บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ
๑๖  สิงหาคม ๒๕๔๓ 
ไปหาหมอ

เมื่อคืน คุยไอซีคิวลากยาวเหยียด อาศัยหมอกุ้งเป็นกระโถน
ท้องพระโรง บ่นๆๆๆ  
จนกระโถนจำเป็นทนง่วงไม่ไหวลาไปนอน เราก็เลยนอนมั่ง โอ้โห  เวลาใช้เน็ตวันนี้
ยาวเจ็ดชั่วโมงกว่า โอ้โฮๆ   อะไรกันจะขนาดนี้  เวลาก็ล่วงเลยมามาก เช้าก็เลยตื่น
แล้วไม่อยากลุก รู้สึกว่าตัวเองอาการแย่มาก
	ปวดหัวแทบจะหลุด ท้องไส้ก็ โอ๊ย...มันไม่ได้กินข้าวมาตั้งแต่เมื่อเย็นวานแล้ว
	กลับลงไปนอนก็ไม่หลับ พยายามจะหลับจนสิบเอ็ดโมง ลากสังขารขึ้นมา
โทรศัพท์ไปสำนักงานขอคุยกับอูชิยามะซัง บอกว่าไม่ไหววันนี้แย่มากปวดทั้งหัวทั้งท้อง 
เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคุยกัน  บทความส่งให้ไปแล้ว 
	เขาบอกว่าได้แล้วแต่มีตัวยึกยือ ก็เลยบอกว่าเดี๋ยวเซฟเป็นไมโครซอฟต์  
	อูชิยามะซังบอกไปหาหมอซะ มีประกันไม่ต้องห่วง เราก็ครับๆไปตามเรื่อง 
อือ..มนุษย์นะ เขาก็มีน้ำใจ เราก็เลยละทิฐิ โยนออกนอกหน้าต่าง ตามคติโลกมีไว้เหยียบ 
ไม่ใช่แบก
	หลุดปากขอโทษเขาไปอย่างตั้งใจที่เมื่อวานไปเหน็บเขาเอาไว้  
อูชิยามะซังบอกว่าไม่เป็นไร ไม่มีอะไร อ่านบทความแล้วไม่เห็นมีปัญหา  
	วางโทรศัพท์ลงอย่างปลอดโปร่งโล่งใจ แต่กายมันไม่โล่งไปด้วย 
ท้องมันร้องหิวข้าว แต่ปากกับใจ...ไม่เลย ไม่เลย มันกลับบอกว่ากินไม่ลงๆ แน่นอน
	ต่อเน็ตเข้ามาเช็คเมล์แล้วส่งบทความใหม่อีกที เสียงอินเตอร์คอม
หรือโทรศัพท์ภายในดังขึ้นมา ลุงเจ้าของหอพยายามจะพูดอะไรบางอย่าง สักเดี๋ยว
ก็วางไป ทีแรกนึกว่าใครโทรเข้ามาผิดห้อง
	แต่ไม่ผิดแฮะลุงแกขึ้นมาเคาะประตูเรียกให้ตามลงไป แกก็ไปโทรศัพท์
เสร็จสรรพ เดาได้แล้วอูชิยามะซังต้องโทรมาบอกแกให้พาน้าไปหาหมอแหงๆ
	เวลาอยู่บ้าน เมียเอาช้างมาฉุดยังไม่ยอมไปเลย แต่นี่ไม่ยอมไม่ได้ 
เพราะมันพูดกับลุงแกไม่รู้เรื่อง 
	ก็เลยต้องไปหาหมอ  ดีเหมือนกันเพิ่มพูนประสบการณ์  กลับมาที่ห้อง 
หยิบกระเป๋าตังค์ พยายามค้นหากรมธรรม์ก็ไม่เจอ ช่างมันไปก่อน เดี๋ยวลุงเขารอ 
	ลุงพาขึ้นรถอเมริกันสีขาวคันใหญ่พวงมาลัยซ้ายของแก เท่มากรถคันนี้  
แล้วแกขับอย่างรีบเร่ง บีบแตรไล่คนไปตลอดทาง  แหมลุง สถานการณ์ไม่ฉุกเฉิน
ขนาดนั้นเสียหน่อย
	คลีนิคที่เข้าไปอยู่ใกล้หอ อยู่บนชั้นสองของตึกอะไรไม่รู้  พยาบาลคนหนึ่ง
พูดภาษาอังกฤษได้ไม่คล่องนัก นี่ถ้าเกิดไม่มีพยาบาลคนนี้ เรายังสงสัยว่าจะตรวจวินิจฉัย
กันได้ยังไง เพราะหมอผู้ชายนั่นภาษาอังกฤษแย่กว่าพยาบาลเข้าไปอีก
	เขาก็ถามว่ามื้อสุดท้ายไปกินอะไรมา บอกไปว่าซูชิ หมอตรวจๆ แล้วเดาว่า
อาการปวดหัวหน้าจะปวดตามปกติ ส่วนปวดท้องอาจจะมาจากซูชิ หมอเขาพยายามถาม
ว่าอุจจาระเป็นยังไง อันนี้ไม่ค่อยเข้าใจ น่าจะใช้คำว่าอุนจิเสียเลยง่ายกว่า
	เสร็จแล้วให้ไปนอนเตียงกดท้องเพื่อตรวจอาการอีก 
	สักพักก็กลับมานั่งดูหมอพยายามวินิจฉัย สรุปได้เหมือนที่สรุปไปแล้ว  อ้อ 
หมอตรวจลิ้นด้วย เขาบอกว่ากินน้ำน้อยเกินไป  แล้วหใม้พยายามกินอาหารอ่อนๆ อย่าไปกิน
รสจัดหรือเผ็ด
	พยาบาลเอาปรอทมาวัด พอใกล้ปาก น้าก็อ้าปาก เธอหัวเราะอีก 
แล้วยื่นมือล้วงผ่านคอเสื้อน้าเข้าไปที่รักแร้  พูดว่า  “แจแปนนิ้ส เวย์”  ...อ้าว  
พอได้เวลาปรอทมันก็ร้อง ปี๊บๆ มาจากรักแร้  เขาว่ามีไข้นิดหน่อย
	พยาบาลที่มาช่วยหมอพูดภาษาอังกฤษคนนี้แกดีเหลือเกิน ลูบหน้าลูบหลัง
เราตลอดยังกับแม่ดูแลลูกชายตัวน้อย แล้วบางทีก็หัวเราะ บางทีก็ยิ้ม เวลาเราฟังภาษา
ญี่ปุ่นไม่เข้าใจ
	โชคดีไม่โดนอุ้มออกมาจากห้องหมอ
	เบ็ดเสร็จออกมานั่งรอคิดเงิน สามพันกว่าเยน พร้อมกับใบสั่งยา 
คุณพยาบาลบอก เทกแคร์  ๆ  ลงจากคลีนิดมาข้างล่าง อีกตึกติดกัน เป็นร้านขายยา 
ได้ยามาสี่อย่าง บอกให้เขาอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ  มียาผงมาด้วยสองอย่าง 
เราก็งงๆ ไม่เคยยาแบบนี้มาก่อน มันแบ่งใส่เป็นซองๆ ถามเขาว่าละลายน้ำกินเหรอ 
เขาบอกเปล่า
	น้าใช้หมองอยู่แป๊บก็ถามใหม่ฉีกซองใส่ปากกินโดยตรงเลยใช่ไหม เขาว่าใช่
	ค่ายาอีกสามพันกว่าเยน ขึ้นรถกลับหอ ลุงแกบอกว่ากินน้ำเยอะๆ  อ้อ...
ตอจบหมอเรียกลุงเข้าไปด้วย อธิบายสิ่งที่เราเป็นให่ลุงฟัง แกถึงได้รู้ไง
	ถึงซอยหอ ลุงขับเลยไป ...เอไหนหว่า  ไปถึงที่  คล้ายๆห้างแบบขาย...ไม่
ทันสังเกตุแฮะ มีเครื่องสำอางด้วย แกให้เรารออยู๋ในรถ คงไปซื้อของ พอแกกลับเข้ามา
ในรถ หิ้วถุงใส่น้ำขวดใหญ่สองขวดส่งมาให้
	ป๊ะป๋านี่น่ารักจริงๆ  ดูท่าทางเหมือนน้ำเกลือมากกว่า
	มาถึงหอ หมดแรงอีกรอบ ลุงสั่งเสียเรื่องกินข้าวกินปลา พอเข้าใจแค่นั้นแหละ
 สั่งอย่างอื่นด้วยหรือเปล่าฟังไม่ออก 
	ออกไปเดินดูอาหารเบาๆ ที่คอนวีนิ ปากซอย อะไรดีหว่า มันต้องกิน
ทั้งที่ไม่อยาก สุดท้ายเลือกแซนด์วิทช์มาสองอัน
	กลับมาที่หอก็บรรเลงการกินอย่างฝืดๆ ตามด้วยน้ำและยา หวังอย่าง
เดียวเท่านั้นแหละว่ายาจะช่วยให้อยากอาหารมากขึ้น  นี่ไม่ใช่อาการอยากอาหารไทย
หรอก  อาหารอะไรก็ไม่นึกอยากทั้งนั้น เพราะลิ้นเหมือนมีอะไรมาเคลือบเอาไว้
	ตอนบ่ายแก่จัดๆ อูเอโนะซังโทรศัพท์มาที่หอ บอกว่ากำลังแปล
บทความเราเป็นภาษาญี่ปุ่น อ่านแล้วมีบางตอนไม่เข้าใจ 
	ไม่ใช่ภาษาอังกฤษที่เขียนไม่เข้าใจนะ เขานึกภาพไม่ออกว่า บัดดี้โฟน 
หรือ ไอซีคิว มันทำงานยังไง 
	นี่แหละประเด็นเลย พวกนี้ไม่รู้เรื่องจริงๆ เราบอกว่าไอซีคิว เป็น 
อินสแตนท์ เมสเสจ ซอฟต์แวร์ เธอถามว่า อินสแตนท์ เมสเสจ ซอฟต์แวร์คือซอฟต์แวร์
ประเภทไหน
	คนถูกถามยังงงเลย เขาเรียกว่าอินสแตนท์ เมสเสจ ซอฟต์แวร์กันทั้งโลก 
ก็นี่แหละประเภทของมัน..เฮ้อ
	พออธิบายการทำงานของมัน เธอก็ไปนึกภาพว่าเป็นแชตรูมแบบไออาร์ซีอีก
	เอาเข้าไป
	ให้เข้าไปดูทั้งในเว็บไอซีคิว.คอม และ บัดดี้โฟน.คอม เธอเข้าไปที่ไอซีคิว 
แล้วบอกว่าบนนั้นมี  เอโอแอล อินสแตน์ เมสเสจ ด้วย  ก็ต้องอธิบายว่ามันคนละโปรแกรมกัน  
	เราอธิบายไปก็หัวเราะไป เออน่า โลกใช่อยู่ได้ด้วย มณีเดียวนา ทรายและ
สิ่งอื่นมี ส่วนสร้าง
	คนไม่รู้นี่มันก็ทำให้รู้ได้ยากเย็นจริงๆ ถ้าเป็นไปได้พรุ่งนี้คงตั้องสาธิต
ของจริงกันที่สำนักงาน
	หวังว่าคงลากสังขารไปได้ ยังไม่ได้คอนเฟิร์มตั๋วเครื่องบินขากลับเลย 
อีกแค่สองอาทิตย์เอง
	บ้านๆๆ คิดถึงบ้าน บ้านคือวิมานของเรา 
	สองทุ่มกว่าๆ น้องทิพ นาโกย่าโทรศัพท์มา คุยรายละเอียดเรื่องเธอจะมา
โตเกียวอาทิตย์ มาหาเพื่อนที่นี่ คุณน้าจะไปจอยกับเธอ ย่ำโตเกียวกันหนึ่ง แล้วอีกสองวัน
พ่อของเพื่อนจะพาฟูจิซัง....ยังไม่แน่ว่าจะไปด้วยได้หรือเปล่า อยากไป แต่คาโนะซังจัด
โปรแกรมให้อีกครั้ง หวังว่ามันจะไม่ชนกัน 
	เอ...แต่ความจริงเรานัดทางนี้ไปก่อน คาโนะก็ต้องเลี่ยงโปรแกรมเธอไป
ไม่ให้มันตรงนี่หว่า ว่าแล้วห้อยตามเขาไปด้วยเห็นจะดี ไหนๆมาญี่ปุ่นทั้งที  อ้าวยุ่งอีก 
	น้องมันให้เบอร์ใหม่ไว้ตั้งนานแล้ว ไม่รู้ไปจดทิ้งไว้ที่ไหน ให้ตายเถอะโรบิ้น

 

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก