บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ

๒๓ กรกฎาคม ๒๕๔๓      ปิดฉากจีแปด 

เช้าวันนี้ ไปกินข้าว เลือกอาหารญี่ปุ่น 
กินได้ดีกว่าเมื่อวาน  แต่มันก็พื้นๆเต็มที ข้าว ซุป ปลาทูย่าง ถั่วเน่า ไข่ต้ม กินอิ่ม
ก็ออกไปข้างนอก เหมือนเดิม นั่งแท็กซี่ไปนาโก้  ไปแวะดูศูนยืประชุมก่อน วันนี้วัน
สุดท้ายของการประชุมจีแปดแล้ว ช่วงเช้าไม่มีอะไรแถลง  เลยไปศูนย์เอ็นจีโอ
	ที่ศูนย์เเอ็นจีโอ ตอนสิบเอ็ดโมง เขาแถลงเรื่องผลกระทบจากฐานทัพ
แห่งใหม่ต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปลาพะยูน
ญานทัพใหม่ที่จะย้ายมาสร้างในทะเลที่นี่ ชางบ้านเขาคัดค้านกันมาก แต่ไม่สำเร็จ 
เพราะรัฐบาบท้องถิ่นระดับเมือง ระดับ พรีเฟคเจอร์ และรัฐบาลกลางไม่ฟังเสียงชาวบ้าน
	เขาว่ามันจะส่งผลกระทบต่อปลาพะยูน ซึ่งมีอยู่ไม่มากนักแถวนั้น มันเป็น
แหล่งของปลาพะยูน
	รัฐบาลประเทศไหนในโลกฟังเสียงชาวบ้านมั่ง..ถามจริงๆ
	ความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ เฉพาะประเด็นปลาพะยูนเพิ่งเริ่มมาได้ราว
ปีครึ่ง ในแง่ของการจัดตั้งองค์กรของชาวบ้านขึ้นมาเคลื่อนไหว  
	ในการประชุมจีแปด  ไม่มีการให้ความสนใจกับความเคลื่อนไหว
ของชาวบ้านเลย  ที่ศูนย์เอ็นจีโอนี่ก็ไม่มีนักข่าวต่างประเทศมาให้ความสนใจ 
ศิลปินคนหนึ่งที่มาร่วมอภิปรายด้วย พูดเรื่องนี้ น้าก็ยิ้มแหยๆ
	ตกลงมีเราคนเดียวแถมมาที่นี่ตั้งสองวัน
	หลังจากเขาอภิปรายกันเสร็จ ก็ไปนั่งคุยกับเอ็นจีโอที่ทำเรื่องนี้ 
เขาติดต่อประสานงานกับหลายประเทศ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือกับพวกอนุรักษ์
ปลาพะยูนที่จังหวัดตรังด้วย
	แต่ถามว่าเอ็นจีโอไหน เขาตอบไม่ได้ มันจำภาษาไทยไม่ได้น่ะ
	คุยกันเสร็จ ก็จะกลับไปหาข้าวกิน ลงมาข้างล่าง นักข่าวโอกินาว่าไทม์
ตามมาอีก ขอคุยด้วนิดหน่อย เพราะน้าเป็นนักข่าวต่างชาติคนเดียวที่มาที่นี่  เอ็นจีโอ
ท้องถิ่นไม่มีคนสนใจ ไปสนใจกันแต่ไอ้เอ็นจีโอข้ามประเทศอย่าง กรีนพีซ หรือ WWF
	สำหรับน้า ชอบอะไรที่ชาวบ้านตื่นขึ้นมาทำเองมากกว่า
	เรามันชาวอนาธิปัตย์ที่เชื่อว่าอำนาจรัฐคือสิ่งชั่วร้าย  ร้ายไม่ร้ายดูเอาใน
ประเทศไทยก็แล้วกัน 
	คุยกันได้สักพักก็นั่งแท็กซี่ไปหาข้าวกิน แท็กซี่พาไปร้านที่บอกว่าอร่อย  
ร้านอาหารโอกินาว่า ถ้าเป้นข้างนอกออกมา สไตล์แบบร้านอาหารไทย  แม้จะติดแอร์ 
แต่กระจกเขาจะขาวโล่ง มองออกไปข้างนอกไม่อึดอัด 
	สั่งบะหมี่มากินเหมือนเดิม อยากได้บะหมี่กระดูกหมู แต่ทากากินซังมันไม่
ยอมสั่งให้ เลยได้บะหมี่หมูสามชั้นมากินแทนชามธรรมดา ไม่พิเศษ
	ก็อร่อยดี
	กินเสร็จกลับไปที่ศูนย์  นายกฯโมริมาแถลงปิดข่าว ไม่มีอะไรน่าประทับใจ
แป๊บเดียวก็เสร็จ
	จากนั้นมารอขบวนท่านๆ กว่าจะออกมาได้ก็โน่น เกือบสี่โมงเย็น มาถึงไม่มี
อะไรแล้ว ทากากิซังจะไปไหนก็ไม่รู้  ตอนแรกว่าจะไปทะเล แต่อากาศไม่ดี เลยต่างคนต่างไป 
	เราก็ไม่รู้จะไปไหน เดินเล่นไปเรื่อยๆ  มาเจอกันตอนค่ำอีกทีไปหาข้าวกิน
	เดินออกไป ทากากิซังบอกอยากซื้อของฝากลูกฝากเมีย น้าเลยแนะนำบอก
ไปเดินฟากโน้นดีกว่า พี่แกเดินไม่มีพิถีพิถัน เข้าร้านแรก ก็จิ้มๆเอา สร้อยคอสามเส้น 
เมียหนึ่งเส้น ลูกสองเส้น แกมีลูกสาวฝาแฝดน่ะ 
	เดินไปอีกหน่อยเจอร้านขายเสื้อยืด เอาอีก สองตัว
	น้าไม่ได้อะไรเลย ไม่นึกว่ามันจะซื้อของโคตรง่ายแบบนี้
	ซื้อเสร็จก็กินข้าว ร้านแถวๆนั้น  วันนี้สั่งขาหมูย่าง ถูกน่าดู  
สองท่อนใหญ่ๆ ราคาแค่เกือบๆสองร้อยบาท นั่งกินไปเรื่อย
มีอย่างอื่นอีกนิดหน่อย  ตอนหลังทากากิซังขอขาหมูอีกท่อนไปกิน กินแล้วบอกว่า
 อร่อยแฮะ  เคยกินที่โตเกียวแล้วไม่อร่อย
	น้าว่าที่โตเกียวมันคงผสมซอสอะไรต่ออะไรเข้าไปจนเลี่ยน  แต่ร้านนี้
เขาย่างแบบมีรสเค็มๆของเกลือเท่านั้น อ้อ..ต้องต้มให้เปื่อยก่อนแล้วค่อยมาย่างนะครับ
	ไม่งั้นแทะกันฟันหลุดแน่
	กินเสร็จต่างคนต่างไปเหมือนเดิม   เดินเล่นเพลินๆ  ถนนสายนี้มี
หมอดูไม่น้อยเลยเชียว พวกผู้หญิงชอบไปนั่งให้หมอดู  ดูลายมือน่ะ
	ขากลับแวะซื้อหินมาก้อนหนึ่ง  มีภาษาญี่ปุ่นเขียนบนหิน ชาวโอกินาว่า
เชื่อว่านี่คือสิ่งที่จะปกปักรักษาให้ปลอดจากวิญญาณชั่วร้าย  ตามบ้านหรือซอยเก่าๆ
 บางทีก็จะเห็นหินลักษณะคล้ายๆกันนี้ติดอยู่
	ของน้ามันอันเล็กเท่าฝ่ามือเอง
	มาเที่ยวนี้ไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย นอกหินก้อนเดียว
	อ้อ วันนี้ตอนอยู่ที่ศูนย์ประชุม ซื้อของจกาที่นั่นมาด้วย มีซีดีเพลงโอกินาว่า 
แผ่นหนึ่ง ที่ดีดชาชินทำจากเขาควาย และสายชาชินสามสาย  ตอนคิดเงิน งงๆ มัน
เกือบหมื่นเยน
	ก็เลยถามเขาให้ลองคิดดูใหม่  ลดลงมาเหลือห้าพันเยน
	จ่ายเงินไปแล้วกลับมาที่โรงแรม ดูของ ก็ยังเห็นว่ามันคิดราคาเราเกินไป
ตั้งเยอะอีก มันควรจะแค่สามพันกว่าเท่านั้นเอง
	สงสัยว่านี่ตั้งใจโกงกันหรือไม่ตั้งใจ
	ไม่มีอะไรจะแก้ข้อสังสัยได้แล้ว  เพราะงานเลี้ยงเลิกรา พรุ่งนี้กลับบ้าน เอ๊ย หอ
	ต่อเน็ตก่อนนอน อี-แฟมิลี หายจ้อยเลยแฮะ

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก