้องออกไปพูดแนะนำตัวเอง ว่าเป็นใครมาจากไหน มาทำอะไร และมีแผนอะไร

ไอ้แบบนี้แหละพ่อแม่พี่น้อง ที่กลัวที่สุด เคยบอกพี่เป๋าตั้งแต่ก่อนมาแล้วว่า อะไรก็ไม่กลัวเท่าอันนี้ พี่เป๋าก็บอกมาก่อนแล้วว่า มึงได้เจอแน่ๆ ไม่ต้องห่วง

นี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าจะไปสปีค อิงค์ลิช เรื่องแผนการณ์ได้ยังไง

โถ นักข่าวน่ะ วาไรตี้ ยูนิเวอร์แซล วางแผนได้ยังไง อะไรเข้ามาน่าสนใจก็เอาทั้งนั้นแหละ

ไอ้เรื่องแผนนี่ก็แปลก มันถามมาตั้งแต่เจอกันครั้งแรกที่กรุงเทพฯ เจอกันที่ญี่ปุ่น แล้วมันก็ยังถามทุกวันว่าวางแผนจะทำอะไรมั่งหลังจากเรียนภาษาเสร็จ ถามมาก็ตอบไปทุกที

ตกลงว่าที่ตอบๆไปไม่เคยเป้นแนวทางให้เป็นแผนมั่งเลยเหรอ

เอ..เข้าท่าๆ เดี๋ยวแปลสองสามบรรทัดข้างบนนี้เป้นภาษาอังกฤษเอาไปอ่านเลยดีกว่า เท่ดี

หรือไม่อีกที แผนก็คือ ฟรีมี ฟรีมี ....เอาไปดูระบบงานของอาซาฮี พอหอมปากหอมคอ แล้วฟรีมี ปล่อยให้หนูเป้นอิสระ หนูจะทำงานให้ดู จะปั่นต้นฉบับภาษาอังกฤษให้ ตามปริมาณที่นักเขียนของที่นี่ทำกัน คือ อาทิตย์ละชิ้นเดียว เผลอๆ เดือนละชิ้นด้วย ฮ่าๆๆๆ

เพ้อเจ้อหน่อยนะ

สไตล์ ญี่ปุ่น งานๆๆจริงๆ สิบวันแล้ว มันยังไม่เอ่ยปากเรื่องบันเทิงเริงรมย์เลย มนุษย์อะไรก็ม่ายรุ

วันนี้นั่งต่อเน็ตอยู่ที่ทำงานทั้งวัน

มีคนอ่านคนหนึ่งไอซีคิวเข้ามาคุย บอกว่าอ่านบ่อย ทั้งที่คิดตรงข้ามกับน้า เขาบอกว่าเขาเป็นพวกธรรมชาตินิยม หาว่าน้า เป้นพวกเอาแต่เทคโนโลยี ....อารายวะ นี่แสดงว่าไม่ใช่ แฟนานุแฟนตัวจริง

คุยกันไปสักพัก พร้อมกับคุยกับคนอื่นๆไปด้วย มีเรื่องงานแซมเข้ามาเป้นระยะๆ

ตกเย็นหกโมงก็รีบเผ่นกลับบ้าน ดูเหมือนแผนจะผิดไปหมด กะว่าวันนี้จะซื้อหมู้ปิ้งพี่อ้วนที่สถานีรถตอนลง แล้วไปซื้อข้าวสวยสักกล่อง ทำน้ำปลากพริกป่น ปรากฏว่าพี่อ้วนปิดร้าน

เดินจากสถานี ผ่านเดลีมาร์ท เข้าไปดูข้าวที่จะซื้อกิน ไม่ถูกใจ เลยซื้อข้าวปั้นห่อสาหร่ายมาสองก้อน กะเอาพริกเผามาจิ้มกินให้อร่อย แหม ถ้าเป็นปราร้าสับหรือแจ่วบองก็จะยิ่งประเสริฐ

มาถึงหอเปลี่ยนรองเท้าเสร็จ เดินจะขึ้นบันได คุณผู้จัดการมาดักอยู่เลย ตอนเข้าประตูต้องกดรหัสผ่าน แล้วมันจะมีเสียงดังเป้นสัญญาณก่อนประตูจะเปิด เขาคงรออยู่

ตอนแรกก็ไม่ได้สังเกตอะไร อ้าวแกพูดภาษาญี่ปุ่นผสมภาษาอังกฤษ มือถือถึงกระดาษใบหนึ่งขนาดกลางๆ

สรุปก็คือ แกขอบคุณมากที่ให้เนคไทแกไป น้าซื้อเนคไทผ้าไหมไทยมาจากกรมส่งเสริมฯสามอันก่อนมา กะเอามาให้บางคนที่น่าพึงพอใจ ก็ยังไม่ได้ให้ใคร ยกเว้นผู้จัดการหอ ที่แกดีมากกับเรา

ให้ไปตั้งแต่วันแรกๆ

แกก็เลยซื้อเสื้อเสว็ตเตอร์แขนยาวมาให้เป้นการตอยแทน โอ้โห ...วิเศษ กำลังหนาวจะตายอยู่แล้ว อะริกะโต โกไซมาส ขอบคุณแกไปสามที กลับขึ้นห้องมาถอดโอเวอร์โค้ท กับสูทเสร็จก็แกะห่อสวมเลย

เหมือนรู้ใจ

อีน่าจะเกิดมาเป็นผู้หญิง(ที่สวยสักนิดนะ) เป็นเรื่องแน่ๆ

อ้อลืมบอกไปอีกโปรแกรมา..เย็นวันที่ ๒๑ มีนา มีงานเลี้ยงส่งอดีตหัวหน้า ของอาซาฮี เอเชีย เน็ตเวิร์กด้วย ต้องไปร่วมอีก เซ็งแฮะ

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก