บันทึกจากญี่ปุ่น

๑๒ มีนาคม ๒๕๔๓

วันฝนตก

วันนี้วันอาทิตย์ ตื่นเช้ามาได้ยินเสียงน้ำไหลรินอยู่ข้างนอก ที่แรกนึกวส่าเป้นน้ำตกในสวนเล็กๆหลังหอ แต่นึกขึ้นได้ว่าปรกติมันไม่ได้ยินมาถึงตรงนี้นี่หว่า ก็เลยลุกขึ้นไปดู ปรากฏว่าฝนตก ท่าทางวันนี้จะไม่ได้ออกไปไหนเสียแล้ว แต่ก็ลุกขึ้นมา เอาบะหมี่ที่ทำไว้เมื่อคืนแล้วไม่ได้กิน เททิ้ง เอาขยะไปทั้ง หยิบเอาปลาดิบในตู้เย็นมาโซโล่ต่อจนเกลี้ยง

ก็มันตั้งสามร้อยกว่าบาทนิ ต้องขยักไว้กินสองมื้อ แล้วเข้าเว็บไอแอม เฮียร์มี เผื่อจะเจอคุณแก้ว ชิคาโก้ จะขอที่อยู่ส่งให้ ก็ไม่เจอ เจอแต่แฟนคุณเจอรี่ คุยกันสองสามนาทีก็ขออำลา ปิดเน็ต

ฝนยังตกพรำไม่ยอมหยุด สงสัยวันนี้จะไม่ได้ไปไหนเสัยแล้ว หันไปหันมา นอนมันต่อซะเลยดีกว่า

ตื่นมาอีกทีตอนเที่ยง คราวนี้ฝนหยุดแล้ว เอามาม่าแกงป่าออกมาทำกินต่อ ใส่เต้าหู้ที่ยังเหลือกับถั่วงอกลงไป เติมพริกป่นไปอีกช้อนคาว กินเสียให้เข็ด กินไปก็คิดไป ไม่น่าจะเอารสแกงป่ามาเล้ย ไม่ได้ชอบกินซะหน่อย น่าจะเอารสหมูสับมามากกว่า ถูกโฉลกที่สุด

กินเสร็จ...ก็อาบน้ำเพื่อปรับสภาพร่างกาย แล้วแต่งตัว

เอาแผนที่ออกมากาง นี่ละวะลองเดินไปแถวนี้ เผื่อจะเจอที่ดูนกของเมืองนี้เขา เป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองเสียด้วย

จากแผนที่ ตะเนว่าน่าจะเดินไปทางตะวันออก

ไม่ได้ติดแผนที่มาด้วย เดินจากหอ คราวนี้จังหวะการเดินเป็นธรรมชาติมากขึ้น เดินแล้วไม่หนื่อย ไม่เหมือนเดินในโตเกียว มันจ้ำๆตามเขา ก็เลยเหนื่อยง่าย

เดินไปสักหน่อยเห็นร้านขายต้นไม้ ก็เลยแวะเข้าไปดู ถ่ายรูปมาด้วย ต้นไม้เล็กๆ ออกดอกแล้ว ราคาต่ำสุดก็สามสิบกว่าบาท ที่แพงจนห้าหกร้อยบาทก็มี ต้นก็เล็กกระจิ๋วเดียวเหมือนกัน ดูแป๊บเดียวก็เดินต่อ

เหมือนเมื่อวาน เดินไปๆ มีแต่อพาร์ตเมนต์ทั้งนั้น หาอะไรดูไม่มีเลย อ้อ แต่แถบนี้บางส่วนมีทาวน์เฮ้าส์ แซมอยู่บ้างเล็กน้อย เดินไปเป้นกิโลๆจนไปเจอกับถนนใหญ่อีกด้านหนึ่ง ถนนสายนี้ค่อยยังชั่วหน่อย มีอย่างอื่นๆที่ไม่ใช่บ้านคน เป็นบริษัทบ้าง ร้านอาหารบ้าง ร้านประเภทอื่นๆอีกเยอะเหมือนกัน

มองเห็นสโตร์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ขนาดใหญ่ เป้นแบบสแตนด์อโลน เลยเอากล้องออกมาถ่ายรูปไว้ เดี๋ยวจะส่งให้ดู แล้วเดินเลียวซ้ายไปก่อน มองเห้นต้นไม้เป็นแนวอยู่แต่ไกล น่าจะเป้นอะไรที่อยากดู เดินไปจนถึง ไม่ใช่อย่างที่คิด ที่แท้เป็นแนวถนน ตรงนั้นป็นคลองมีสะพานข้าม เขาเลยตกแต่งสวนเอาไว้

พอรู้อย่างนั้นก็เดินย้อนกลับมา เข้าไปในสโตร์ที่ว่า มันชื่อ โจชิน หรืออะไรนี่แหละ เดินดูๆ ไม่มีอะไรน่ราสนใจ ไปดูแถวซอฟต์แวร์ เป็นกล่องๆ ก็ไม่กล้าซื้อ ไม่ควรซื้อเลยด้วย เพราะซอฟต์แวร์จะถูกทำเป้นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมด ซื้อมาใช้แล้วจะยิ่งงง

ออกจากคอมพิวเตอร์สโตร์ ก็เดินเลี้ยวไปอีกทางตามแนวของถนนใหญ่ แวะเข้าร้านหนังสือ มันก้มีแต่หนังสือภาษาญี่ปุ่น พอเข้าประตูไปมีแผงหนังสือด้านหน้าเลย แผงนี้วางหนังสือการ์ตูนประเภทปลุกใจเสือป่าเอาไว้เต็มไปหมด เห้นฝรั่งมันยืนเปิดอ่านอยู่ เดินเข้าไปนิดเดัยว กวาดตาไปทั่วร้าน ไม่มีอะไรให้สนใจได้ ก็เลยเดินออกมา

ออกจากร้านหนังสือก้ยังเดินตรงตามแนวถนนไปเรื่อยๆ ดูโน่นดูนี่ไปตามประสาสอดรู้ สักพักหนึ่ง ก็เลี้ยวขวากลับทิศเดิมกะว่าจะไปดีมาร์ทเพื่อซื้อข้าวของเก็บไว้กิน

เดินตรงไปเรื่อยๆ ตอนนี้คิดว่าจำผิดทิศอยู่พอสมควร แต่ก็ไปเจอดีมาร์ทเข้าจนได้ ไม่น่าจะเป้นทางนี้เลยพับเผื่อย พอดีตรงสี่แยกเห็นป้าย เขียนภาษาอังกฤษติดไว้ว่า เบิร์ด ออฟเซอร์เวอร์ แล้วมีลูกศรชี้ อ้าวนี่มันตรงข้ามกับทิศที่น้าเดินออกจากหอเลยนี่หว่า แผนที่เห่ยหรือคนเห่ยกันแน่ก็ไม่รู้

เลยลองเดินไปตามที่ลูกศรชี้อีกสักเกือบๆกิโล ไม่มีวี่แววเลย ไว้วันหลังค่อยมาเดินใหม่ดีกว่า อย่างน้อยก็รู้ละว่าต้องมาทางนี้

เดินย้อนกลับอีกที คราวเข้าไปในดีมาร์ท ขึ้นชั้นสองไปหยิบรองเท้าที่จะซื้อให้ฟ้ามาดู ราคาราวๆ สองร้อยกว่าบาท เกือบสามร้อย ดูแล้วก็คิด คิดแล้วก็ดู ยังไม่ซื้อดีกว่า

ลงมาชั้นล่างคว้าตะกร้ามาใบ หาซื้อของกินในซูเปอร์มาร์เก็ต เย็นนี้จะกินอะไรดี

เดินไปคว้ากระหล่ำปลีที่เขาซอยใส่ถุงเอาไว้ราคาราวยี่สิบกว่าบาท ก็เอาไว้ใส่มาม่าเหมือนเดิมน่ะแหละ แล้วซื้อแอปเปิ้ลมาอีกสองลูกลูกละเกือบสี่สิบบาท ไปยืนดูแตงกวาญี่ปุ่น ไอ้ที่มันยาวๆ เปลือกสีเขียวเข้ม แบบที่ภาคเหนือของเราเดี๋ยวนี้ก็ปลูกขายกันเยอะ พวกปลอดสารพิษทั้งหลายน่ะ แตงกวานี้เขาไม่ได้แพกเอาไว้ ต้องหยิบถุงมาใส่แล้วเอาไปชั่ง

ยืนดูอยู่ตั้งนาน อยากกิน แต่ก็ไม่รู้จะเอามากินกับอะไร ต้องรอปลาร้าสับที่ให้น้องตั้ง เด็กรามฯที่รู้จักกันส่งมาเสียก่อนถึงจะซื้อผักมาจิ้มกินได้

แต่อีกอย่างก็คือ น้าไม่รู้ว่าเอาใส่ถุงแล้วมันจะไปชั่งที่ไหน เลยไม่ซื้อ

มองหามะนาวก็ไม่มี

เดินไปซื้อปลาดิบมาอีกถาด เอาอย่างถูกสุด ร้อยกว่าบาท แล้วซื้อไส้กรอกมาถุงหนึ่ง ตอนแรกหยิบที่มันแพกอย่างดี เป็นไส้กรอกรมควัน เลือกอยู่นานเหมือนกัน เดินไปอีกหน่อย เขาทอดไส้กรอกให้ชิม เขาส่งให้ ก็เลยชิม อร่อยดี คว้ามันมาถุงหนึง ถูกกว่าวุ้ย เลยเอาไอ้ไส้กรอกสไตล์เเยอรมันที่หยิบมากลับไปคืน

เสร็จแล้วก็เดินต่อมา ได้ข้าวหน้าหมูมากล่องหนึ่ง สำหรับมื้อเย็น สบายละ ราคาก็ราวๆ ร้อยสามสิบบาท ถัดจากนั้นเป็นเรื่องของน้ำ ซื้อน้ำมาขวดหนึ่ง น้ำมะเขือเทศหนึ่งกล่อง แล้วทีนี้ก็หานม ที่ว่าจะเอามาใส่กาแฟที่ชงแช่เย็นไว้เมื่อวานน่ะ

กะแล้วว่าต้องออกมาอีหรอบนี้ มันมีแต่ภาษาญี่ปุ่น มีกล่องหนึ่งเล็กๆ เขียนวย่าเฟรช ครีม คอนเดนส์ อะไรแบบนี้

ไม่ค่อยแน่ใจว่าจะใช่ที่ต้องการหรือเปล่า

ข้างๆกันมีกล่องยาวๆสีฟ้า มีรูปโคด้วย คิดว่าต้องใช่นมแน่นอน แต่ราคาแพงแฮะ หยิบมาสำรวจก็ไม่มีข้อมูลอะไรเพิ่มเติมได้เลย คราวนี้ก็เดาเอาละนะ ว่าแถวๆนี้คือนมแน่ๆ

ชั้นข้างล่างจากกล่องที่ว่า มีกล่องสีแดงๆ ราคาถูกกว่ามากอยู่ด้วย เห้นคนเขามาหยิบไปกล่อง หยิบมั่งก็ได้ หยิบมาแล้วก็คิดอีก เพราะข้างๆที่ติดกันมันมีแบบกล่องสีเขียวอยู่ด้วย

เราจะรู้ได้ไงว่าอันไหนนมจืดไม่จืด ต้องการอย่างจืดน่ะ

แต่คิดแล้วไม่มีทางรู้ได้ ก็เลยเอาไอ้สีแดงมากล่อง พอเดินออกมานิดหนึ่ง มาเจอพนักงานสาธิตนมอีก ฮ่าๆๆๆ

เขาเอากล่องนมสีฟ้าๆรินใส่ถ้วยเล็กๆให้ชิม น้าก็ชิมกะว่าถ้าใช่จะเอาเลย ปรากฏว่าชิมเข้าไป หวาย ตายโหง ไอ้นี่นมเปรี้ยวนี่หว่า เอ แล้วไอ้กล่องแดงที่ซื้อมาถ้าเป้นนมเปรี้ยวจะทำยังไงดี

เปรี้ยวก็ทิ้งอะดิ จะอะไรซะอีก น้ากับโยเกิร์ตน่ะ บอกศาลากันได้เลย

ถ้าปลาเกิร์ต(ปลาส้มไง) ค่อยว่าไปอย่าง

เสร็จจากตรงนี้ ลองเดินไปดูชั้นที่เป้นพวกเครื่องปรุงอีกรอบ เผื่อฟลุ้คเจออะไรแบบน้ำพริก ไม่มีแฮะ ซูเปอร์นี้ มะนาวก็ไม่มี พริกขี้หนูก็ไม่มี

เดินวนไปด้านที่ขายผักอีกรอบ เห็นกระเทียมโทนหัวเบ้อเริ่ม สองหัวสามสิบบาท เลยหยิบไส้ตะกร้ามาอีก

เบ็ดเสร็จงานนี้จ่ายไปราวๆเก้าร้อยบาท ได้ของกินหลักๆมาแค่มื้อเดียว นอกนั้นของกินรองท้องทั้งนั้น

พนักงานเก็บเงินน่ารักซะไม่มี

จ่ายตลาดเสร็จก็เดินกลับบ้านด้วยหัวใจพองโต

ไม่มีอะไรหรอก ร่างกายมันกลับคืนสู่สภาพปรกติ แล้วน่ะสิ วันนี้เดินทั้งหมดเบ็ดเสร็จคงราวๆสิบกิโลเศษๆ สบายบรื๋อ

เสียดายอาทิตย์หน้าหยุดสามวัน แต่ต้องไปโอซาก้า ไม่งั้นจะเดินไปดูไอ้ที่ดูนกให้เจอให้ได้

เขัยนบันทึกนี้แล้วก็มานึกได้ว่า ต้องส่งตนฉบับไอทีทะลุโลกวันจันทร์อีกนี่หว่า เตรียมเรื่องไว้แล้ว แต่จำไม่ได้ ไม่มีพรินเตอร์นี่ไม่ดีเลย เดี๋ยวต้องหาทางใช้พรินเตอร์ที่ทำงาน สะดวกหน่อย เพราะเซฟจากเว็บเป็นไฟล์ ไม่ค่อยเวิร์ก สู้พิมพ์ใส่กระดาษไว้ไม่ได้

วันนี้ไม่มีอะไรเท่าไร พรุ่งนี้มี ตอนเย็นจะไปเจอกับคุณคาโนะที่ทำเรื่องกลุ่มผู้หญิงในชนบท คงมีอะไรมาเล่าเยอะ และคอยดูนะ เจอกันตอนเย็นกว่าจะได้กลับบ้านก็ดึก

ต้องมีอะไรใหม่ๆมาเล่าแน่นอน

โปรดติดตาม

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก