บันทึกจากญี่ปุ่น

๒๔ มิถุนายน ๒๕๔๓

ทหารอากาศขาดรัก

วันนี้เช้า นั่งแท็กซี่ไปกับอูชิยามะซัง ไปดูพระราชวังของราชวงศ์โช ปวดหัวหนึบๆ ไม่อินกับเขาเท่าไร มันก็ปราสาทแบบหนึ่ง แต่ไม่เหมือนแบบญี่ปุ่น พี่เขาบอกว่าสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของวัฒนธรรม ความรู้สึกนึกคิด ซึ้งซะไม่มี

โธ่ ไอ้เวร แดกเขามาตั้งหลายร้อยปี ยังมาทำเป็นภูมิใจกับเอกลักษณ์ของเขาอีก

น้าไม่มีอารมณ์ร่วมกับเขาด้วยจริงๆ

เราก็เดินดูๆไปแบบไม่ออกความเห็น

จะเงียบละนะเฟ้ยวันนี้

ออกจากวังก็ไปดูหลุมศพของราชวงศ์โชอีก ยิ่งไม่มีอะไรหนักเข้าไปใหญ่

ต่อจากนั้นเข้าไปที่สถานที่รับรองแขกต่างประเทศ อันนี้ดีหน่อยเป็นป่าเป็นสวน มีไม้ใหญ่ไใม้เล็กซึ่งส่วนใหญ่เหมือนเมืองไทยทั้งนั้น มีอยู่ชนิดหนึ่ง เหมือนต้นปีบบ้านเราไม่มีผิดนอกจากผิวของต้น ดอกไม่เหมือน แต่มีกลิ่นเหมือนกัน

เราสนต้นไม้ กับ เสียงแมลง พี่เขาสนแต่เรือนพัก

ความสนใจไม่ตรงกัน เลยไม่พูด

ฮ่าๆ อีกแล้ว พี่ยุ่นสุดทน ถามว่า วัต อิส ยัวร์ อิมเพรสชั่น

น้าบอกมันว่า ไอ แฮฟ โนไอเดีย

ระฆังเตือนยกแรกมาแล้ว...มีไรไหมถ้าจะไม่พูด

เที่ยงไปแวะกินข้าวกลางวัน แท็กซี่ พาไปร้านเด็ด บะหมี่เย็น ซึ่งโดยปรกติโอกินาวาไม่มีบะหมี่เย้นชนิดนี้ ร้านนี้มาจากเกาะใหญ่ มาตั้งร้านบะหมี่เย็น

อธิบายหน่อยนะ บะหมี่เย็นแบบดั้งเดิม เขาเอาบะหมี่มาลวก แล้วแช่น้ำ ทำให้มันเย็น เสิร์ฟใส่จานมากับซอสถั่วเหลืองในถ้วยเหมือนถ้วยน้ำชา คนกินก็คีบบะหมี่ ลงไปในถ้วย แล้วค้บขึ้นมาดูดฮวบๆ นั่นแหละ

บะหมี่เจ้านี้มาอยู่โอกินาว่าคิดค้นเส้นแบบใหม่ขึ้นมา เอาดอกอะไรสักอย่างมาผสม ไอ้ที่ต้นมันเหมือนต้นข่าน่ะ

แล้วยังเอาใบมันมารองบะหมี่ในถาดไม้ไผ่สานด้วย

มันก็อร่อยดีเหมือนกัน

กินเสร็จกลับไปโรงแรม รับทาเกอูชิซังมาอีกคน ออกไปตระเวณดูฐานทัพอเมริกันในโอกินาวา เจาคุยกันตลอดทางในแท็กซี่ เป็นภาษาญี่ปุ่น เราก็นั่งใบ้สิ

จะแทรกถามก็เสียมารยาท..ใช่ไหม นั่งเฉยๆนี่แหละ ของถนัด ไม่มีอารมณ์ร่วมด้วย

พื้นที่อยู๋อาศัยของโอกินาวามีอยู่ไม่ถึงสิบเปอร์เซ็นต์ของเกาะ กว่าเจ็ดสิบเปอร์เซนต์กลายเป็นฐานทัพอเมริกัน

เพื่อความมั่นคงของเอเชีย และ ของโลก ชาวโอกินาวาจึงต้องแบกภาะนี้ที่เขาไม่ต้องการเอาไว้

ไม่มีอะไรต้องพูดกันแล้วพี่น้องเอ๋ย มันชัดเจนแทบตาย

ตระเวณดูมันอยู่นั่นแหละ

ราวสี่โมงเย็น ระฆังเตือนยกสอง อูชิยยามะซัง หมอนี่ชอบถอนหายใจฟึดฟัด เป็นระยะ เคยไปยืนใกล้ควายไหม จะรู้เลย ไม่ต้องอธิบาย

มันถามด้วยสายตาเหมือนจะกินเลือดน้าในแท็กซี่ ว่า ศิริพงศ์ซัง ยู อาร์โซ ไควเอท เนี่ย ไม่มีอะไรจะถามเขาเหรอ คนขับแท็กซี่

น้าตอบทันควัน โน

ก็มันคุยกันตลอดทางเราไม่รู้เรื่องเลย จะไปถามอะไรก็เกรงจะออกนอกเรื่องเขา แล้วฐานทัพอเมริกัน ข้อมูลพื้นฐานเราก็มีอยู่แล้ว มันก็ยิ่งไม่รู้จะถามอะไร

ที่สำคัญคือไม่มีอารมณ์ด้วย

พอบอกว่า โน คราวนี้ก็เงียบกันไปเลย คาดว่าพี่เขางอนน่าดู

แก่แล้วงอนเป็นด้วย

เย็น ก่อนกลับโรงแรม เขาพาไปร้านทำพิณโอกินาวา กระตือรือร้นจะให้เราซื้อหนังสือสอนวิธีการเล่น แพง แล้วก็มีแต่ภาษาญี่ปุ่น ไม่รู้จะซื้อมาทำแห้วอะไร ซื้อเทปมาหังเพลงแล้วแกะเอา ง่ายกว่าเยอะ

พี่เขาก็ตื๊อจะให้ซื้ออยู่นั่นแหละ กะจะให้เล่นเพลงโอกินาวาให้ฟังเหรอ ฝันไปเถอะ

แต่เด็ดขาดครับ ไม่ซื้อ

กลับโรงแรม ค่ำมีงานเลี้ยงไปดูการแสดง ชั้นสอง คิอิชิ มิยาซาว่า อดีตนายกฯและรมต.คลัง มาร่วมงานด้วย

งั้นๆแหละ ให้เรานั่งเป็นผลเมืองชั้นสองอยู่ข้างผนัง

การแสดงก็ดีนะ แต่นั่งไกลไปหน่อย หัวคนบังหมด

ครึ่งชั่วโมงเรียบร้อย ลงไปกินข้าวอิ่มหนำก็ขึ้นมาที่ห้อง

เปลี่ยนเสื้อออกไปซื้อเสบียง กลับมาต่อเน็ตไม่ได้ เลยพิมพ์อะไรมั่วๆ สักพักก็นอน

นึกถึงหัวอกชาวโอกินาวา คิดถึงทหารอากาศขาดรัก

ทนอยู่ได้ไงท่ามกลางความไม่ต้องการของชาวบ้าน

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก