บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ
๒๒  สิงหาคม ๒๕๔๓ 
ทาการะ...ธุรกิจกับสิ่งแวดล้อม

ออกจากหอสายโด่ง ไปลงที่ฮิกาชิ กินซ่า 
เดินไปชิมบาชิ เข้าธนาคารกดเงินออกมาเกลี้ยงบัญชี เป็นการปิดท้าย เดินกลับไปสำนักงาน 
เหงื่อแตกยังกับไปอาบน้ำมา  เสร็จแล้วรับไปกินข้าวเช้าบวกกลางวัน รอเวลาไปบริษัท 
ทาการะ ไม่ไกลเท่าไรนัก
	อูเอโนะซัง ถามหากรมธรรมธ์  แหะๆ ลืม
	แล้วเอาเวลาเครื่องบินมาให้ดู  เราอยากกลับการบินไทยมากกว่าสายอื่น 
ชาตินิยมนิดหน่อย อีกอย่างเราไม่เคยเจออะไรเลวร้ายจากการบินไทย  ที่เคยเจอคือ
ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ตอนบินระหว่างรัฐในอเมริกา  ไอ้นั่น ดิสคริมมิเนชั่นเลย ช่างมันๆ
	การบินไทยดันมีแค่สองเที่ยว เช้า กับ ค่ำ สุดท้ายเลือกเอาค่ำ เพราะจะได้ไม่
ต้องแหกขี้ตาตื่น 
	บ่ายโมงครึ่ง ออกจากสำงานไปปรากฏกายที่บริษัท ทาการะ อยู่แถว นิออมบาชิ  
เป็นบริษัทผลิตเบียร์  เครื่องดื่ม เครื่องปรุงอาหาร  ที่มาก็เพราะคาโนะซังแห่งเจบิคอีกเหมือนเดิม
	มาเพราะว่า บริษัทนี้เขาทำเรื่องสิ่งแวดล้อม ที่เรียกว่า เอ็นไวรอนเมนต์ แอคเคาน์ติ้ง  
งบดุลบัญชีของบริษัททั่วๆไปเขาจะมีตัวเลขแดง กับ ดำ  ถ้ามาทำแบบนี้ มีเขียวเข้าไปด้วย
	เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเข้าใจยากและซับซ้อน จะลองอธิบายสไตล์น้าตู่นะ
	ในการผลิตเบียร์ สาเก และอื่นๆที่เขาผลิตขาย มันจะมีสิ่งที่ไปเอามาจากธรรมชาติ 
เช่น น้ำ วัตถุดิบ ไฟฟ้า ฯลฯ และมีสิ่งที่เป็นกากหรือของเสียคืนให้ธรรมชาติเยอะแยะ เช่น น้ำเสีย 
อากาศเสีย  พลาสติกไม่ย่อยสลาย
	ทาการะต้องการให้เอามาจากธรรมชาติให้น้อยที่สุดและคืนของเสียให้ธรรมชาติน้อยที่สุด
	การปรับปรุงทางด้านขบวนการผลิตให้มันใช้ทรัพยากรน้อยเท่าที่จะน้อยได้  อันนั้นหนึ่ง 
ยุ่งยากไม่ต้องลงรายละเอียดนะ  แต่ด้านที่ส่งของเสียออกมาน้อยที่สุดนี่เข้าใจง่ายกว่า 
	โรงหมักเบียร์ สาเกนี่ มันจะมีน้ำเสียออกมา ธรรมดาเขาก็ทิ้งทะเลกัน คงมีการบำบัดกัน
ก่อน แต่มันไม่พอ  มันยังมีกากอีก เขาคิดค้นกระบวนการเอาไอ้กากนี่ไปทำปูนซีเมนต์  เพราะฉะนั้น
ของเสียก็ไม่ต้องทิ้ง
	ถัดมาอีกตัวอย่าง เดี๋ยวนี้เขาติดตั้งเครื่องขายเหล้าญี่ปุ่นอยู่ตามร้านต่างๆ ๑,๖๐๐ จุด 
ใครจะซื้อเหล้าก็เอาขวดไปเกิดก๊อกรินเอา  วิธีนี้ ขวดก็ไม่ต้องมาผลิตเพิ่ม ราคาก็ถูกลง
	อีกตัวอย่าง ขวดแก้วที่ใช้ใส่เหล้าเบียนสาเกนี่มันเยอะแยะ พวกสีขาวกับสีน้ำตาล เขาว่า
มันเอาไปรีไซเคิ่ลง่าย แต่สีสันอื่นๆ ยาก  สิ่งที่เขาทำก็คือเอาขวดแก้วพวกนี้ไปทำแผ่นกระเบื้อง ปูพื้น 
ปูผนัง  ไอเดียนี้วิเศษจริงๆ  ตั้งบริษัทต่างหากขึ้นมาทำเลยนะ แล้วก็ตอนนี้กระเบื้องที่ออกมาจากเศษแก้ว 
ใช้ในสำนักงานใหญ่ และอาการมากมายของเขา
	พวกพลาสติคอะไรนั่นก็คงรู้ๆกันอยู่  เก็บกลับมารีไซเคิ่ล  แต่เขาคิดละเอียด  ขวดพลาสติค
แบบมีที่จับ ตรงมที่จับมันเป้นอุปสรรคต่อการรีไซเคิ่ล เขาก็คิดค้นและออกแบบมันเสียใหม่  แบบนี้เป็นต้น
	ไอ้ที่เล่าๆมานี้มาเป็น เอ็นไวรอนเมนต์ แอคเคาน์ติ้ง ก็ตรงที่ เขาร่วมมือกับนักวิชาการ
และเอ็นจีโอ สร้างมาตรฐานสำหรับการวัดผล มีหน่วยเป็น อีโค ยิ่งออกมามากเท่าไรยิ่งดีเท่านั้น  
	แล้วเปิดเผยต่อสาธารณชน  
	หน่วยอีโคออกมาคือสิ่งที่สังคมและธรรมชาติได้รับ  ส่วนหน่วยที่เขาจ่ายไปคือเม็ดเงิน
 ปีที่แล้วราวๆ ๘๐๐ กว่าล้านเยน
	แต่เขาเชื่อว่า ธุรกิจอย่างของเขามันต้องการสิ่งแวดล้อมที่ดี ต้องการน้ำสะอาด 
ต้องการธรรมชาติอันสดชื่นบริสุทธิ์  สาเกจะเลิศได้อย่างไรถ้าน้ำเสีย  เขาคิดของเขาแบบนี้
	ทุกธุรกิจก็ควรจะต้องการแบบนี้เหมือนกัน
	ทาการะ พิสุจน์ให้เห็นด้วยว่าธุรกิจซึ่งเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นไปได้ 
นอกจากเอื้อประโยชน์ต่อโลก สิ่งแวดล้อม และต่อผู้บริโภคแล้ว  ยังเอื้อต่อตัวธุรกิจเอง ทำไป
ทำมามันลดต้นทุนเขาไปด้วยแทนที่จะเพิ่ม  อย่างเช่น เครื่องขายเหล้า เป็นต้น
	เข้าท่าๆ 
	ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ใจด้วยหรือเปล่า  ในอเมริกาเท่าที่ติดตามเรื่องธุรกิจกับสิ่งแวดล้อมมา 
ดูเหมือนไม่ประสบความสำเร็จ อาจจะเพราะมันไม่ได้มีใจจริงต่อสิ่งแวดล้อมด้วยนิสัยฉาบฉวย
มาร์เก็ตติ้งยันเต
	ทาการะ นี่เป็นบริษัทที่ทำเรื่องสิ่งแวดล้อมมานานราวยี่สิบปี เริ่มจากการรณรงค์เรื่อง 
ปลาแซลมอน คืน ธรรมชาติให้ปลาแซลมอน ฉลากขวดเหล้าเขารณรงค์เรื่องนี้ และมีกิจกรรมอื่นๆ
ตามมาเรื่อยๆ  อย่างเช่น ร่วมมือกับเอ็นจีโอ ฟื้นฟูแม่น้ำชิมาโตะ 
	ชอบก็ตรงที่ เขาประสานกับพวกเอ็นจีโอทางด้านสิ่งแวดล้อม แทนที่จะจ้องกัดกัน
แล้วอะไรไปไม่ถึงไหน แบบบ้านเรา
	หลายครั้งน้าเป็นคนประเภทชอบไปกัดกับชาวบ้านเขาเหมือนกัน
	แล้วก็มานั่งนึกถึงลูก เออ จับเข่าคุยกันดีๆ มันได้อะไรมากกว่าเยอะเลย
	กอร์ดอน มัวร์  หนึ่งในผู้ก่อตั้ง อินเทล ก็กำลังทำแบบเดียวกันนี้กับพวกบริษัท
ป่าไม้ในอเมซอน คือ ใช้วิธีเกลี้ยกล่อมชักชวน แทนที่จะโจมตีๆ สำเร็จบางส่วนเหมือนกัน 
เริ่มยอกรับเรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ แทนที่จะตะบันปลูกแต่ยูคาลิปตัสลูกเดียว 
	เลิกจากชั้นห้า ทาการะ ลงมาข้างล่าง แวะเข้าร้านไวน์ ของเขา เดิมเขาจะมีไวน์
แนะนำทุกวัน ฟรี  แต่ พอฟรี แล้วมีปัญหา เดี๋ยวนี้ก็เลยคิดเงิน ไม่แพง 
	จิบไวน์ไป คุยกันไปนิดหน่อย คาโนะซังเดินมากระซิบบอกว่า นี่ๆ วันหลังเราที่นี่กัน
อีกนะ...จิบไวน์ตอนเย็นแล้วก็ไปกินข้าวอีกร้านข้างๆ
	ฮ่า..เจ๊แกเป็นคนที่มีความสุขกับทุกสิ่งจนน่าอิจฉา  น้าเหลือเวลาอีกแค่เก้าวันเอง
ยังจะชวนมาสวีทอีก นั่งดูโปรแกรมของตัวเองก็แทบไม่เหลือเวลาแล้ว  
	จะเจอเจ๊แกอีกทีก็วันอังคารหน้า ๒๙ สิงหาคม  วันนั้นทากากิซัง พ่อจอมชี้จะ
มาร่วมวงด้วย แต่งานั้นไม่กลัวคำถาม เพราะ คาโนะซังเป็นจอมจ้ออยู่แล้ว ต้องรอดแน่นอน
	แยกย้ายกันตอนสี่โมงเย็น  อูชิยามะซัง กลับสำนักงาน น้าขอเดินเล่นแถวนี้ 
ไว้พรุ่งนี้คุยกัน
	เขาว่ามีคำถามอยากจะถาม
	อิอิ.....ภายใต้รัฐธรรมนูญ ข้าพเจ้ามีสิทธิไม่ตอบ
	อ่อนระโหยกลับมาหอ  นั่งทำไรต่ออะไร  ซื้อข้าวผัดมา แต่กินไม่ลง 
	แล้วก็นอนน่ะสิครับ
 

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก