บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ
๒๓  สิงหาคม ๒๕๔๓ 
วันเผด็จศึก

อันที่จริงเหลืออีกไม่กี่วันจะกลับบ้านแล้ว 
ไม่มีโปรแกรมก็อยากจะตะลอนๆไปเรื่อยๆ แทนที่จะเข้าไปนั่งในสำนักงาน ซึ่งที่จริงถ้า
จะไปได้เหมือนกัน  แต่ว่ามีนัดกับอูชิยามะซัง เขามีอะไรอยากจะถาม ตกลงวันนี้ก็เลย
ไปสำนักงานตามฟอร์ม แต่ไปสายโด่ เพราะวันก่อนนอนน้อยอีก 
	ไปสวนกับอูชิยามะซังตอนจะขึ้นตึก  เขามีนักข้างนอก เราก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร
วันนี้จะรอจนกกว่าท่านจะกลับมา จะได้หมดเรื่องหมดราว
	ขึ้นสำนักงานไปข้าวปลาไม่ได้กิน เกิดนึกเฮี้ยนจะทำเว็บบอร์ดเล่นมั่ง ก็เลยเข้าไป
เอาซอร์สโค้ดมาจากไทยมิสค์ เว็บไซต์เด็กไทยที่มีอะไรดีๆเยอะ เหมาะสำหรับพวกลูกอีช่างทำ
ทั้งหลาย น้องหมวยที่รักเธอแนะนำมาอีกที เอ้าบอกที่อยู่เขาไว้ด้วยเลย  www.thaimisc.com  
	อีนที่จริงมีต้นฉบับที่ควรจะเขียนๆซะให้มันเสร็จๆหลายชิ้น แต่ก็เนี่ยนิสัย แหมะอยู่
กับโต๊ะ ข้าวปลาไม่กิน โม่กับไอ้เจ้าเว็บบอร์ด โม่แบบมั่วๆไปเรื่อย เหนื่อยก็ไม่พัก เลยไม่ค่อยได้
เจรจากับใครบนไอซีคิว ยกเว้นเจ้าโมเมคนเดียว เพราะเขามาช่วยดูแลเว็บบอร์ดที่น้ากำลังลองทำ 
	โมเมคือคนที่ทำโฮมเพจไครซิสให้พี่เปี๋ยม และกำลังปั่นเว็บสมุดไทให้แม่ส้ม
เขาอีก ได้จ๊อบยาวเลยงานนี้  ยินดีด้วย
	ราวบ่ายสองบ่ายสาม จำเวลาไม่ได้เหมือนกัน  อูชิยามะซังกลับเข้ามาในสำนักงาน 
สักพักก็มาคุยกัน
	นึกว่าจะมีอะไร ไม่มีหรอก เขาบอกว่าบทความที่เขียนน่ะแปลเป็นญี่ปุ่นแล้วยาวเกิน 
ต้องตัดออก เกือบครึ่งแน่ะ  โธ่ พ่อจอมชี้ดันบอกมาได้ว่าสองแผ่นเอสี่ เสียเวลาทำมาหากินไปฟรีๆ
ตั้งนาน
	อูชิยามาซะชี้ให้ดูแล้วบอกว่ราตัดตรงโน้นตรงนี้ตรงนั้นเป็นอะไรไหม ....ไม่เป็นหรอกครับ 
เรื่องของท่าน ยังไงเราก็ไม่ได้อ่านอยู่แล้ว 
	จากนั้นก็ต่ออีกเรื่อง ความเข้าใจเรื่องไอซีคิวอีกแล้ว  เขาไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร 
แล้วถ้าใช้สื่อสารไได้อย่างนี้ออฟฟิศเขาในต่างประเทศก็น่าจะใช้  ประหยัดดี  ก็ใช่น่ะสิเพ่  
นี่แหละประเด็นละ 
	สำนักงานเพ่ยังใช้โทรศัพท์หมุนโมเด็มต่อเน็ตอยู่เลย แทนที่จะใช้ไอเอสดีเอ็น 
 แล้วก็บ่นว่าค่าโทรศัพท์แพง ของดีมีไม่รู้จักใช้  คุยกันนิดหน่อยเรื่องทำไมคนญี่ปุ่นไม่ค่อยใช้
อินเทอร์เน็ต ไม่รู้จักไอซีคิว  เขาถามว่าเพราะอะไร
	น้าก็ตอบไม่ถูก รู้แต่ว่าคนญี่ปุ่นเรื่องเน็ตเขายังไม่ไปไกลนัก อาจจะค่าโทรศัพท์
ที่คิดตามเวลาก็ได้ทำให้เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยใช้กันเท่าไร เด็กมันไปสนุกกับเกมและฮัลโหลมือถือ
กันมากกว่า ไม่ก็เอาเวลาว่างออกมาร่อนตามถนนในย่านดังๆ 
	คิดว่างั้นนะ จริงๆคือไม่รู้หรอกว่าทำไม
	อีกสองอย่างที่อูชิยามะซังบอกให้ทำคือ เอาบทความที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษ
ให้สั้นลงอีกหน่อย เขาจะลงในอาซาฮี อีฟนิ่ง นิวส์  ความจริงก็น่าจะตัดเองไปเลยหมดเรื่อง 
เสียเวลาเราอีก
	และ ต้องเขียนอีกชิ้นหนึ่งไม่ยาวลงจดหมายข่าวภายในของอาซาฮี ชิมบุน  
	จบ
	นึกว่าจะต้องเผด็จศึกอะไรกัน  ไม่มีหรอก หลอกให้ลุ้นเล่นๆเท่านั้นเอง  มีนัดกับ
เจ้านายใหญ่เขาวันอังคารหน้า ขอเขาเองแหละ เพราะพรุ่งนี้และมะรืนไม่ว่าง วันจันทร์หน้าก็
อาจจะฟูจิซังกับทิพย์และเพื่อนและพ่อเพื่อน ยังไม่รู้รายละเอียด
	เลิกคุยกันก็มานั่งโม่เว็บบอร์ดต่อ มันหงุดหงิดนะเวลาทำอะไรแล้วไม่สำเร็จ
เนี่ย  มีโมเมช่วยดูให้ แต่ก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายเพิ่งถึงบางอ้อ  มีไฟล์สำคัญที่ต้องจัดการก่อน  
โปรแกรมมันไม่มีคู่มือเลยงงนิดหน่อย 
	คาดว่าหายงง แต่อาจจะทำไม่ได้ต่อไปอีกก็ได้ ใครจะรู้
	ราวห้าโมงเย็น พี่อ้วนโอโนะซังเข้ามา เลยให้เบอร์โทรศัพท์ฮุ้ยไป  เขาอยาก
ตามเรื่องคนไทยที่มาทำงานด้านไอทีในญี่ปุ่น  เขาบอกว่าไม่คิดมาก่อนมาว่าแรงงาน
มันสมองจากเอเชียจะมีในญี่ปุ่นไม่น้อย  แล้วบอกว่าวันนี้ไปเจอนักศึกษาไทยคนหนึ่ง 
มาเรียนที่นี่ ก่อนหน้านี้เคยทำงานให้อาซาฮี ชิมบุนในเมืองไทยด้วย ดูเหมือนจะชื่อเล่นว่าโก้  
เขาบอกว่าเขารู้จักชื่อน้า
	พี่อ้วนเลยบอกว่า “ฮี เซด แดท ยู อาร์ วัน ออฟ เดอะ โมสต์ เฟมัส ไรเตอร์ อเบาท์ ไอที”  
แล้วบอกว่าเขาได้เอ่านเรื่องฉี่วัวมหัศจรรย์ของน้าเมื่อเร็วๆนี้  
	เกินไปหน่อย ๆ  ท่าทางชักจะยุ่งๆ เพราะอูชิยามะซังได้ยินบทสนทนาด้วย  
เดินเอาหนังสือพิมพ์ที่น้องๆจากประชาชาติรวบรวมส่งมาให้ มาเปิดดู  ก็เอาคอลัมน์ที่
เขียนๆให้เขาน่ะ
	ท่านพ่อเขาเพิ่มเติมว่า ต้องการทุกชิ้นเลยที่เขียนเกี่ยวกับญี่ปุ่น ของจริงนะ 
...เอาละซีวะ  ง่ายซะที่ไหน เลยอ้อมแอ้มบอกไปว่า ไว้กลับมาเมืองไทยจะรวบรวมส่งมาให้อีกที 
	อูชิยามะซังบอกว่า ช่วยสรุปย่อมาด้วย และช่วยแนะนำว่าชิ้นไหนควรจะแปลเป็นภาษาญี่ปุ่น 
	เรื่องมากชิปโป้งเลย  เคยบอกไปแล้วว่า มันคงยากเพราะที่เราเขียนๆน่ะ มันสำหรับ
คนอ่านที่เป็นคนไทยโดยเฉพาะ และ ที่ไม่ได้บอก บางชิ้น แอบด่าญี่ปุ่นไปด้วย ฮ่า
	เกือบหกโมงเย็น  ลาจากสำนักงาน บอกเขาว่าเราจะไม่เข้ามาสองวัน ไปเจอกัน
โน่นวันจันทร์  
	พรุ่งนี้จะไปเดินตามสายน้ำ วันถัดไปไปดู ดีไอวาย เอ็กซ์โป
	เดินทางกลับหอ  แวะซื้อปลากับไข่ตุ๋นมากิน  แล้วก็....ไม่อยากบอก มานั่งออนไลน์อีก
สี่ชั่วโมงได้มั้ง  เริ่มจากเข้าไปยุ่งๆกับเว็บบอร์ดอีกแล้ว ไม่สำเร็จ ช่างมัน สามทุ่มกว่า อี-แฟมิลี
มาแล้ว  วันนี้คุยกันสนุกสนาน หลายเรื่องราว  บอกไปว่าซื้อตุ๊กตาให้ฟ้าได้แล้วตัวหนึ่ง แต่ไม่ใช่
ลิกกะจัง  เป็นซากุระ การ์ตูนซากุระนี่เด็กติดกันน่าดูเลยนะ ฟ้าชอบมาก คลั่งไคล้
	เล่าเรื่องตุ๊กตา แม่ก้อยบอกว่ามีเด็กผู้หญิงแอบมานั่งยิ้มอยู่ข้างๆ 
	ถามว่า ฟ้า ไม่อยากคุยกับพ่อมั่งเหรอ  แม่พากย์ว่า ฟ้าส่ายหัว หมายถึง
ไม่มีความคิดเห็น
	แต่สุดท้ายก็เข้ามาคุยเล่นกับพ่อเป็นที่สนุกสนาน มีปัญหามาทายเพียบ 
เอ้อ...รู้มั้ย อันไหนแตกต่าง มี  ช้าง ไก่ คน...นี่มาเลย  
	น้าลองแหย่เล่น(อีกแล้ว) ให้ทายว่ากลับถึงบ้านจะทำอะไรก่อนอื่น....ฟ้าตอบว่า 
กอดลูก  แม่นจัง
	แต่แม่ก้อยดันถามต่อว่า จะกอดใครก่อน.. ไอ้เราก็นั่งติดคำตอบสักพัก  
ตอบไปว่า กอดลูกชาย  แม่ก้อยสวนมาว่า ตอบแบบนี้เดี๋ยวฟ้าร้องไห้อีกนะ
	และแล้ว คุณปรายของเราก็เข้ามาที่ไมค์ ถามว่า ทำไมล้า....หมายถึงทำไม
กอดลูกชายก่อน
	อันนี้ต้องตัดบท เอ้าตกลงกอดพร้อมกันเลย ยังนอนห้องเดียวกันหมดใช่มั้ย ...ช่าย  
น่าขายบ้านย้ายไปเช่าคอนโดมิเนียมอยู่จริงๆคนบ้านนี้
	ฟ้าถามอีกว่า พ่อ กลับมาแล้วจะนอนที่ไหน
	คำตอบก็คือ นอนที่เดิม....อยู่บ้านนี้มาห้าปี นอนมันแต่ชั้นล่าง ซึ่งไม่ใช่ห้องนอน 
เป็นห้องโถง ห้องรับแขกน่ะ  มีลูกสลับมานอนเป็นเพื่อนบ้าง แต่บางทีก็ไม่สลับ สามพ่อลูกนอน
มันข้างล่างนั่นแหละ แม่ก้อยเลยนอนคนเดียวข้างบน แล้วเวลาเราไปนอนด้วยกับเขา เราก็ไม่
ค่อยหลับ เขาก็เหมือนกัน มันไม่คุ้น  
	บางทีลูกสาวไล่ลงมาอีก เพราะพ่อนอนกรน  ทีมานอนข้างล่างกับน้าไม่เห็นบ่น
	ดีจังวุ้ย
	อ้อ ต้องรายงานอีกหน่อย  ลูกชายเขาจะเอาโมเดล เราก็บอกแล้วว่าหาให้ไม่ได้จริงๆ 
ยังไม่เห็นน่ะ แต่จะพยายาม ถ้ามันไม่ได้ ไปซื้อเอาที่เมืองไทยก็แล้วกัน ยินดีซื้อให้ 
	ไม่ซื้อได้ไง  มีแต่ของฝากให้ปรายฟ้า ยังไม่มีของฝากลูกชายเลย   คุยกันจน
หมดกรุ ร่ำลาไปนอน
	เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปเดินตามสายน้ำกันอีกที ...โปรดติดตาม
 

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก