บันทึกจากญี่ปุ่น

๑๑ มีนาคม ๒๕๔๓

สำรวจพื้นที่

วันนี้วันเสาร์ ตื่นเช้ามากะจะลงไปกินข้าวเช้าเสียหน่อย เข้าไปในห้องอาหาร อ้าว ลืมสั่งเอาไว้นี่หว่า เลยอดกิน ย้อนกลับขึ้นห้อง กินข้าวปั้นห่อสาหร่ายที่ยังเหลืออยู่ก้อนหนึ่งกับพริกเผา ก็พอรอดไปได้

จากนั้นไม่รู้จะทำอะไร เลยต่อเน็ตส่งอีเมล์ แล้วนอนต่อ ปรากฏว่าลืมปิดเน็ต เสียเวลาไปฟรีๆตั้งสองชั่วโมงกว่า เสียดายชิบเป้ง นอนหลับไปอีก ตื่นมาตอนกลางวัน เอาบะหมี่รสเนื้อเผ็ด ลงไปใส่น้ำร้อนกิน ดูโทรทัศน์ ขนถ้วยชามรามไหลงไปล้างด้วย กินเสร็จก็อาบน้ำให้มันสดชื่น แล้วแต่งตัวออกไปเดินเล่น

วันนี้เดินไปทางทิศเหนือ เดินไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมาย กะว่าลองสำรวจเผื่อนเจออะไรดีๆ ไม่มีเลยครับท่าน ย่านที่อยู่อาศัยจริงๆ มีแต่อพาร์ตเมนท์กับอพาร์ตเมนท์ ทั้งระดับธรรมดาอย่างแบบของเรา อพาร์ตเมนต์แบบแฟลตดินแดง ไปจนถึงอย่างหรู นานๆจะเจอย่านที่พอมีร้านค้าแซมๆบ้าง

เดินไปหลายกิโลเชียวแหละ แล้วตีวกขึ้นทางทิศตะวันตกก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิม เดินจนเลยทางรถไฟขึ้นไปอีก ปะกับถนนใหญ่ ก็ไม่มีอะไร ถนนใหญ่มีร้านรวงบ้าน แต่ก็ยังมีอพาร์ตเมนต์อยู่เต็มพรืด ก็เลยเลี้ยวกลับทางใต้ แล้วเลั้ยวกลับมาทางตะวันตก เดินไปถึงสถานีรถไฟ แบบเซ็งในหัวใจ อุตส่าห์ออกแรงเดิน ไม่มีอะไรให้ดูเลย

คราวนี้ก็เลยตัดสินใจ ช็อปปิ้งดีกว่าหาของกินเก็บไว้กินตอนเย็น และวันอาทิตย์

เข้าไปดูในซูเปอร์มาร์เก็ตใต้สถานี เดินหลายรอบ ไม่ได้ซื้อ ออกมาเข้าซูเปอร์ขนาดเล็กข้างนอกสถานีอีก ดูไปรอบเดียว ไม่ถูกใจ เลยตัดสินใจกลับเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตในสถานีอีกที ราคาของที่นี่ค่อนข้างแพงอย่างที่เกรกอรี่บอกไว้ แต่ขี้เกียจจะเดินแล้ว ก็เลยคว้าตะกร้าซื้อของ

ไปดูน้ำมะเขือเทศก่อนอย่างอื่น แบบกล่องไม่มีขาย มีแต่แบบกระป๋อง กับแบบขวด ดูในขวด นี่แหละน้ำมะเขือเทศแบบที่ต้องการ แต่ราคาแพงหน่อย ขวดละร้อยสามสิบกว่าบาท พยายามนึกถึงราคาน้ำมะเขือเทศที่เมืองไทย อือ ก็ประมาณนี้แแหละวะ ไม่แพงกว่ากันกี่มากน้อย หยิบมาขวดหนึ่ง

แล้วก็เลยหยิบกาแฟใส่นมมาอีกขวด ยี่ห้อ กิริน

จากนั้นเดินไปดูของกิน มันมีเยอะมาก แต่ราคาแพงหน่อย ดูแล้วดูอีก เห็นพวกหมูปิ้ง จะซื้อๆ แต่พอนึกถึงพี่อ้วนข้างสถานีขึ้นมา ไม่เอาดีกว่า ของพี่อ้วนไม้ใหญ่กว่าหน่อย และสดๆร้อนๆกว่า วันนี้ไม่กินก็ได้

ตกลงเลยได้ปลาดิบมาถาดหนึ่ง แพงเชียว ตั้งสามร้อยกว่าบาท กับ ผักเขียวๆชุบแป้งทอดอันหนึ่ง ยี่สิบกว่าบาท ตอนจะไปจ่ายเงิน คว้าส้มลูกใหญ่ ลูกมันไม่กลมเหมือนส้มอย่างอื่น เปลือกสีส้มหนาเบอะเชียว ลูกละสามสิบกว่าบาท เอามาสองลูก

ได้ของมาแค่นี้เอง หมดดเงินไปตั้งเกือบเจ็ดร้อย จ่ายตังค์เสร็จ นึกได้ว่าอยากได้มะนาว มาทำน้ำปลกพริกป่น เดินย้อนกลับไปดูอีก โอ้โฮ มะนาวลูกยังกับพุทรา สองลูกหกสิบกว่าบาท มีอย่างลูกใหญ่หน่อย ลูกละร้อยได้มั้ง

ทั้งซูเปอร์เห็นมีอยู่แค่สามลูกนั่นแหละ

ไม่เอาดีกว่า แพงเกินไป

ก็เลยเดินออกมาดูโน่นดูนี่อีกสักแป๊บก็เดินกลับหอ เปิดน้ำมะเขือเทศซดเข้าไปหนึ่งแก้ว เยี่ยม คราวนี้ข้นควั่กร้อยเปอร์เซ็นต์แท้ ตบตูดด้วยกาแฟใส่นมที่ซื้อมาอีกแก้ว ตามด้วยน้ำ

กินกาแฟเย็นที่ซื้อมาแล้ว อร่อยดี ถามตัวเองว่าทำไมต้องซื้อวะ ขวดหนึงหลายตังค์ มีกาแฟเขาช่องมาด้วยกระปุกหนึ่ง น้ำตาลกรวดก็เอามาด้วย

ความจริงที่หอเขาก็มีกาแฟฟรีให้กินได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ชาก็มี

แต่เนสกาแฟ กินแล้วไม่ค่อยอร่อย

ก็เลยคว้าชามลงไป ชามน้าใหญ่นะ เอาไปใส่น้ำร้อน แล้วจกเอานมของเขาที่เป้นถ้วยพลาสติกเล็กๆ แบบตามโรงแรมหรือบนเครื่องบินน่ะ มาห้าหกอัน ขึ้นมาชงกาแฟ ใส่น้ำตาล ชงแบบข้นควั่ก น้ำตาลละลายหมดก็ใส่นมลงไป ไม่พอแฮะ คงต้องไปซื้อนมกล่องมาใส่เพิ่มอีก

กะทำกาแฟเย็นใส่ตู้เย็นเอาไว้ไง

เอาขวดเหล้าอิชิโกะไปล้างน้ำ แล้วตัดขวดน้ำพลาสติก ทำเป็นกรวย กรอกกาแฟใส่ขวดเอาเข้าตู้เย็น เดี๋ยวกึงเวลาจะกินก็ซื้อนมมาผสม เติมน้ำเย็นให้รสพอดีๆ เสียหน่อย สบายไปไม่ต้องซื้อกินไปหลายวัน

เสร็จพิธีก็แกะปลาดิบออกมากินสองสามคำแก้หิว แล้วใส่กลับคืนตู้เย็น

มาเปิดอินเทอร์เน็ตต่อ ลองใช้โปรแกรมเน้ตทูโฟน โทรศัพท์ไปที่บ้าน โปรแกรมนี้ใช้โทรจากญี่ปุ่นเข้าเมืองไทยไม่ถูกเท่าไหร่ เพราะเมืองไทยไม่มีเซิรืฟเวอร์ของเขา แต่ไอ้หมวยมันส่งอีเมล์มาเชิญสมัคร ทำให้เราได้เวลาฟรี ร้อยนาที ก็เลยลองอีกที (ลองหลายทีแล้ว ไม่ได้ยินเสียง) วันนี้ลองเข้าไปปรับเรื่องเสียงในโปรแกรมก่อนโทร

โทรไปที่บ้าน พี่ก้อยรับสาย ตอนแรกก็ชัดเจนดี มีดีเลย์หน่อย ฟ้าไม่ยอมมาพูดด้วยเลย พอคุยไปนิดหน่อยก็เริ่มติดขัด

ทั้งกระตุก และมีเอคโค่ ..เสียงสะท้อนน่ะ

ทนม่ายหวาย .... แม่เรียกฟ้าอีก ฟ้าไม่ยอมมา แต่บอกแม่ให้ทวงรองเท้าขนฟู...ดูมัน แม่ลูกสาวสุดที่รัก

คุยกันแค่ไม่กี่นาทีก็เลิก เขัยนเมสเสจไปบอกไอ้หมวยว่าเน็ตทูโฟนห่วยแตกๆ สู้เฮียร์มีไม่ได้ ฟรี แต่ชัดเจนแจ่มแจ๋ว

คุยกับลูกชายได้ตลอด เสียแต่ว่าน้องน้ำไม่ค่อยพูดเท่านั้น รออีกเดือนกว่าๆน้ำกลับมาบ้านก็คงหมดปัญหา คุยกันได้แบบยกครอบครัว

เสร็จจากโทรศัพท์ก็เปิดไอซีคิว เจอเชอรี่ กับ น้าอ๊อดด้วย คุยไปหน่อยหนึ่ง ว่าจะปิด ไอ้รี่มันอ้อน ถามเรื่องเว็บอะไรต่ออีกหน่อย น้ามันใจอ่อนก็เลยคุยต่อ อีกสักกะเดี๋ยว

เจอพี่จูนทางไอซีคิว บอกว่าพี่เต่าถามว่ารู้ไหมว่ามาอยู่ญี่ปุ่น พี่จูนบอกว่ารู้ ฝากความคิดถึงถึงพี่เต่าบอสตันไป แล้วฝากพี่จูนบอกคุณแก้วเรื่องหนังสือที่จะส่งให้มันได้มาก่อนมาญี่ปุ่นวันเดียว ไม่มีเวลาค้นหาที่อยู่คุณแก้ว เตรียมหนังสือไว้แล้วให้น้องที่เะมืองไทย ฝากพี่จูนว่าถ้าเจอคุณแก้วขอที่อยู่ด้วยอีกที ให้เบอร์ไอซีคิวผ่านพี่จูนถึงคุณแก้วอีกที เพราะเครื่องนี้ไม่มีของเก่าๆในเครื่องเลย

ก่อนจะปิด น้องหมวยส่งข้อความมาอีก คงเพิ่งกลับมาหน้าคอมพ์ และร้อนตัว ให้น้าปิดเน็ต เอาโทรศัพท์เสียบ เดี๋ยวมันจะใช้เน็ตทูโฟนลองโทรมาดู

ตกลงปิดเน็ต ถอดสายโทรศัพท์โมเด็มออก แล้ว เอาสายเครื่องโทรศัพท์เสียบกลับเข้าไป

แป๊บเดียวเสียงโทรศัพท์ดังลั่น พอรับก็เป้นไอ้หมวยจริงๆ ใช้เน็ตทูโฟนโทรมา เข้าเครื่องที่นี่ ถ้าโทรจากเมืองไทยราคามันถูก ราวๆ นาทีละสามบาทได้มั้ง

เสียงดังฟังชัด แทบไม่มีปัญหาเลย (แหะๆ ดีกว่าใช้มือถือในบ้านเราอีกว่ะ) ปกติเจ๊หมวยแกก็ใช้โทรหาสามีในมาเลเซีย บอกว่าไม่ค่อยมีปัญหา โทรเข้ามือถือก็ได้ด้วย

คุยกันไปสักพักหลายเรื่อง หมวยสัญญาว่าจะไปแก้ปัญหาการติดต่อด้วยเสียงที่บางบัวทองให้ ถ้าว่าง ไม่รู้เมื่อไหร่มันจะว่าง เนี่ยบันทึกแก่สาธารณะชนเป็นลายลักษณ์อักษร ว่ามันสัญญาๆเอาไว้

จากนั้นก็เอาปลาดิบมาโซ้ยอีกสองสามคำ งัดมาม่าหมูสับออกมามาเอาลงไปใส่น้ำร้อน ขึ้นมาที่ห้อง แล้วก็นอนหลับไปปล่อยให้มาม่าขึ้นไขไปทั้งคืน...ก็ไม่ได้กินน่ะสิครับ

อ้อมีอีกอย่าง วันนี้ ฝึกสปีชที่ต้องไปพูดกับกรรการอาซาซี ชิมบุน เอเชีย เน็ตเวิร์กทั้งวัน

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก