บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ
๒๔  สิงหาคม ๒๕๔๓ 
เดินไปตามสายน้ำ หมายเลข ๖

บอกอูชิยามะซังไว้ว่าวันนี้จะไปเดินแม่น้ำทามะ 
ความจริงมั่วๆไปงั้นแหละ เพราะยังไม่ได้พิจารณาเส้นทางการเดินเลย เพิ่งมาเปิดดูเอาวันนี้
ตอนเช้าตรู่ ตีสี่กว่าๆ  มันตื่นขึ้นมา ช่วยไม่ได้  นั่งเปิดแผนที่ และคู่มือ ได้เส้นทาง ทามากาวะ 
โจชุย มา ดูแล้วสะดวกดี ขึ้นรถไฟไปไม่ต้องต่อรถบัสให้งง
	อาบน้ำอาบท่า ข้าวปลาไม่ได้กิน สรุปคือ เมื่อวานไม่ได้มีข้าวลงท้องเลย นอกจาก
ปลาย่างกับไข่ตุ๋น  แต่งตัวอย่างเริด เอาของใส่เป้  ออกจากหอก่อนสิบโมงเล็กน้อย
	นั่งซับเวย์ไปถึงชินจูกุ  สถานีอันคุ้นเคย  แต่ครั้งนี้  ไม่ได้ไปทางโอเมะ เหมือนทุกที
อีกแล้ว ต้องไปต่อรถไฟสายเซบุ ชินจูกุ  
	ถึงชินจูกุ ท้องมันเรียกร้องข้าวเช้า  ความรู้สึกภายในบอกว่าข้าวต้มร้อนๆ ซึ่งไม่มี
ทางหาได้หรอก ยาก  สู้ในเมกาไม่ได้ เช้าๆ ไปไชน่าทาวน์ ล่อโจ๊กกับปาท่องโก๋ได้เลย   ถ้ามี
ไชน่าทาวน์นะ
	แวะเข้าร้านบะหมี่ใต้สถานีนั่นแหละ  ดูไม่ออก   อยากได้บะหมี่ร้อนๆ  กดตั๋วไปร้อย
กว่าบาท แบบมั่วเอา ดันมาเป็นบะหมี่เย็น กินแล้วจะอ้วกเหมือนกัน แต่ทนกินไปจนหมดชาม  
ไอ้บะหมี่เย็นที่ กินที่ไหนๆ  น้ำซุปหรือน้ำซอสมันรสชาติเหมือนกันทั่วประเทศเลย ทั่วเท่าที่ไป
มาน่ะนะ ต่างกันก็แค่เส้น หรือ ผักที่เขาใส่  
	มีอยู่ที่แตกต่างหน่อย ดูเหมือนจะตอนไปฮิโรชิมาหรือไงนี่แหละ ร้านบะหมี่ดัง 
บะหมี่เย็น แต่มาจากคิวชิว  น้ำซอสเขาใส่พริกเข้มมาเลย  แดงแจ๋  รสชาติก็..อิอิ  กินได้
ไม่อร่อย 
	หลังจากเสร็จมื้อเช้าจำเป็น  ก็เดินไปตามที่เขาบอก เพราะต้องไปชินจูกุไลน์   
ไม่ใช่ชูโอะ ไลน์เหมือนทุกครั้ง  นี่แหลที่มันชวนงง เดินใต้ดินตามป้ายที่เขาเขียนไว้ 
โผล่ออกมา  มีเกาะกลางถนน  ซึ่งคุ้นเคยดี   แต่เมื่อออกจากใต้ดินแล้วนี่แหละปัญหาที่
เขาไม่มีป้ายบอกทาง
	ฝั่งตรงข้ามเป็นเจอาร์ ไลน์  ก็เลยเดินไปดู  แล้วลงไปข้างล่างสถานี  นี่มัน
สายเดิมสายเก่า  กางแผนที่ดูแล้วก็ไมตรงกัน
ใช้เวลาพินิจอยู่นานเหมือนกัน สุดท้ายมีคนแต่งตัวเหมือนพนักงานรถไฟเดินมา  งานนี้
ต้องใช้ปากเป็นแผนที่นะครับ นิสัยนักข่าวไง  ถามเขาเอา   วิธีถามเที่ยวนี้ไม่สุมิมาเซ็น
แล้ว เอ็กซ์คิวส์ มีเลย เผื่อเขาพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง  เซบุ ชินจูกุ ไลน์ ...เขาตอบมา
เป็นภาษาญี่ปุ่น  โน่นกลับไปทางโน้นเลย
	กลับก็กลับ ขึ้นบันไดมาบนถนนอีกครั้ง มองไปรอบๆ  แล้วไปยืนดูแผนที่ 
เขามีไว้แทบทุกแห่งแหละ เพียงแต่มันไม่ค่อยจะมีภาษาอังกฤษกำกับ  ต้องใช้วิธีดู
ประกอบสัญญลักษณ์บ้าง
	ตกลงว่ารู้แล้ว ต้องเดินย้อนกลับไปอีกทาง  กว่าจะเจอก็วนเสียอีกหลาย
รอบ ตีตั๋วเขาไป ...นี่มันต้นสายของ ชินจูกุ ไลน์เลยนี่  นั่งรถไฟธรรมดาไปเรื่อยๆ ไป
ถึงเป้าหมายคือ ทามากาวะ โจชุย สิบเอ็ดโมงครึ่ง  แวะซื้อน้ำแก้กระหายหนึ่งขวด 
แล้วก็ออกเดิน  
	ตามคู่มือ บอกให้เดินตามคลองไปหน่อยแล้วเลี้ยวขวาจะไปเจอพิพิธภัณฑ์
บ้านเกษตรกรน่ะ  แต่เดินไปแล้วไม่เจอหรอก งง  ใช้วิธียึดเอาคลองเป็นหลัก 
	คลองนี้ เป็นหนึ่งในคลองที่พี่น้องทามากาวะ ออกแบบและสร้างขึ้น
เพื่อชักน้ำจากแม่น้ำทามะไปหล่อเลี้ยง โตเกียว สมัยเอโดะ ราวๆสามร้อยปีก่อน  
เป็นน้ำกินน้ำใช้และน้ำสำหรับการเกษตรไปด้วย  ทางเดินที่เดินไปมีบางส่วนผ่าน
แปลงผัก  โอ๊ยแปลงผักแถวนี้ไม่ธรรมชาติ เป็นแบบสารเคมีเข้มข้น  เขาปลูกหลาย
อย่าง ก็เหมือนบ้านเราแหละนะ  
	คะน้า ต้นหอม หอมใหญ่  มะเชือยาว แตงโมง ฟักทอง (ที่เห็นลูกเท่า
โอ่งใบน้อยเลย) มะเขือเทศ คะน้า ปวยเล้ง ฯลฯ  วิธีการปลูกแบบญี่ปุ่นนี่เท่าที่สังเกตุ 
บางอย่างเขาจะมีตาข่ายคลุม คือ ปูลงไปเลยตอนหว่านเมล็ดน่ะ แล้วเวลาเอากล้ามา
ลงอีกทีนั่น เขามีพลาสติดคลุมดินด้วย เจาะเป็นรูๆไปสำหรับแต่ละต้น น่าช่วยอะไรสักอย่าง 
	เพลินดีเหมือนกันนะ เลี้ยวเข้าฟาร์มเฮ้าส์ ใหญ่ ไปจนเจอถนน แล้ววก
กลับมาเดินเลียบคลองต่อ 
	คลองสายนี้  เคยถูกปล่อยทิ้งจนเสียหายไม่มีใครดูแล เมื่อราวยี่สิบกว่าปี
ก่อน ชาวบ้านในท้องถิ่น เอ็นจีโอ นักศึกษา รณรงค์ให้ฟื้นฟูคลองกับมาเหมือนเดิม 
ทางการมาเริ่มเอาเมื่อราวสักสิบห้าปีมานี้จนสำเร็จ คืนความใสให้น้ำได้ ต้นหมากรากไม้
ตลอดทางเดิน  เขาทำทางไว้ให้เดินเลยนะ ชอบจริงๆ คล้ายเดินป่าเลยทั้งที่มันก็อยู่ใน
เมืองนั่นแหละ 
	มีอีกตอนหลงออกไปนอกเส้นทาง ไปถนนใหญ่ ก็ไปเจอคลองข้างถนนอีก 
เรียกว่าคูจะเหมาะกว่า ต้องนับถือพี่ยุ่นจริงๆ ถนนนี่รถก็วิ่งกันไป แต่คนเดิน หากสมัครใจ
อาจเลี้ยวลงบันไดข้างถนน ไปเดินเลียบคลองระบายน้ำเล็กๆได้  น้ำใสสองข้างทางมีต้นไม้ 
เดินแล้วสดชื่นกว่าเดินข้างถนน  มีจุดแวะพัก มีเก้าอี้ให้นั่งระหว่างทางด้วย
	แบบนี้ก็ดีสิ สบายตาสบายใจ  
	ไม่อยากบอกว่า บ้านเรา น่าจะมีแบบนี้มั่ง
	เดินมั่วๆแถวนี้ ถ่ายรูปมาบ้างเป็นหลักฐาน แล้วกลับเข้าเส้นทางเลียบคลองอีก 
แต่ช่วงหลังๆ คลองมองไม่ค่อยเห็น ได้ยินแต่เสียงน้ำไหลแรงจากข้างล่าง
	ไปจนถึงทางรถไฟ ก็คือสิ้นสุดการเดินตามสายน้ำ แต่เท่าที่ดูนะ เดินต่อไปอีก
เรื่อยๆได้เลยตลอดเส้นทาง ๑๘ กิโลเมตร เดินจริงๆใช้เวลาน่าจะสักเจ็ดแปดชั่วโมง  แต่
ปัญหาก็คือ รองเท้ามันกัดไม่ได้ใส่ถุงเท้า นึกไม่ถึงจริงๆว่ารองเท้าจ๊อกกิ้งนี่กัดเป็นด้วย  
แล้วเดินไม่หยุดมาสิบกิโลเศษ  คิดดูๆ
	วนๆดูแถวๆสถานีอีกรอบ  ตรงนั้นมีสวนสาธารณะ เขาทำเป็นน้ำตก เป็นแอ่ง
น้ำตื้นๆ สำหรับลูกเด็กเล็กแดงจะมาเล่นกัน  นี่แหละดี  จำได้ว่า ที่นครนายกบ้านเกิดน้า 
ใกล้โรงเรียน เคยมีบ่อน้ำ และ ภูเขาจำลองให้คนพาลูกเต้าไปพักผ่อนกัน น้าก็ชอบไปปีน
เล่นบ่อ
	จำไม่ได้ว่าไอ้ฟายตัวไหน สั่งรื้อทิ้งหมดเลยทั้งบ่อและภูเขาเล็กๆนั่น
	เดินเล่นแถวสถานีอีกรอบสองรอบ  ขึ้นรถไฟสองสถานีแล้วก็ออกไปเดินเล่นอีก 
หาข้าวกิน ได้ร้านแบบข้าวกับเนื้อๆ มัตสึยะ หรือ อะไรนี่แหละ  กว่าจะกดตู้หยอดเหรียญเขาได้  
พนักงานต้องวิง่จากข้างในออกมาช่วย ตู้ร้านนี้มันต้องกดเลือกก่อนว่า จะ อี๊ท อิน หรือ เท้ก เอาต์
  ....แน้  เบ๊อะบ๊ะอย่างเรา อย่าว่าแต่กดอันไหนเลย  มองหาที่หยอดเหรียญกว่าจะเจอ
ก็เหงื่อหยด
	กินเสร็จกลับเข้าสถานีเปลี่ยนเป็นชูโอะไลน์  มุ่งไปชินจูกุ  อุตส่าห์ไปเดิน
ตระเวณชินจูกุอีกตั้งเกือบสองชั่วโมง ทั้งที่เท้าโดนกัดจนแสบแทบจะเดินไม่ไหว  หาร้าน
ขายกระเป๋าน่ะ ต้องเพิ่มอีกใบ ขนหนังสือกลับ หาไม่ได้ ร้านที่เคยเห็นมันหายไปแล้ว  
ฮ่าๆ..โทษร้านไปเลย  ความจริงคือเราจำไม่ได้ว่าร้านมันอยู่ตรงไหน  แวะเข้าไปที่อิเซตัน 
ก็ไม่ถูกใจ  
	สุดท้ายยอมจำนนต่อเท้า มันเหลือรับประทานจริงๆ กลับหอดีกว่า
	นี่ยังแสบไม่หายเลย 
	แล้วพรุ่งนี้ไปเดินงานเอ็กซ์โปอีก วันต่อไป เดิน ฮาราจูกุ อีก แถมถัดไปอีกวัน
อาจจะไปฟูจิซัง 
	เอาละสิท่าน  
	ถุงเท้าสองชั้นจะไหวไหมเนี่ย
	ได้เวลา อี-แฟมิลีมาจ้อกันเหมือนเดิม ข่าวคืบหน้าคือเด็กชายสินาเงินไม่พอใช้ 
ขอยืมเงินแม่ไปซื้อเทปเพลงอพไรนะ น้องเปิ้ลๆ  วันก่อนเขาพยายามจะส่งมาให้น้าฟัง แต่
เน็ตมันมีปัญหารับไม่ได้ บอกพี่จูน พี่จูนหามาได้อีก ส่งไม่ได้เช่นกัน พ่อนี่นะต้องตามลูกให้
ทัน วันหลังลองส่งกันใหม่
	วันนี้น้ำส่งที่อยู่โฮมเพจของเขามา สงสัยแอบภูมิใจแหงๆ ทำส่งครู ลองส่งไปให้
คนหลายคน มีแต่คนชมทั้งนั้นเลย ฝีมือไม่เลวเหมือนกันลูกเรา เอ้าโม้เสียหน่อย
 www.thai.net/sinawhy  เชิญชมได้ แต่ว่าช้าหน่อยเพราะกร๊าฟฟิคมันเยอะ บางอันเป็นอะนิเมชั่น
ด้วย  ท่าทางจะทำมาหากินด้านกร๊าฟฟิคได้สบายเลย  โอ๊ย ภูมิใจลูกชายจังเลย
	เมื่อหลายปีก่อน ตั้งแต่ยังอยู่ประถม เคยนั่งดูเจ้าน้ำวาดรูปบนคอมพ์  แล้วนึกถึง
อาฮุยเลย อะไรในมือก็เป็นกระบี่ได้  รูปประกอบโฮมเพจเก่าของเขาน่ะนะ ถ้าไม่เชี่ยวจริงดู
ไม่ออกหรอกว่าใช้คอมพ์วาด
	ตุ๊กแกถามว่าเรียนมาจากที่ไหน ทำเองหมดเลยเหรอ อ้าว ให้มันรู้มั่งว่าลูกใคร
น้ากับลูกเริ่มหัดทำจริงจังพร้อมกัน ตอนเขาเรียนวิชานี้ที่โรงเรียนแล้วมันไม่คืบหน้า เราก็เลย
บรรเลงเอง ช่วยกันคนละไม้ละมือ เมื่อปีก่อนโน้น ปีนี้เจ้าน้ำมันก็ไปลงเรียนอีก ทีนี้โม่เอง
คนเดียวแล้ว  
	แล้วน้าก็ลองบอกว่า น้ำ เพื่อนพ่อถามว่าทำเองหมดเลยเหรอ มันตอบว่า 
	ไม่ทำเองจะให้ใครทำ...อ้อๆ  แม่ช่วยทำ”  ฮ่าๆ แม่เปิดคอมพ์เป็นหรือยังก็ไม่รู้
	โม้เรื่องลูกมากไปหน่อย..ไปนอนละ
 

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก