บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ

๒๑ กรกฎาคม  ๒๕๔๓      โอกินาว่า...อีกที  

เช้านี้ตื่นมากินข้าวเช้าที่หอ กว่าจะจัดการตัวเองและจัดกระเป๋า
ออกจากหอได้ก็สิบเอ็ดโมง ไปถึงที่ทำงานก็เที่ยงกว่า แต่งตัวตามสลาย 
แต่ยังเอาสูทใส่งทับไปด้วย เพราะคิดว่าไปโอกินาว่า คงต้องใช้  มันงานประชุม
ใหญ่ของจีแปด หรือ กลุ่ม ๘ ประเทศอุตสาหกรรม  
	ถึงที่ทำงานก็งัดคอมพิวเตอร์มานั่งเล่น ปล่อยให้ต้นฉบับเลยเดดไลน์
ไปหนึ่งชิ้น ไม่เขียนมันละ เพราะเข้าใจว่ามีของเก่าส่งไปค้างไว้สองชิ้นเขายังไม่ได้ลงเลย  
	ออกจากที่ทำงานบ่ายสองพร้อมกับทากากิซัง ขึ้นแท็กซี่ไปต่อโมโนเรล
 ถึงสนามบินฮาเนดะ ยังมีเวลาเหลือ เข้าไปซัดบะหมี่ที่ร้านในสนามบินกันอีกคนละชาม
 เจ้านี้อร่อยสำหรับเรา เส้นงี้บางดี เหนียวนุ่ม น้ำซุปก็เด็ด  แต่ถามทากากิซัง พี่แกบอกว่า
ต่ำกว่ามาตรฐาน แถมราคาแพง
	คนละลิ้นกันเลยในเรื่องบะหมี่
	ได้เวลาบ่ายสองก็ขึ้นเครื่องบิน คนไม่เยอะมาก ที่นั่งว่างเต็มไปหมด 
 เที่ยวบินนี้มีเด็กๆเยอะเลย ปิดเทอมแล้ว ครอบครัวคงไปพักผ่อนกัน  โอกินาวา
มันเป็นเมืองท่องเที่ยว  ปีหนึ่งๆคนไปเที่ยวกัน ๔ ล้านคน ขณะที่ประชากกรของ
เขาแค่ราวๆ ๑ ล้านคนเศษๆ 
	แต่คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ไม่ชอบไปเที่ยวโอกินาว่ามากนัก แม้จะมีสถาน
ที่ท่องเที่ยวไม่น้อย มีเกาะมีหาดทรายสวยงามพอสมควร สาเหตุก็เพราะค่าใช้จ่าย
มันสูง เอาแค่ค่าเครื่องบิน ไปกลับโอกินาว่า-โตเกียว บินมาเที่ยวเมืองไทยได้สบายๆ  
ขณะที่ค่ากินค่าที่พักเมืองไทยถูกกว่ากันเยอะมาก
	เก้าอี้สามตัวด้านติดหน้าต่าง แถวเดียวกับน้า มีเด็กตัวเล็กสามคนนั่ง
เจี๊ยวจ๊าวกันมาตลอดทาง เด็กคนโตสุด อายุไม่น่าจะเกิด ๘ ขวบ เดินทางกันมา
ตามลำพัง ไม่มีผู้ใหญ่ด้วย แอร์โฮสเตสคอยมาดูแลให้
	สังเกตออย่าง สายการบินเอเอ็นเอ ของญี่ปุ่นแอร์โฮสเตสเยอะจริงๆ
เมื่อเทียบกับสายการบินอื่นๆ เดินกันให้พล่านเลย 
น้าใช้บริการมาหกเที่ยวแล้ว และยังจะใช้อีกสองเที่ยวตอนไปฮิโรชิม่า

	ถึงโอกินาว่าตอนหกโมงเย็น เข้าโรงแรมอาบน้ำอาบท่า
แล้วไปกินข้าวเย็น แท็กซี่เขาแนะนำไว้ว่าอร่อย นั่งรถไปราวๆ
สิบนาทีก็ถึง  ไปถึงร้านคนเต็มเลย ไม่มีที่นั่ง 
ท่าทางจะอร่อยจริงสมคำร่ำลือ 
	พนักงานเขาเลยพาเดินไปอีกสาขาหนึ่งใกล้ๆกัน คนเยอะเหมือนกัน
 แต่พอมีที่ว่างตรงเคาน์เตอร์ให้ 
	อาหารแนะนำวันนี้เป็นปลาดิบ  ก็สั่งตามที่เขาแนะนำ พร้อมกับมะระชุบ
แป้งทอด หรือ โกย่า เทมปุระ 
	น้ำจิ้มเทมปุระของเขาแปลกไปจากทั่วไป มีแต่ซอสถั่วเหลือง ไม่มีหัวใช้เท้าขูด
มาให้  ส่วนวาซาบิก็แปลกอีก เพราะเขาเอารากไอ้ที่ทำวาซาบิ มาให้เราขูดเอาเองสดๆ 
รสชาติไม่ร้อนซู่ซ่าเหมือนวาซาบิทั่วๆไป
	เบียร์ฟรีผ่านไปคนละแก้ว ก็เริ่มต่อด้วยอาวาโมริ เหล้าขาวพื้นเมือง
ของโอกินาว่า มาเที่ยวนี้ได้ความรู้เพิ่มเติมเรื่องอะวาโมริ ให้น่าเจ็บใจเล่น
 เดี๋ยวจะเอาไว้เล่าพรุ่งนี้นะครับ
	หลังจากกินยังไม่อิ่มหนำสำราญสำหรับพ่อจอมชี้  แต่น้าค่อนข้างอิ่ม
 แกก็ชวนไปหากินบะหมี่ต่ออีก เดินออกมาถนนใหญ่นิดเดียวก็ได้ร้านบะหมี่ข้างทาง
 มีป้าตัวเล็กๆขายอยู่
	สั่งบะหมี่คนละชาม บะหมี่โอกินาว่านี่เขาใช้หมูสามชั้น หรือ ซี่โครงหมู
 เอาไปตุ๋นรสชาติคล้ายๆพะโล้ ฉ่ำหวานอยู่ในเนื้อหมู  แต่น้ำบะหมี่ก็ปรกติ เป็นพวกน้ำต้ม
กระดูก คล้ายๆบ้านเรา 
	เส้นบะหมี่ก็ใหญ่กว่าปรกติ
	ร้านนี้ไม่ค่อยอร่อยมากนัก เทียบกับคราวก่อนที่มา คนละเรื่องเลย  
กินไปได้ค่อนชาม ยังเหลืออีกไม่น้อยเหมือนกัน แต่กินต่อไปไม่ไหวแล้ว
	ป้าแกมองแบบแปลกๆ ไม่เป็นไรนะป้า เราคงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
	เรื่องบะหมี่โอกินาว่านี่ต้องต่ออีกสักนิด เพราะเขาไม่เหมือนที่อื่อนก็
ตรงมีน้ำส้มพริกดองให้ด้วย  พริกเป้นเม็ดๆเลยดองไว้ในขวด  เทเอาออกมาแต่น้ำ  
กลิ่นน้ำส้มค่อนข้างฉุนเฉียว และมีรสเผ็ดด้วย
	น้ำส้มพริกดองนี้มีวางขายทั่วไปตามร้าน นัยว่าเป็นของพิเศษอีก
อย่างหนึ่งของโอกินาว่า
	มาเที่ยวนี้รู้มาอีกอย่างว่า สำหรับคนญี่ปุ่นโดยทั่วไป โอกินาว่ามี
อะไรพิเศษๆเยอะในเรื่องอาหารการกิน มีคนที่นี่นินทาให้ฟังว่า  ราวกับว่า
อาหารที่โอกินาว่ากินมีอยู่ที่เดียวในโลก ทั้งๆที่ประเทศอื่นๆในเอเชียก็มีเหมือนกัน 
แต่คนญี่ปุ่นมันไม่รู้เอง
	ยกตัวอย่างเช่น มะระ หรือ ผัดผักรวม 
	เผือก...ใช่ เผือกจริงๆ ไอ้นี่คนโอกินาว่าใช้แทนมันฝรั่ง 
	หรือขาหมูอันขึ้นชื่อของโอกินาว่า ซึ่งมีหลายแบบ ทั้งขาหมูย่าง
 ต้มจับฉ่ายขาหมู  ขาหมูพะโล้  หรือ หัวหมู
	สำหรับคนไทย แล้ว พวกนี้ธรรมดามาก แต่คนญี่ปุ่นไม่เลย
	เขางัดเอาออกมาเป็นของพิเศษไว้โฆษณาประชาสัมพันธ์หมด 
	เรื่องโฆษณาประชาสัมพันธ์ของญี่ปุ่นนี่ก็เยี่ยมยอด
ไปที่ไหนก็จะมีโบร์ชัวร์แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวของที่นั่น 
อาหารการกิน และศิลปวัฒนธรรม ผลิตภัณฑ์ของ
ท้องถิ่น มีหมดนะครับไม่ว่าจะไปในระดับพรีเฟคเจอร์ 
หรือ ระดับหมู่บ้านที่มีคนไม่กี่พันคน
	เป็นของดีที่น่าเอาอย่าง
	กลับมาที่โรงแรม น้าออกไปเดินเล่นถนนสายช็อปปิ้งเหมือนเดิม  วันนี้
เป็นวันศุกร์ คนเลยเยอะมาก วัยรุ่นที่มาเที่ยวกฌเยอะแยะไปหมด บางทีไม่ทำอะไร 
นั่งเล่นมันข้างถนนนั่นแหละ
	น้าเดินเพื่อจะหาร้านที่มีแจ๊คโทรศัพท์ขายด้วย เพราะที่โรงแรมมัน
เป็นสายลอดมาจากใต้พื้น พยายามงัดๆดแล้วไม่ได้
แต่เดินไปกลับจนเกือบสุดสายก็ไม่มี  วันนี้เลยต่อเน็ตไม่ได้
	ก็ดีไปอย่าง กลับมาโรงแรมอีกทีห้าทุ่มกว่า อ่านหนังสือแล้วก็เข้านอน
	แต่ตามฟอร์ม ตื่นขึ้นมาตอนตีสาม หลับไม่ลง ตอกเบียร์ลงไปอีกครึ่งกระป๋อง
	แล้วล้มตัวลงนอนต่อไปอีก 

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก