บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ
๑๖ เมษายน  ๒๕๔๓   สงกรานต์บ้านเพิ่น

เมื่อวานต้องงดบันทึก  เพราะแฮงค์หนัก นอนทั้งวัน 
ไม่ได้ทำอะไร ตื่นมาก็ออนไลน์ แล้วก็นอน แล้วก็ออนไลน์  วันนี้เช้าตื่นมายอาการ
ยังไม่ค่อยจะดี  กะจะไปดูงานสงกรานต์ที่วัดจิเก็นจิตอนเช้า ไม่ไหวแฮะ  
	นอนอบเหงื่อใต้ผ้าห่มอยู่ตั้งนาน เวลาเอาผ้าห่มออกมันก็หนาว ห่มเข้าไป
สักพักก็ร้อนเหงื่อแตกอีก
	สิบโมงกว่าถึงได้อาบน้ำเตรียมตัวเดินทาง  ขึ้นซับเวย์ไป ลงผิดสถานีไป
 เลยเสียเงินเพิ่ม ตั๋วเดือนไปไม่ถึงสถานีนั้น 
พอไปถึงสถานีนาคาโน ซาคากูเอะ ก็งงๆ ทำไมสถานีมันใหญ่โตจังไม่เหมือนวันนั้นที่
มาสำรวจเส้นทางเลย
	เดินข้ามถนนวนรอบสี่แยกจนครบ สุดท้ายก็เริ่มจำได้  ไปถึงวัดตอนราวๆ
เกือบเที่ยง พิธีกรรมรอบเช้าก็เลยไม่ได้รู้ว่าเขาทำอะไรกันมั่ง
	ตีตั๋วห้าร้อยเยนเข้าไปข้างใน เดินสำรวจแป๊บเเดียวก็เจอ น้องชาวเขา
สองคน กับ พ่อแม่บุญธรรมเขาอีก เลยยืนคุยกันสักพัก อูเอโนะซัง กับ ทาเกอูชิซัง 
ก็มาสมทบ เพราะนัดกันไว้ล่วงหน้า 
	วัดจิเกนจิมีพื้นที่ไม่ใหญ่นัก คนก็เลยแน่นขนัด เดินชนก็สนุก ประเมิน
คร่าวๆคนน่าจะสักสองพักคนนี่แหละ คนไทยเยอะมาก แต่คนญี่ปุ่นก็เยอะ ฝรั่งก็มี
	เป้าหมายหนึ่งของคนญี่ปุ่นที่มาร่วมงาน พวกนี้ส่วนหใญ่รู้จักเมืองไทย
อยู่แล้วถึงได้มา แต่มากินอาหารไทยน่ะ มีร้านมาออกราวๆสิบร้าน ขายอาหารไทย
หลายอย่าง ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ เห็นกินกันไปซู้ดปากกันไป ข้าวแกง ขนมจีน ข้าวขาหมู  
แล้วก็ขนมอีก หวานเย็นก็มีขาย
	ระหว่างรอสงกรานต์ น้ากินข้าวแกงไตปลาไปหนึ่งจาน  ทาเกอูชิ ซัดข้าว
แกงมัสมั่น ส่วนอูเอโนะ กับ มาริสา เล่นเส้นเล็กต้มยำ  เจ้าเสาร์ หรือ ธานินทร์ 
มูเซอจากแม่สรวย ได้เส้นเล็กธรรมดามาชามโฟม
	มีเด็กหนุ่ม อาสาสมัครของโครงการซากุระ โปรเจคเข้ามาทักทายอีก 
คนนี้เจอกันมาก่อนแล้วตอนที่ไปลูเซนต์ เทคโนโลยี
	ระหว่างยืนรอ ก็มีการสาดน้ำกันบ้างประปราย แต่ดูเหมือนรุนแรงไปหน่อย
 กลุ่มหนุ่มๆญี่ปุ่น ท่าทางซ่าเกินเหตุ  ลูกน้องยากูซ่าหรือเหล่าไม่รู้  มันลากคนไปสาดน้ำ 
ส่งเสียงตะโกนลั่น จนคนเขาผวากันหมด มันเล่นแรงเกินไป 
	คิดดูเอาน้ำผสมดิน แล้วดึงผู้หญิงคนหนึ่งมาเทน้ำลงไป  ท่าทางจะเกิด
สงครามนิดหน่อย แต่สักพักก็เลิกรา
	บ่ายสองขบวนแห่สงกรานต์เริ่ม มีวงกลองยาว รำวง เดินรำกันมา ตอนนี้
แหละที่สงกรานต์เริ่มจริงๆ  พวกอาสาสมัครต้องใช้เชือกล้อมเอาไว้ ไม่ให้สงกรานต์มัน
ไปทำร้านค้ารอบๆเขาเสียหายไปด้วย
	เล่นกันมันหยดเลย  ญี่ปุ่นเล่นกันเยอะกว่าคนไทยแฮะ 
	น้าโดนน้ำเข้าไปหน่อย เปียกปอน  ยืนสั่นงั่ก เดี๋ยวนี้แพ้อากาศเย็น ยิ่งซดเบียร์
เข้าไป ยิ่งอาการหนัก สั่นแบบคุมไม่อยู่
แต่ก็เป้นยังงี้มาตลอด ไม่ได้ไม่สบายอะไรนะ
	ทาเกอูชิซังแวบหายไปไหนก็ไม่รู้  โปล่มาพร้อมกับขวดน้ำซ่อนใต้เสื้อ
แจ๊คเก็ต บอกให้น้าเตรียมถ่ายรูป พี่เขาจะราดอูเอโนะซังให้ดู  กดมาได้สองสามภาพ 
	ส่วนใหญ่อูเอโนะจะยืนแอบอยู่ข้างหลังน้า เธอกลัวน้ำ  แต่ไม่พ้นหรอก  
	ขบวนแห่ผ่านมาใกล้ๆ เลยโดนสาวไทยทาแป้งเข้าให้ อูเอโนะซังก็โดน
ด้วย ถามใหญ่เลยว่าอะไรน่ะๆ ต้องอธิบายว่าแป้งธรรมดา ไม่มีอะไรหรอก
	ดูเขาสาดน้ำจนหนำ และหนาว เลยเดินตระเวณรอบๆ ไปเจอหลวงพี่ไพศาล 
วิศาโล นั่งอยู่ในเต๊นท์ให้คนรดน้ำกับพระจากชัยภูมิอีกรูป ก็เลยเข้าไปทักทายกราบไหว้
	เราเคยรวมงานกันมาบ้างเมื่อสมัยยี่สิบปีก่อนโน้น  
	หลวงพี่บอกว่ามาเกือบทุกปี ก็เห็นเล่นๆกันแบบนี้  คุยกับหลวงพี่อยู่สักพัก 
หลบมุมด้วยหหาไออุ่น ดูคนเข้ามารดน้ำ เห้นคนหนึ่งเขาบอกว่าเป้นนักมวยไทย มาอยู่ที่นี่ 
สอนมวยไทยไปด้วย  ชื่อเชิงชาย ฮ.มหาชัย  หลวงพี่ให้ศีลให้พร แล้วบอกว่าอย่าเที่ยวอย่า
เล่นนักนะ ชกมวยมันชกไปได้ไม่นานหรอก
	เชิงชาย บอกหลวงพี่ว่า ครับ ผมไม่กินไม่เล่นไม่เที่ยวอยู่แล้ว  มาที่นี่ทำงาน
เผยแพร่ชื่อเสียงประเทศไทยไปด้วย
	ขอเบอร์เขามา วันหลังจะติดต่อไปดูค่ายมวยเสียหน่อย
	เดิมทีทุกปีวัดนี้เขาจะนิมนต์พระจากสายธรรมกาย มาปีนี้เขาเปลี่ยนแล้ว
เห็นว่าไม่อยากเกี่ยวข้องด้วย เลยได้หลวงพี่ไพศาลมาแทน
	สักพักก็ย้ายตัวเองออกมาจากเต๊นท์  ไปดูให้โบสถ์  เขามีเวทีการแสดง
ไทยของไทยอยู่ในนั้น  แต่คนแน่นเข้าไปไม่ได้ 
ก็เลยเดินออกมายทนดูเขาสาดน้ำกันต่อ
	สาวไทยคนหนึ่งพูดกับเพื่อนๆว่า ปีนี้เล่นกันรุนแรงจัง น้าเลยหันไปถามว่า
ปีก่อนไม่ขนาดนี้เหรอ เธอก็บอกว่าไม่  ถามเธอว่าทำไม  เธอว่าไม่รู้  น้าเลยเดาส่งไปว่า
สงสัยเพราะไอ้กลุ่มเด็กญี่ปุ่นพวกนั้นละมั้ง
	โหงวเฮ้งน้าคงไม่ค่อยดี ทักกับคนไทยแล้วเขาไม่ค่อยอยากคุยด้วยเท่าไหร่ 
ส่วนหนึ่งเขามากันเป็นกลุ่มๆมีพรรคพวกมา เราเป็นใครก็ไม่รู้ไปเที่ยวพูดกับเขา
	อยากรู้เหมือนกันว่าไม่มีคราบนักข่าวจากมติชนแล้วจะเป็นยังไง
	ก็เป็นแห้วน่ะสิครับ จะอะไรเสียอีก
	วันนี้โชคดี เพราะนึกว่าจะถามใครสักคน กำลังหาน้ำปลาเพิ่มเติม ไม่รู้จะ
ไปซื้อที่ไหน ก็เจอเต๊นท์หนึ่ง ขายของจากเมืองไไทย ได้น้ำปลามาขวดใหญ่ ทิพรส 
พอกล้อมแกล้ม แล้วก็ซื้อเกี่ยมฉ่ายมาสองกระป๋อง เขาขายไม่แพงนะ น้ำปลาก็ราว
แปดสิบบาทเอง น่าจะพอไปจนถึงก่อนกลับพอดี
	สักสรามโมงเย็นกว่าๆ ก็เริ่มทนไม่ไหว ทาเกอูชิซัง มาบอกว่าจะกลับแล้ว 
น้าบอกว่ากลับเหมือนกันว่ะ หนาว
	เดินออกจากวัด  ฝากอูเอโนะถือเป้ งัดเอาเสื้อยืดแขนสั้นออกมา อูเอโนะ 
ตกใจใหญ่ว่าจะเปลี่ยนเสื้อกลางถนนเลยหรือไง  เธอบอกว่าในซับเวย์มีห้องน้ำนะ 
ไปเปลี่ยนที่นั่นได้
	แต่น้าไม่สน ถอดแจ๊กเก็ต แล้วสวมเสื้อยืดทับเข้าไป แค่นั้นแหละ ไม่ต้อง
วี้ดว้ายหรอก 
	โชคร้ายนิดหน่อย ตอนเดินออกมาโดนน้ำสาดเข้าไปที่กางเกง โชกเลย  
หนาวตายโหง กำลังจะกลับเสียหน่อย
	ขึ้นซับเวย์ คนละด้านกับอูเอโนะ ส่วนทาเกอูชิ แยกไปคนละสถานีกัน
	ลูกหมาตกน้ำขึ้นซับเวย์ แหะๆ คนมองกันแต่กางเกง คงสงสัยไอ้หมอนี่ไป
ลุยที่ไหนมาเนี่ย
	มาถึงมินามิ เกียวโตขุ ยังเดินฝ่าลมหนาวไปดี-มาร์ทอีก  ซื้อสูทมาใหม่ตัวหนึ่ง
 แล้วก็ซื้อกับข้าว ผักสำหรับแกงส้ม เนื้อทำคั่วกลิ้ง  หอยสำหรับผัดเผ็ด  ..ว้าว
	กลับมาถึงหอก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้า จนถึงตอนนี้ยังไม่หายหนาวเลยนะ 
	ลงไปทำคั่วกลิ้งตามสุตรหมอกุ้ง  ออกมาหน้าตาพอใช้ได้  หวังว่าจะอร่อย
	แล้วก็มานั่งฝอยกับแม่ส้ม  รับเพลงพี่จูน
	อ้อ โทรศัพท์บอกที่อยู่ แปรง พันสายให้น้องทิพก่อนออนไลน์ ด้วย
	ไปสงกรานต์มาแล้วคิดถึงบ้านแฮะ 
 

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก