บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ
๑๕  สิงหาคม ๒๕๔๓ 
เค้าโครงๆ

ไม่เขียนบันทึกเสียหลายวัน ตั้งแต่กลับมาจาก
นางาซากิ เพราะไม่ได้ไปไหนและไม่ได้ทำอะไร วันๆก็ขลุกมันอยู่ที่หอ นั่งๆนอนๆ มันเกิดอาการ
เบื่อขึ้นมา  ยิ่งใกล้วันกลับบ้านก็ยิ่งเบื่อมากขึ้น เหลือเชื่อไหม สี่วันเต็มๆไม่ไปไหนเลย 
เดิมทีก็มีแผนจะขึ้นไปนอนมิตาเขะสักสองคืน แต่ดันมีปัญหานิดหน่อยเรื่องเงิน จ่ายค่าโทรศัพท์
ไปเกือบเกลี้ยงกระเป๋า  ไปกดเงินไม่ออกอีกแล้ว สงสัยตู้เอทีเอ็มมันเปลี่ยนวิธีการหรือเปล่า 
	พอวันจันทร์ไปถึงที่ทำงาน ก็บอกให้สายน้อยอูเอโนะซังฟัง สักพักออกไปสำนักงาน
ธนาคารที่ชิมบาชิ พนักงานเขาเช็คแล้วบอกว่าปกติดี...เออ เอากะมัน  คราวนี้เลยให้อูเอโนะซัง
ช่วยกำกับ ตู้ที่สาขานี้เป็นตู้แบบใหม่ วิธีการก็ใหม่  ถ้ามีภาษาอังกฤษเสียหน่อยก็ดี  
	ได้เงินแล้วก็เดินกลับคุยกับอูเอโนะซังไปพลางๆระหว่างเดิน เดือนกันยายนเธอ
จะพักร้อนไปเวียดนาม อือ นี่แหละสไตล์ชีวิตของญี่ปุ่นรุ่นใหม่ เที่ยวต่างประเทศมันทุกปี 
	ลงไปกินข้าวกลางวันสวนกับอูชิยามะซัง เขาบอกว่าคาโนะซังโทรศัพท์มาหา 
เดี๋ยวกินข้าวเสร็จแล้สโทรฯกลับด้วยเธอรออยู่  พอกินข้าวเสร็จก็กลับมาแต่ยังไม่โทรฯ 
สมองมันตีกันหลายเรื่อง หาเรื่องเขียนให้ประชาชาติยังไม่ได้  เจ้าอูชิยามะซังก็มาคุยด้วย
บอกให้เขียนเค้าโครงบทความที่จะลงอาซาฮี ชิมบุน 
	เราคิดมาตั้งเป็นสิบวันแล้ว มันยังคิดไม่ออกเลยว่าจะเขียนเรื่องอะไร 
แต่เขามาบอกว่าจะเอาเค้าโครง ทำหน้าปูเลี่ยนๆ พอน้าบอกว่าเอาละภายใน
อาทิตย์นี้จะส่งให้ แกบอกไม่ได้ จะต้องเอาเค้าโครงไปอธิบายกับบรรณาธิการ
อาซาฮี ชิมบุนก่อนภายในวันพรุ่งนี้
	เออ..เกิดมาก็ไม่เขียนเค้าโครงบทความเสียที  แล้วนี่ยังไม่มีเรื่องจะเขียน
เลย จะไปขุดโครงที่ไหนมา 
	สองเรื่องนี้มันตีกันอยู่ในหัว ก็เลยเกิดอาการทำอะไรไม่ออก ไม่มีสมาธิ   
อูชิยามาซังเดินมาอีกแล้ว ท่าทางเหมือนเจ้านายสั่งให้น้าโทรศัพท์  โทรฯก็โทรฯวะ 
โทรฯไปแล้วคาโนะซังไม่อยู่  ทำไงได้ ก็ฝากชื่อไว้รอเธอโทรกลับ แต่เธอไม่โทรมา 
อูชิยามะซังพยายามตามผล บอกว่าเธอจะไปเจอกับใครก็ไม่รู้คุยกันเรื่องสิ่งแวดล้อม
อยากให้น้าไปด้วย
	ไม่ไหว น้าไม่อยากไป และภาวนาว่าอย่าโทรฯมานะเจ๊ จะทำงาน
	เธอไม่โทรมาจริงๆ 
	ในที่สุดก็คิดว่าจะเขียนเรื่องไอทีกับคนญี่ปุ่น ยังไงก็ยังไม่รู้ แต่ตัดใจว่าเอา
เรื่องนี้ก็แล้ว สมองถึงได้โล่งหันกลับมาเขียนงานให้ประชาชาติฯได้
	สี่โมงเย็น กลับบ้านไม่มีใครอยู่ สั่งอูเอโนะซังว่าพรุ่งนี้จะไม่เข้าออฟฟิศเพราะ
นัดกับคุณแอนเอาไว้จะไปนิงเกียวโจะ
ที่นี่เป้นย่านร้านอาหารแบบดั้งเดิมซึ่งยังมีอยู่ ร้านเป็นร้อยปีก็มี  
	พอรุ่งขึ้น ออกจากสิบเอ็ดโมงก็ขึ้นซับเวย์ไปนิงเกียวโจะ คุณแอนมารออยู่
ตรงทางออก แล้วบอกว่าคาโนะซังขอมาด้วย
รอสักพักคาโนะซังก็มา หอบถังชีวภาพที่ใช้ใส่เศษอาหารในครัวแล้วใส่สารเร่งหรือไอ้
บีเอ็มดับบลิวลงไป เหมือนถังชีวภาพในบ้านเราที่เขาเอากากน้ำตาลใส่นั่นแหละ
	เดินชมร้านอาหารเก่าๆพวกนี้รอบหนึ่งก่อนจะเข้าไปกิน ผิดแผนนิดหน่อย
เพราะเรากะจะเดินดูให้ทั่วๆ แต่คาโนะซังจะรีบเข้าไปกินให้ได้  เฮ้อ ..เวรกรรม
	อาหารก็มีพวกซูชิ  เทมปุระ แล้วก็...เส้นหมี่ในน้ำซีอิ๊ว  
	กินเสร็จทีนี้ก็เริ่มการคุย อย่างชนิดยาวเหยียด หนีไม่พ้นเรื่องสิ่งแวดล้อม 
เรื่องมิชิโนะ เอกิ เรื่องการพัฒนาชนบท คารโนะเป็นคนคุยเสียมากกว่า เรากับคุณแอน
คุยบ้าง และบางทีก็ช่วยกันแย้งคาโนะสำหรับความเห็นบางเรื่อง เช่น ปัญหาเรื่อง
ผู้สูงอายุในเมืองไทย  เธอว่าเมืองไทยเริ่มเหมือนญี่ปุ่น แต่เราว่ายังอีกนาน
	คุยกันยาวตั้งเกือบสามชั่วโมง คุณแอตัดบท เพราะเธอมีอะไรต้องทำเยอะ
ก่อนจะกลับเมืองไทยพรุ่งนี้  แต่คาโนะซังลากน้าไปนั่งร้านกาแฟคุยกันต่ออีก 
	ผู้หญิงอะไรไม่รู้ในสมองมีแต่เรื่องงานเต็มไปหมด ไม่ใช่งานเจบิคอย่างเดียว 
แต่งานอื่นๆอีก และล่าสุด เธอเข้าไปเป็นกรรมการพิจารณาอะไรสักอย่างของมหาวิทยาลัย
ทันตแพทย์  เวลาจะมีการทดลองอะไรจะต้องส่งผ่านคณะกรรมการนี้ก่อน บ่นว่าต้องหา
หนังสือเรื่องพวกนี้เป็นกระบุง
	เกือบสี่โมงเย็นถึงได้เลิกรา สามชั่วโมงกว่า คุยกันเข้าไปยังไง
	แยกกันตอนแรกว่าจะไปอะกิฮาบาร่า ซึ้งของตามที่เจ้านายที่บ้านสั่งมา 
มันอยู่ใกล้กัน แต่พอไปถึงฝนตก เลยย้อนกลับมาหอ อาบน้ำอาบท่า นั่งเรียกอารมณ์  
เขียนเค้าโครงส่งอูชิยามะ เอาละ จะเขียนเรื่องคนญี่ปุ่นกับไอที 
	เราเป็นคนที่พอบทจะเขียนก็เขียนไปเลย ไม่เคยมีพล็อต อยากจะเขียนเลย
เหมือนกัน แต่เอาพล็อตส่งไปก่อนก็ได้ ในพล็อตเรื่องที่ส่งไปมีท่อนท้ายไปเหน็บเขาเล่น 
นี่แหละเขาเรียกทำอะไรไม่ใช้หัวคิด
	ส่งเค้าโครงไปแล้วก็เริ่มบรรเลงเลย เขียนบทความภาษาอังกฤษนี่ ว่าที่จริงก็
ไม่ยาก แต่เรื่องไวยากรณ์ ขอโทษที ไม่เอาอ่าว เราไม่ได้เกิดมาเขียนภาษาอังกฤษ 
	พอเริ่มเขียนจริงก็เปลี่ยนชื่อเรื่องเสียแล้ว เปลี่ยนเเป็น ไอที เรฟวอลูชั่น อิน แจแปน  
ใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ ตรวจทานลวกๆทีหนึ่ง เปิดเน็ตส่งบทความตามเข้าไปอีก
	เที่ยวนี้มีอีเมล์จากอูชิยามาซังมารอในตู้  ฮ่าๆ หมอคงควันออกหูจากไอ้
เค้าโครงของเรา  บอกว่าเอาไว้พรุ่งนี้คุยกัน น้าตอบไปว่า ได้ แต่ผมเขียนบทความเสร็จ
และส่งมาแล้ว แและบอกไปด้วยว่าเราโจ๊กกิ้งเล่นๆในเค้าโครงน่ะ 
	บทความจริงๆไม่เหมือนในไอ้โครงนั่นนักหรอก...น้าน ตบหัวเขาแล้วจะลูบหลัง
หรือไง
	เชอรี่ เข้ามาในไอซีคิว ได้จังหวะเลย ...ตรวจบทความให้น้าหน่อย...
เชอรี่เขาของจริงจบเอกอังกฤษมาจากจุฬาฯ ตากลมน่ารัก อันนี้คนอื่นเขาบอกมา 
	เธอนั่งแก้ให้เราทีละบรรทัดๆ  กว่าจะเสร็จ ใช้เวลาค่อนข้างนาน และมีการทวง
บุญคุณว่าไม่งั้นกลับบ้านไปนานแล้ว..โอ๊ะโอ่ ได้ต้นฉบับตรวจแก้แล้ว แต่คุณหนูตากลมยัง
บอกมาอีกว่ามันยังไม่ค่อยดีเท่าไร มีที่น่าจะแก้อีกเยอะ
	ไม่เอาแล้ว ส่งไปเลยอีกที แนบขอความบอกเขาไปว่าอันนี้ฉบับตรวจทาน 
แต่ไม่ได้บอกว่าใครตรวจทาน บอกไปมันก็ไม่รู้จักหรอก
	สามทุ่มกว่าๆ อี-แฟมิลีเข้ามา คุยกับลูกชายเป็นหลัก “คุณไม่รู้จะคุยอะไร” 
วันนี้คุยมากกว่าปกตินิดหน่อย ไปเอาโจ๊กมาอ่านให้ฟัง  เดี๋ยวนี้พี่น้ำนี่เขาพัฒนานะ 
มีการส่งเพลงมาให้พ่อฟังเสียด้วย ระหว่างนี้กำลังทำโฮมเพจ วันก่อนก็เพิ่งสอนวิธีอัพโหลดให้  
บอกให้เปลี่ยนชื่อไฟล์แรกเป็นอินเด็กซ์.เอชทีเอ็มแอล บ่นกระปอดกระแปดมาเลย 
โหต้องเข้าไปเปลี่ยนหมดเลยทีนี้
	ทีนี้ไทยเน็ตเซิร์ฟเวอร์ นี่บางทีมันไม่แสดงผลฉับพลัน ต้องทอดเวลา 
เจ้าน้ำบ่นอีก ตีกันมั่วเลย วัยสะรุ่นก็แบบนี้ รอไม่ได้ อธิบายก็ไม่ต่อยฟัง จะลบทิ้งให้หมดเลย ..
ดูมัน พยายามบอกว่าไม่ต้องลบ เพราะพ่อจะเข้าไปดูด้วยว่าอะไรมันผิดปกติ 
	มันก็จะลบของมันท่าเดียว
	อธิบายความเท่ของมันให้ฟังอีกอย่าง ปีก่อน มันใช้เน็ตสเคปเขียนโฮมเพจ 
น้าพยายามบอกมันว่ามันมีปัญหาเวลาแสดงผล  มาใช้โน้ตแพดเถอะ มันก็ไม่ยอม 
มันว่ายาก แล้วเราก็ต้องไปแก้ให้มัน 
	แต่ตอนนี้ถาม..น้ำ ใช้อะไรเขียนโฮมเพจ  มันตอบว่าไงรู้มั้ย “ก็โน้ตแพดไง 
จะให้ใช้อะไร”  แถมยังใช้แฟลชเสียอีกด้วย มันเรียนของมันเอง ซื้อซีดีสอนแฟลช
มาแผ่นหนึ่ง รู้สึกว่าจะยังใส่เสียงไม่เป็น
	คืนนี้ดเจ้าน้ำยังส่งไอ้กลอนรักเมียเคารพเมียอะไรนั่นมาให้อ่านอีก น้าบอกว่า
เก่าแล้ว มันบอกมีรักผัวด้วย แล้วว่ายังไงสู้รักเมียโดยเฉพาะบรรทัดสุดท้าย ที่ว่าชาติหน้ามีฉันใด 
จงจำไว้อย่ามีเมีย  มันว่าเด็ดสุด 
	น้าบอกว่า น้ำๆ ชาตินี้น้ำมีไปก่อน แล้วชาติหน้าค่อยอย่ามี
	ฟ้า โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ มาจ๋อยๆสูตรขนมหลายอย่างให้ฟัง 
ตบท้ายว่าพ่อกลับมาแล้วมาทำกันนะ เราก็ถามไปด้วยความสงสัยว่าก็ทำไปได้เลย ไม่เห็น
ต้องมารอพ่อ
	“ก็พ่อเก่งไง”
	เจ๋งมั้ย
 

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก