บันทึกจากญี่ปุ่น

๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๓

นรก...มีจริง

กางร่มกันฝนกลับมาถึงหอพักตอนเกือบทุ่ม มีจดหมายอยู่ในกล่อง พอเข้าห้องรีบฉีกออกดู ไม่มีอะไรแฮะ แค่จดหมายจากธนาคาร อ่านไม่ออกหรอก แต่รู้ว่าเป็นเรื่องที่เขาจะปิดสาขาใต้ตึกอาซาฮี ชิมบุน เดี๋ยวเอาไปให้อูเอโนะซังจัดการให้

กำลังเปิดเครื่องคอมพ์ ได้ยินเสียงเคาะประตูแบบน่าเกลียดหนึ่งที ลุกไปเปิดประตูห้อง ผู้จัดการหอหนุ่ม ส่งซองสีน้ำตาลมาให้

จ่าหน้าซองถึงน้า แต่เขียนชื่อเมืองผิดไปนิด ยังมาถึงได้

ไปรษณีย์ทั่วโลกนี่เขาเก่งจริงๆ ยอมรับเลย

แกะซองออกมา มีสองชั้นแฮะ

ชั้นในเป็นซองนิ่มๆสีขาว พอเปิดออกก็เห็น นรก...มาอยู่ตรงหน้า

นอกจากนรก แล้ว ยังมีแมงดาอีก

ตุ๊กแกกับเพชรลอบส่งน้ำพริกนรกกับน้ำพริกแมงดามาทำร้ายน้า.....ว่าแล้วเชียวยัยตุ๊กถามเรื่องแมงดาเรื่อยเลย

แทงคิ้วหลายๆที

แต่วันนี้คงยังไม่ได้ลิ้มรสของฝากจากประจวบฯ เพราะซื้อหมี่ผัดมาและซัดเข้าไปแล้วจนอิ่มแปร้

กะว่าจะยัดใส่กระปุกพกติดตัวตอนไปโอกินาว่าอาทิตย์หน้า

เหนื่อยเหมือนกันนะวันนี้ คงนอนเร็ว เพราะพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า

เมื่อตอนบ่ายไปบริษัท มัตสึชิตะมา เจ้าของยี่ห้อ เนชันแนล และ พานาโซนิค น่ะ บ้านเรารู้จักกันดี ไอ้พวกนี้แย่อย่าง เพราะไม่ได้ทำงานข่าว เลยนัดได้แต่พวกประชาสัมพันธ์

ไม่เป็นไร ไปนั่งฟังเขาเล่าเรื่องมัตสึชิตะให้ฟัง ก็ดี แต่ไม่มีอะไรใหม่ ถามอะไรมากเขาก็ตอบไม่ได้ ฝ่ายประชาสัมพันธ์นี่นา

โคโนสุเกะ มัตสึชิตะ ผู้ก่อตั้งบริษัทนี้ คนไทยจำนวนหนึ่งก็รู้จักดีเหมือนกัน เป็นที่ยอมรับระดับโลกในฐานะ "มาสเตอร์ ออฟ แมเนจเมนต์"

เออ..คุยกันไปคุยกันมา ไม่มีอะไรใหม่เลยแฮะ รู้มายังไงก็รู้กลับไปอย่างนั้น

ยกเว้นเรื่องหนึ่ง ต่อให้ใหญ่อย่างมัตสึชิตะ ก็ต้องเปลี่ยนแปลงระบบการจ้างงานหลังเจอวิกฤตเศรษฐกิจ ระบบการจ้างงานถาวรแบบดั้งเดิม คือ จ้างกันตลอดชีวิต จ่ายค่าตอบแทนตามอาวุโส มันใช้ไม่ได้แล้ว

ไม่ใช่ฝรั่งมาเป่าหูว่าใช้ไม่ได้ แต่มันใช้ไม่ได้จริงๆ

เขาเริ่มเปลี่ยนเมื่อสักสองปีก่อน ที่ชัดๆ คือ จ่ายผลตอบแทนตามผลงาน

อันนี้สาขาในเมืองไทยอาจจะวุ่น เพราะบ้านเรามันแย่ และมัตสึชิตะในบ้านเรามีโรงงานแต่ไม่ได้เน้นส่งออก ก็เลยแห้วมั้ง

อีกอย่างคือระบบการจ้างงาน เขาเปลี่ยนมามีทางเลือกสามทาง หนึ่ง ไม่เอาการจ้างงานตลอดชีวิต เกษียณแล้วบริษัทเลี้ยงดูไปจนตาย เอาโบนัสก้อนใหญ่เมื่อเกษียณไปเลย

สอง ไม่เอาโบนัสก้อนใหญ่ตอนเกษียณ แต่ เอาสวัสดิการชีวิตดีๆ เดี๋ยวนี้เวลานี้

สาม เอาเงินเดือนมากๆ อย่างอื่นไม่เอา

เขาบอกว่าแบบแรกคนเลือกมากที่สุด สี่สิบกว่าเปอร์เซ็นต์ แบบที่สองสามสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ แบบสามก็คือส่วนที่เหลือ

การจ้างงานแบบนี้ นอกจากลดภาระระยะยาวของบริษัทแล้ว ยังทำให้ได้คนรุ่นใหม่ๆเข้ามาทำงานในบริษัท ก็อย่างที่รู้แหละว่าโลกดิจิตัลมันต้องการเลือดใหม่

แต่อย่าละเลยเลือดเก่า ซึ่งช่ำชองในเชิงธุรกิจ มากประสบการณ์เสีย บริษัทอินเทอร์เน็ตใหม่ๆเจ๊งเพราะขาดประสบการณ์ธุรกิจมาเยอะ

ถ้าผสมสองส่วนเข้าด้วยกันได้ดี ก็คงไปโลด

หลังจากข้อมูลเบื้องต้นตรงนี้ ก็ออกเดินทางไปที่สำนักงานอีกแห่ง เป็นส่วนวิจัยพัฒนาและการตลาด เขาพาไปดูบ้านแห่งอนาคต

บ้านซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างเชื่อมต่อกันหมด และ เชื่อมไปนอกบ้านด้วย

แนวคิดนี้อันที่จริงน้าก็รู้มาเยอะแยะมากมายและก่ายกอง

ของมัตสึชิตะนี่ก็ไม่มีอะไรแตกต่างจากที่รู้มาเหมือนกัน

แต่ที่มันวิเศษก็ตรงก่อนหน้านี้เราต้องจินตนาการเอา คราวนี้เรามาดูของ(เกือบ)จริง ที่เขาสาธิตให้ดู เริ่มจากเดินไปหน้าบ้าน กดกริ่ง เจ้าของบ้านซึ่งไม่อยู่ในบ้านตอนนั้นรู้ได้ว่าเราไปกดกริ่งหน้าบ้าน เห็นหน้าเราด้วย จากโน้ตบุ๊คที่เชื่อมต่อกับบ้านแบบไร้สาย

ไม่ใช่รู้และเห็นอย่างเดียวนะ คุยกันได้ด้วย ...สมมติประโยคละกัน แบบเพื่อนสนิทมากดกริ่งเราก็ตอบไปว่า "มาทำแห้วอะไร บอกแล้ววันนี้ไม่อยู่บ้าน"

เข้าบ้านไปไฟก็เปิดเอง

มีห้องทำงานและห้องเรียนอยู่ข้างๆ ลูกเรียนหนังสือ จากหน้าจอ คุยกับครูอะไรแบบนี้

ทำงานก็แบบเดียวกัน ทำจากที่บ้านได้

เข้าไปในห้องนั่งเล่น โทรทัศน์จอใหญ่ สั่งการได้มากมาย จัดการรายการทีวี บันทึกเอาไว้ตอนที่ไม่อยู่บ้าน และเรียกเอาภาพวิดีโอไอ้คนกดกริ่งมาดู

ตู้เย็นมันก็เชื่อมอินเทอร์เน็ต มีจอเล็กๆหน้าตู้ไว้ดูว่ามีอะไรเหลือในตู้ ควรซื้ออะไรเพิ่ม ซึ่งใช้พีซีดูมาจากนอกบ้านได้

ขาดอะไรก็สั่งซื้อก่อนจะกลับมาถึงบ้าน

เข้าไปในห้องนอน เขาให้น้า พูด โอยาสุมินาซาย ใส่รีโมทคอนโทรล หนอยมันปิดไฟปิดโทรทัศน์หมด พอพูดว่า โอฮาโหย มันเปิดเลย

ยังอีกแบบเราจองตั๋วจากห้องนั่งเล่น เสร็จแล้วอี-ตั๋วก็จะโหลดเข้ามาในเครื่องแบบพกพา ไปสนามบิน ก็กดอี-ตั๋ว แล้วเดินเข้าไปเลย

ทีนี้เขาพาเข้าห้องน้ำ จะอึก็ถูกตรวจสุขภาพ แน้..มากไปไหม

น้านั่งลงบนโถส้วม กดส่วนสูงเข้าไป เอามือวางพนัก ยกเท้าพ้นพื้นหน่อย มันก็วัดน้ำหนัก แล้วคำนวณสุขภาพออกมา

ผลคือสุขภาพน้าดี

ถามว่าทั้งหมดนี้มีอะไรใหม่ไหม ตอบว่าไม่มี

แต่มันเห็นภาพน่ะ ภาพบางอย่าง เช่น ตู้เย็นก็ได้ สมมติว่าออกจากบ้านแล้วลืมปิดตู้เย็น บริษัทตู้เย็น หรือบริษัทอะไรก็แล้วแต่ที่ให้บริการดูแลตู้เย็น จะส่งข้อความมาถึงเราเลยทั้งที่บ้าน ที่โทรศัพท์มือถือ หรือ ที่พีซีในออฟฟิศว่า อุณหภูมิขึ้นสูงในตู้เย็น กรุณาปิดตู้ให้สนิท

ทีนี้พอได้รับข้อความแบบนี้ตอนอยู่นอกบ้านก็ไม่ต้องทำอะไรแล้ว

หงุดหงิดไปทั้งวัน เพราะทำงานอยู่ กลับบ้านไม่ได้

จะสั่งตัดไฟจากนอกบ้านเลยก็กลัวหมูในตู้เย็นเน่าอีก

ชีวิตพะรุงพะรังดีจัง ไอ้คอนเน็คเต็ด เวิร์ลด เนี่ย

ดิสคอนเน็ค สบายใจกว่าหลายเท่า

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก