บันทึกจากญี่ปุ่น

๑๖ มีนาคม ๒๕๔๓

มหัศจรรย์พลันบังเกิด

เมื่อคืนวาน มีสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเกิดขึ้น รู้จักคุณแม่ไซเบอร์ไหม แม่ก้อย ซึ่งเปิดคอมพิวเตอร์ไม่เป็น ออนไลน์มาคุยด้วยทางไอซีคิว แม่ก้อย คนเดียวกับแม่ของฟ้ากับน้ำ คนเดียวกะแฟนน้าเลย

ฟ้าไม่อยู่ ไปอยู่กับยายที่บางกรวย

น้ำไม่อยู่ ไปอยู่นาเกลือ

แม่เลยเปิดคอมพ์เอง ต่ออินเทอร์เน็ตเอง เปิดไอซีคิวเอง

แกล้งบอกไปว่า สงสัยต้องอยู่ที่นี่เกินหกเดือน แม่ก้อยบอกว่า ทำไมต้องอยู่เกิน พอบอกว่าล้อเล่น แม่แกบอกว่า เดี๋ยวช็อคตายพอดี

คุยกันทางไอซีคิว โน่น นี่ นั่น ตอนหนึ่งแม่ถามถึงน้ำว่า คุยกันอยู่หรือเปล่า

ไอ้เราก็โม้แหลก คุยกันอยู่ มี น้ำ ป้าติ๋ม พี่ยี่ ลุงแสร์ เขาคงอยู่กันที่บ้านป้าเจี๊ยบที่นาเกลือ ไม่ได้โม้หรอก คุยกันจริงๆ ป้าติ๋มเป็นห่วงแทบตายมาอยู่คนเดียวในญี่ปุ่น

แม่ของลูกก็ถามต่อว่า คุยด้วยเสียงเหรอ น้าก็บอกว่าใช่ แม่แกก็บอกว่า เนี่ยะ ฟ้าโทรศัพท์มา แม่ถามว่าคิดถึงแม่มั้ย ลูกก็บอกว่าคิดถึง แต่ไม่พูดถึงพ่อ

ไอ้เราน้ำตารื้นขึ้นมาเลย แหม...น้าน่ะปากแข็ง ใจไม่เคยแข็ง ถอยห่างจากคอมพิวเตอร์เพื่อสะกัดน้ำตก แล้วกลับเข้าไปใหม่ บอกพี่ก้อยเขาว่า ก็อย่าไปถามมันสิว่าคิดถึงไม่คิดถึง หาอะไรให้เล่นเพลินๆ ไป

ลูกสาวเรามันศิลปิน อย่าไปสะกิดมัน เดี๋ยวมันตื่นมาร้องไห้กลางดึก หนูคิดถึงพ่อๆ จะยุ่ง ขนาดอยู่เวรหัวหน้ารปภ.ที่บริษัท บางทีมันยังเป็นเลย

คุยกันไปสักพัก กับสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เธอก็ถามมาอีกว่าเมื่อไหร่ หมวยมันจะเอาไมค์มาเสียบ แล้วมาลงเฮียร์มีให้ มันจะรู้จักทางเหรอ น้าก็บอกว่า เดี๋ยวหมวยคงโทรศัพท์มาหาเอง

ใจเธอคงอยากคุยด้วยเสียงแล้วตอนนี้

มหัศจรรย์พลันบังเกิดจริงๆ

วันนี้ไปเรียนภาษาที่โรงเรียนตามเคย ครูคนนี้สอนเข้าใจยาก แต่คงต้องโม้เสียหน่อย เพราะวันนี้ผ่านการทดสอบความจำตัวหนังสือฮิรากานะ มี อะ อิ อุ เอะ โอะ ,คะ คิ คุ เคะ โคะ ,ทะ ชิ ทสึ เทะ โทะ,สะ ชิ สึ เสะ โสะ ,นะ นิ นึ เนะ โนะ รอบเดียว ไม่มีผิดเลย เจ๋งไหม

จากโรงเรียนกลับมาสำนักงาน ฝนตก มันตกมาตั้งแต่เมื่อคืน ลงจากสถานีรถไฟ ก็ข้ามฝั่งไป ผ่านตลาดปลาราวๆบ่ายโมงครึ่ง หนอยฝนตก วันนี้ไอ้ร้านรวงบะหมี่ ข้าวอะไรพวกนั้น ยังเปิดอยู่ มันจะเอายังไงกันแน่เนี่ย

มาถึงสำนักงานก็ เอาบทเรียนมาทบทวน พี่อ้วนที่โต๊ะข้างๆ แกสไตล์อะไรสักอย่าง เรียกสไตล์เจ๊กก็อย่าถือสา เพราะน้าลูกเจ๊กอยู่แล้ว มันซดกาแฟ หรือชาทีก็ โฮกๆ วางแก้วปัง วันนี้พี่อ้วนถอดเทป

ไม่จืดเลย

ไม่จืดสำหรับน้าน่ะสิ จะทบทวนภาษายี่ปุ่นเสียหน่อย โฮก ฮาก ปัง โครม ปึ้ก กุกกักๆๆๆ

แต่ก็ทนทบทวนไปได้ตั้งสองชั่วโมงแน่ะ จำไม่ค่อยได้หรอก เพราะใจคอยคิดว่า เมื่อไรพี่อ้วนแกจะไปให้พ้นๆเสียที

เมื่อเช้าตื่นขึ้นมา ฝนตก ตกมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ไม่ค่อยหนาวแฮะ ทำไมฝนตกฤดูหนาว แต่ไม่รู้สึกว่าหนาวมากกว่าวันฝนไม่ตก

ลองออกไปข้างนอกหอ พิสูจน์อุณหภูมิ ก็ไม่มีอะไร หนาวปกติ

อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ออกจากหอ ยืนหน้าประตู ฝนตกหนักขึ้นมาหน่อย ไปไงเนี่ย เดินหนึ่งกิโล เลยหันมาส่องประตูเข้าไปในหอ มองหาหนังสือพิมพ์ว่าจะเอาปิดหัวแล้วเดินไป คงทุลักทุเลดี

ลุงที่หอ เห็นเข้าก็เลยออกจากห้องมาเรียก แกพูดภาษาอังกฤษซะด้วยวันนี้ อัมเบรลล่าๆ

น้าก็ คะสะ ๆ แปลว่าร่มไง

แกเดินไปหาให้ มีร่มเยอะนะ เสียบไว้ในที่เก็บร่ม ในญี่ปุ่นนี่เขามีที่เสียบร่มกันทั้งนั้น ลุงแกหยิบไปหยิบมา หลายอัน แต่คงจำไม่ได้ว่าอันไหนที่เจ้าของเขาไม่อาศัยในหอพักแล้ว แกก็เลยไปเรียกแม่บ้านมาช่วยดู แม่บ้านดูอันโน้นอันนี้

แล้วบอกว่ารอเดี๋ยว ก็เดินออกประตูหอพักไป

ตอนแรก ด้วยสายตาของคนวัยสี่สิบบวกหนึ่ง คิดว่าแกเข้าไปที่บ้านแก เอาของแกมาให้

แต่เล็งไปอีกที เห็นถือร่มสีขาวมาอันหนึ่ง ไม่ใช่จากบ้านแฮะ

แกไปเอามาจากห้องทิ้งขยะน่ะ

หอพักในญี่ปุ่นบางหอจะมีห้องทิ้งขยะเล็กๆอยู่ข้างไหนก็ตามที่ติดถนน หอไหนไม่มี ก็ไปทิ้งในที่ที่เขาจัดไว้ให้ ขยะจากห้อง ต้องแยกแยะ และ ทิ้งให้ถูกถัง

แล้วพนักงานหอ เขาก็จะเอาไปใส่ไว้ในห้องขยะ รถขยะก็จะมาขนไป

ร่มที่เขาเอามาให้น้ามาจากห้องขยะของหอ สีขาว อันเล็ก

แม่บ้านชี้ให้ดูรูรั่วของร่มเท่าปลายนิ้วก้อย

มันทิ้งกันแล้ว ดูสิ

แต่ก็สบายน้า ไม่ต้องซื้อ

วันนี้อีกที หกโมงเย็นกำลังจะกลับ คาโนะซัง โทรศัพท์มาบอกว่า วันนี้สี่ทุ่มช่องสิบ ดูด้วยนะ ความสำเร็จของการพัฒนาชนบทของชาวบ้าน ด้วยฝีมือชาวบ้านเอง

บอกว่าดูแล้วฟังไม่ออก ก็หาใครมาแปลให้ฟัง

พูดเข้าไปนั่น ยังกับว่าคนอื่นเขาจะเหมือนเจ๊หมดยังงั้นแหละ

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก