บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ
๑๔ เมษายน  ๒๕๔๓   ไม่เมาเหล้า..แล้วเราก็...เมาเบียร์

ชาตรี ศรีชล เขาเมารัก แต่น้าเมาเบียร์  วันนี้ยังเหนื่อย
และเพลียอยู่  แต่ก็แช่มชื่น เพราะเมื่อวานตอนเย็นได้พริกแกงจากพี่สาวส่งมาจาก
นาเกลือเรียบร้อย ทั้งพริกแกงส้ม พริกแกงเผ็ด และมะขามเปียกแบบซอง และยังได้
คุยภาษาไทยทางโทรศัพท์กับน้องทิพที่นาโกย่า หายเหงาปากไปได้พักหนึ่ง  ตอนค่ำๆ
ก็โทรศัพท์ผ่านเน็ตไปที่บางบัวทองอีก ได้คุยกับลูกสาว 
	เสียงของปรายฟ้าพาหัวใจให้เบิกบานดีจัง 
	แม้เธอจะถามแต่เรื่องแผ่นเกมคอมพิวเตอร์
	เข้าสำนักงานสี่โมงเช้าพอดี อูชิยามะซังพาไปถ่ายรูปอีก จะเอาไปทำบัตรผ่าน
เข้าสภาไดเอ็ต ถ่ายเสร็จสี่รูป แกเอาไปหมดเลย น่าจะเหลือไว้ให้สักรูป หล่อๆอย่างนั้นเก็บ
ไว้ดู  ดีออก
	จากนั้นก็เดินวกวนลงไปชั้นห้า ไปที่กองบรรณาธิการอาซาฮี ชิมบุน กำลังจะ
เริ่มของแท้แน่นอนละคราวนี้  มีคนมาต้อนรับสองคน ผู้ชายคนหนึ่งชื่ออะไรไม่ทราบ
นามบัตรมาเป็นภาษาญี่ปุ่น เป็นนักข่าวมาสิบเก้าปี เพิ่งมาจากเยอรมัน
ไม่นานนี้เอง
	อีกคนหนึ่งเป้นผู้หญิง ชื่ออูเอโนะ ตำแหน่งเพจ เอดิเตอร์ 
 (คล้ายกันมากกับซับเอดิเตอร์ของเรา)
	มาที่นี่เพื่อทำความเข้าใจอีกครั้งกับระบบงานหนังสือพิมพ์ของอาซาฮี ชิมบุน  
และเพจ เอดิเตอร์ สำคัญมาก เป้นหัวใจของงาน  ... นี่อูชิยามะซังบอก 
	แต่ในรายละเอียด แตกต่างจากที่เฮียแกพยายามอธิบายแล้วเน้นย้ำว่า
ซับซ้อนไม่เหมือนใครในโลก ยากจะเข้าใจเยอะมาก   ขึ้นอยู่กับการอธิบายน่ะนะ 
พอเริ่มบอกว่าซับซ้อน ยาก การอธิบายก็จะซับซ้อน
และยากตามไปด้วย
	อูเอโนะ กับ พี่เยอรมันที่ไม่ค่อยพูด
 เพราะคนนี้คิดเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลเป็น
เยอรมัน ก่อนจะพูดเป้นภาษาอังกฤษ  พาดูรอบๆ
กองบรรณาธิการที่ใหญ่โตมโหฬาร 
 แล้วอธิบายโน่นนี่
	สรุปได้ว่า อาซาฮี ชิมบุน  มีกรอบเช้า กับ
 กรอบบ่าย  
	กรอบเช้ามีสามหรือสี่เวอร์ชั่น แต่ละเวอร์ชั่น
จะอัพเดตข่าวมากขึ้นตาม
สถานการณ์  ข่าวนำข่าวรองบนหน้าหนึ่งอาจจะเปลี่ยนไป  
กรอบบ่ายก็มีสามสี่เวอร์ชั่นเช่นกัน 
	ไม่รู้ใช้คำว่าเวอร์ชั่นถูกหรือเปล่านะ แต่อธิบายได้ง่ายๆว่า ซื้ออาซาฮี 
ชิมบุนตอนเก้าโมงเช้า กับตอนสิบโมงเช้านี่ ข่าวมันจะไม่ค่อยเหมือนกันแล้ว  
ยิ่งถ้ากรอบเช้ากับกรอบบ่ายแล้วจะยิ่งไม่เหมือนกันเลย คนซื้อสามารถแยกได้ด้วย
ตัวเลขที่มุมบนของหนังสือ 
	ที่บอกว่าสามหรือสี่นี่ก็เพราะบางวันมันมีข่าวพิเศษเขาจะมีเวอรืชั่นสี่
เพิ่มขึ้นอีก โดยมีสัญญลักษณ์สามเหลี่ยมเล็กต่อจากตัวเลข
	และถ้าวันไหนมีเหตุการณ์ใหญ่มากๆ เขาจะพิมพ์พิเศษเป็นแผ่นออก
ไปแจกเลย  พิมพ์สีด้วยนะ เช่น ตอนที่โอบูชิ(นายกฯคนเก่า)ป่วย หรือ  ตอนอูซุมัน
ระเบิด เป็นต้น
	ท่าทางทำข่าวแข่งกับทีวี วิทยุ แฮะ
	ระบบงานในกองบอกอ ก็แบ่งเป้นโต๊ะๆ เรียกโต๊ะเหมือนของเราเลย  
โต๊ะการเมือง โต๊ะบันเทิง โต๊ะเศรษฐกิจ ฯลฯ  แล้วก็โต๊ะหน้าหนึ่ง ซึ่งมาจากหัวหน้า
โต๊ะหรือบรรณาธิการเซ็คชั่น ผลัดเปลี่ยนเวียนกันมา 
	แล้วก็เหมือนกัน วันไหนหัวหน้าโต๊ะไหนมาคุมหน้าหนึ่ง 
มันก็จะดันข่าวโต๊ะ
มันขึ้นหน้าหนึ่ง
	ฮ่า คุ้นจัง
	ข่าวทั้งหมดจะมากองที่เพจเอดิเตอร์ เพื่อจัดหน้า พาดหัว 
	ก็เท่านั้นแหละ ไม่เห็นจะมีอะไรซับซ้อนหรือยากที่จะ
เข้าใจอย่างที่
อูชิยามะซังพยายามจะทำให้ยากเลย
	แต่ละหน้าก็มีเดตไลน์ต่างกัน บางโต๊ะก็ปิดล่วงหน้า  บางโต๊ะก็ไม่ล่วง
หน้า ใครปิดเสร็จก็เปิดตูดไป
	อย่างไรก็ตาม หนังสือพิมพ์เขาใหญ่มาก มีสำนักงานใหญ่ที่เป็นอิสระ
จากกันสี่แห่ง  โตเกียว,โอซาก้า,ฟูกูโอกะ,นาโกย่า
ข่าวหน้าหนึ่งของแต่ละแห่งไม่เหมือนกัน ยกเว้นถ้ามันเป็นข่าวใหญ่
	นอกจากนั้นแต่ละเวอร์ชั่น เขายังมีหน้าในที่เป้นหน้าต่างจังหวัดเปลี่ยน
ตามพรีเฟคเจอร์  เวอร์ชั่นแรกอาจจะเป็นชิบะ พรีเฟคเจอร์ ถัดไปเป็นไซตามะ
 อะไรแบบนี้ 
	คิดกันง่ายๆว่าฉบับขายที่นครนายก หน้าข่าวต่างจังหวัดก็จะเป็นข่าว
ของนครนายกทั้งหมด  แบบนี้เป็นต้น
	ส่วนในเขตห่างไกลออกไป กรอบเช้ากรอบบ่ายจะมาผสมกันเป็นฉบับ
เดียว และช้ากว่าปกติหนึ่งวัน
	ซึ่งมันไม่แฟร์  สำหรับอูเอโนะ เธอบอกน้าอย่างนั้น
	อ้อ โต๊ะต่างจังหวัดของเขานี่แยกไปอีกชั้นเลย เป้นอิสระของตัวเอง
ในการเลือกข่าวจัดหน้า แยกไปตามพรีเฟคเจอร์ต่างๆ  แต่ละพรีเฟคเจอร์ก็ติด
ต่อกับสำนักงานประจำพรีเฟคเจอร์ของเขาอีก
	มันใหญ่และดูเหมือนยุ่ง แต่ถ้าเข้าใจหลักๆก็ไม่ยาก
	ชั่วโมงเดียวก็หมดไส้หมดพุงแล้ว  น้าถามต่ออีกสองสามคำถามเพื่อ
ความชัวร์  เช่น จริงหรือ ที่กรอบเช้ากับบ่ายข่าวต่างกันโดยสิ้นเชิง  คำตอบที่ได้
มาคือไม่จริง  เวอร์ชั่นสุดท้ายของกรอบบ่าย ข่าวนำจะไปปรากฏในหน้าหนึ่งของ
กรอบเช้าวันถัดไปอีกครั้ง  แต่อัพเดตข่าวขึ้นมาหน่อย ลดระดับลงมาจากข่าวนำ  
	อูชิยามะซัง มันโม้ซะไม่มี อะโด่
	เสร็จจากกระบวนการอธิบาย และเดินดูโต๊ะโน้นโต๊ะนี้  ก็ชวนกันไป
กินข้าว เขาพาไปที่ตลาดปลา ซูกิจิ  ตรงสถานีประจำที่ต้องมาขึ้นทุกเช้า  
	ไปร้านซูชิ  พี่เยอรมันเขาตั้งท่าสั่งจานพิเศษเลย  คุณอูเอโนะเกิด
สะกิดใจถามว่ากินได้หรือเปล่า  น้าบอกว่ากินได้ทุกอย่าง แต่มีปัญหาอย่างเดียว
คือ มันเยอะจัดกินไม่หมด 
	ตกลงก็เลยสั่งเขาเอาแบบจานธรรมดา ค่อยยังชั่วหน่อย  กินเสร็จ
เหลือเวลาอีก ไปนั่งจิบกาแฟต่ออีกร้านใกล้ๆกัน ก็ยังเหลือเวลาอีก เลยอำลาจาก
กันเพื่อจะไปเจอกันใหม่ตอนบ่าย ไปดูโรงพิมพ์
	โรงพิมพ์ก็ไม่มีอะไร  เหมือนที่มติชน แต่มันใหญ่กว่ากันมากมาย
หลายเท่า  แล้วเป้นอัตโนมัติหมด ของเราพอหนังสือพิมพ์เสร็จไหลมาเป็นตั้ง
 เราต้องใช้คนเอามันเข้าเครื่องมัดแล้วโยนขึ้นรถ
	ของเขานี่ไอ้ตั้งหนังสือพิมพ์ไหลมา มันมีใบสั่งปิดข้างบนมาด้วย
 ผ่านเข้าเครื่องห่อพลาสติก  เครื่องมัด แล้วเซ็นเซอร์มันจะอ่านใบปิด ว่าตั้งนี้
ส่งไปไหน มันก็จะดันตั้งหนังสือพิมพ์เข้ากล่องบนสายพานที่หมุนมา  เพื่อจะไป
เข้าร่องพาไปตรงรถขนส่งที่ตรงตามใบสั่ง
	นอกนั้นดูแล้วไม่มีอะไรต่างกัน
	จบจากโรงพิมพ์ก็กลับไปที่สำนักงานของน้า ไปนั่งคุยกันต่อนิดหน่อย 
มีอูชิยามะซังมาร่วมวงด้วย  ตามฟอร์มแหละแกบอกว่าเห็นมั้ยว่ามันซับซ้อนและยากมาก
	น้าหมั่นไส้มันว่ะ เลยเขียนชาร์จอธิบายระบบงานให้มันดู  
	แล้วบอกว่า เออจริงด้วย ของเฮียมันโคตรซับซ้อน แต่ไม่ยากที่จะเข้าใจ 
 เฮียเขาเลยทำหน้าปูเลี่ยนๆ  ใจคงคิดว่าทำไมแม่งไม่ยอมรับว่าของกูยากวะ
	อูเอโนะเสริมเข้ามาอีกว่า  น้าเป้นนักเรียนที่ดีมาก นึกว่าจะไม่เข้าใจ 
อย่างเช่น หนังสือพิมพ์กรอบบ่าย หรือ คำว่า โต๊ะ
	เพจ เอดิเตอร์ของเขา ก็เหมือนซับเอดิเตอร์บ้านเรา และพลังอำนาจ
ถดถอย เจอกับหัวหน้าโต๊ะข่าวเข้าไป จ๋อยกินบ่อยๆ
แต่เขายังรักษาความเป็นวับเอดิเตอร์ไว้คือต้องมีประสบการณ์การทำข่าว
มาก่อนสามสี่ปีเป้นอย่างน้อย บ้านเราเดี๋ยวนี้ไม่เป้นแล้ว
	ซับเอดิเตอร์ กลายเป้นซับออร์ดิเนตไปหมด  ไม่กล้าแม้กระทั่ง
ตัดข่าว หรือ เดินไปบอกที่โต๊ะว่า ข่าวเอ็งเก่าว่ะ ไปเอาข่าวใหม่มาแทนได้ไหม
	หลังจากนั้นน้าก็นั่งพิมพ์งานต่อ  ยังงงอยู่ว่าเรื่องภูเขาไฟยูซุจะ
เอาไงดี เพราะมันไม่มีมุมเลย มุมที่ไปกับทากากิซังมันมุมมั่วแบบรายวัน  
และสถานการณ์ก็เปลี่ยนไปมากหลังจากกลับมา
	ต้องปรึกษาเสธฯอ๊อดซะหน่อยแล้ว
	ตอนเย็นจัดๆ อูชิยามะซังมาอธิบายโปรแกรมที่จะเริ่มตั้งแต่อาทิตย์หน้า
ยาวไปสองสามเดือนโน่นแน่ะ  ก็เป็นโปรแกรมาที่จะไปคลุกกับงานหนังสือพิมพ์
ของอาซาฮีในเซคชั่นต่างๆ
	โปรแกรมที่จัดน่ะ ไม่ได้ตรงกับรายการความสนใจที่น้าเขียนให้
เขาไปเลย  แต่ดี  มาอย่างนี้แหละ ไม่ต้องมาถามมาก ถามแล้วเอ็งก็ทำให้ไม่ได้  
จัดมาเลยอันไหนไม่ชอบจะบอก
	มันจัดสถานที่โสโครกที่สุดของทุกประเทศมาให้วันแรกเลย   
แหล่งรวมความสกปรกโสมมที่สุดของทุกประเทศ
	ฮ่าๆๆๆ  สภาฯไดเอต  สภาผู้แทนฯ  น้าน่ะเกลียดอิ๊บอ๋าย ไอ้นัก
การเมือง
	แต่ไม่มีปัญหาไปได้ทุกที่ทุกถิ่น  
	มีอันเดียวที่ขอให้ให้เปลี่ยน คือ เซคชั่นกีฬา  บอกอูชิยามะซังว่า 
ช่วยเปลียนได้ไหม อันนี้ไม่ไหวจริงๆ  นอกเหนือความสนใจไปมากเกินเหตุ 
 เอเชียนเกมเมืองไทยน้ายังไม่แลเลย 
	เฮียเขาถามว่าทำไม บอกเขาว่าคงเบื่ออิ๊บอ๋ายน่ะสิมันไม่สนใจ
เอาเสียเลย  
	เขาบอกว่า เอองั้นไปเรื่องวิทยาศาสตร์อะไรแบบนั้นมะ  ....  ดูมัน
 เพิ่งจะตรงเป้า
	จากนั้นน้าก็นั่งพิมพ์งานต่อ จนมันมาไล่กลับบอกว่าเดี๋ยวเขา
จะประชุมกัน ก็เลยเก็บของกลับบ้าน  มาถึงบ้านก็ออนไลน์ชวนพี่จูนไปเฮียร์มี  
คิดถึงเสียงพี่จูนน่ะ ไม่ได้ยินมานาน เสียงพี่จูนน่ารักดี
	ไปเจอใครอีกคนจากสระบุรี  สักพักก็เลิกคุย  ลงไปทำแกงส้ม  
มีหมอกุ้งแนะนำนิดหน่อย  
	ไม่ใช่สิ หมอกุ้งแนะนำมากและประหลาด บอกให้แกงส้มหมู  
เกิดมาในชีวิตเพิ่งเคยได้ยิน  แต่ลองดู  มีหมูสามชั้นเหลืออยู่ในตู้เย็น กับ
ผักปวยเล้ง และผักคล้ายคะน้า  เอามาหั่นๆ ใส่ชาม ใส่พริกแกงส้มอย่างเด็ดขาด
ของป้าติ๋ม เหยาะน้ำปลา ตามด้วย มะขามเปียกหนึ่งซอง
	ลงไปเข้าไมโครเวฟ หอมกรุ่นเลย  เขานั่งโซ้ยเหล้ากันอยู่วงใหญ่  
เอาขนมเสียบไม้ราดน้ำหวานๆมาให้อันหนึ่ง เหมือนขนมอะไรบ้านเราสักอย่าง
นึกชื่อไม่ออก ไอ้ที่แคะออกมาจากถ้วยแล้วราดน้ำหวานๆน่ะ
	อร่อยดี  แต่ไม่ใช่เวลาจะมากินขนม
	แกงส้มเสร็จยกชามกลับขึ้นห้อง อร่อยแฮะ พริกแกงป้าติ๋มไม่ผิดหวังเลย
	สุตรแกงส้มหมูหมอกุ้งก็ไม่น่าเชื่อว่าจะอร่อยได้ขนาดนี้  ชิมไปสองสามช้อน 
 อ๊ะ อร่อยอย่างนี้ต้องมีเบียร์รองท้อง ก็เลยหยิบเหรียญลงไปกะจะกดเบียร์สักกระป๋อง
มาจิบก่อนกินข้าว
	เอาละสิครับทีนี้ หยอดเหรียญไปแค่เหรียญเดียว วงเหล้าแถมาเลย  
ผู้จัดการหนุ่ม บอกไม่ต้องๆ  ไม่ต้องกด ไม่ต้องหยอด มานั่งนี่ๆ  น้าก็ต้องยอมไปนั่ง  
วงเหล้าอะนะ
	แกเอาเบียร์มารินให้  แล้วก็รินๆๆ คุยไปรินไป ภาษาอังกฤาผสมภาษา
ญี่ปุ่น ป่าป๊า หรือ ลุงผู้จัดการก็นั่งอยู่ด้วย  บอกแกว่า หอนี้เหมือนครอบครัวแฮะ 
	มันดี 
	ขออนุญาตเรียกป๊ะได้ปะ
	ลุงแกชอบใจ บอกว่าเอาเลย
	ที่โต๊ะมีขี้เมาอยู่คนหนึ่ง คนนี้มาเมืองไทยสามสี่ครั้งแล้ว  พูดภาษาอังกฤษ
ได้บ้าง แต่ฟังแล้วจะขาดใจ ต้องช่วยลุ้น แกบอกป๊ะว่า หลังน้ากลับเมืองไทยแล้วต้องไป
ด้วยกัน ป๊ะแกไม่เคยมา
	อ๊ะสวย มาดิ จะพาไปดูรังหนูที่บางบัวทอง
	มีเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่ง เขาจำได้ว่าวันนี้น้าไปเดินกองบอกออาซาฮี 
มา  ทำงานที่เดียวกัน แต่ไม่รู้จักกัน มันคนละตึกกคนละชั้นน่ะ แค่จำได้หน่อยๆก็ดีแล้ว
	นั่งเมาหล้าคุยกันไปหลายภาษารู้เรื่องมั่งไม่รู้มั่ง  จนตีสองโน่นแน่ะ 
ไม่ไหวเพราะพอเมามากเหลือภาษาญี่ปุ่นอยางเดียวไม่รู้เรื่องกับเขาเท่าไหร่แล้ว  ข
อตัวมานอน
	ขึ้นห้องมากินข้าวแกงส้ม  อร่อยเด็ดขาดจริงๆ
	อ้อ วันนี้ได้รับของที่ยุ้ยกับอากิ๊ก  ส่งมาให้อีกกล่อง  พริกแกงส้มแม่พลอย
หกซอง กับมะขามเปียกเพียบ
	ปัญหาใหญ่คือน้ำปลาเหลือนิดเดียวเอง 
	แกงส้มใส่ซีอิ๊วจะเป้นยังไง  คงได้ลองกันแน่นอน
	มีอีกเรื่องปิดท้าย เปิดเมล์อ่านวันนี้ อูชิยามะซัง ส่งอีเมล์มาบอกว่า
 น้าลืมสูทไว้ที่ทำงาน  สำคัญมาก เข้าสภาไดเอตต้องใส่
	ฮ่าๆๆๆ เอาไว้กันน้ำลายสกปรกของนักการเมือง
	ตอบไปว่ามีอีกตัวที่หอ
 

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก