บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ

๒๕ กรกฎาคม ๒๕๔๓      แว่นตาใหม่ 

ออกจะเป็นเรื่องขมขื่นอยู่สักนิด ที่ต้องมาตัดแว่น
ใหม่ในญี่ปุ่นด้วยความเลินเล่อเบ๊อะบ๊ะ เสียเงินมากอย่างไม่ควรจะเสีย ครั้งแรกนั่นก็ที
หนึ่งแล้ว คล้องแว่นเอาไว้แล้วดันไปหอบผ้าจากเครื่องปั่น มาถึงห้องก็โยนโครมลงพื้น 
มันฉุดขาแว่น เอาไว้ กระชากผ้าเสียเลย แทนที่จะดูตาม้าตาเรือหน่อยว่าอะไรติดอะไร  
มันก็เลยลากเอาขาแว่นหักติดไปด้วย
	ครั้งแรกนั้นหมดค่าเปลี่ยนกรอบใหม่ไปราวๆห้าพันบาท
	สมมั้ยล่ะสม
	ครั้งนี้ก็ไม่น่าจะหายได้เลย แต่ก็ยังทำหายไปจนได้  ต้องรับไปตัดใหม่เสียด้วย 
ไม่งั้นอ่านหนังสือลำบากเต็มที เมื่อคืนทนอ่าน แฮร์รี พอตเตอร์ไปได้จนจบเพราะมัน
เหลืออีกไม่กี่หน้า ท่าอ่านหนังสือน้าเมื่อคืนเท่นะ นอนหนุนหมอนแล้วยืดหนังสือไปสุดแขน
	วันนี้ตื่นเช้าลงไปกินข้าว แล้วอาบน้ำแต่งตัว ออกจากหอ ขึ้นซับเวย์ไปสถานี
อูรายาสุ ห่างไปสถานีเดียวเท่านั้นแหละไปที่ร้านแว่นร้านเดิมที่อยู่บนชั้นสาม ห้างเซ
ตึดติดกันกับสถานีซับเวย์เลย
	ไปถึงก็ยื่นกระดาษที่ทากากิซังเขียนภาษาญี่ปุ่นให้ดู เชื่อว่าเขาคงจำน้า
ได้แน่ ไอ้หนุ่มผมยาวที่เคยมาเปลี่ยนขาแว่นเมื่อคราวก่อน  พออ่านจบ เขาก็พาไปที่
เครื่องวัดสายตาด้วยคอมพิวเตอร์ ก็เหมือนร้านแว่นทั่วไปในเมืองไทยนั่นแหละ
	วัดเสร็จ ก็ไปลองสายตาและลองเลนส์จริงๆอีกทีหนึ่ง
	ตอนนี้แหละลำบากหน่อย เพราะเราฟังเขาไม่รู้เรื่อง ได้แต่พยายาม
บอกเขาว่า วาการิมัส เวลามันชัด เวลาไม่ชัดก็ใช้ภาษาใบ้สั่นหัว แล้วสั่นมือไปด้วย
	ลองตาทีละข้าง ควบคู่ไปกับภาษาใบ้  พอเสร็จเขาก็อธิบาย ซึ่งน้าว่าตำรามัน
เล่มเดียวกันกับช่างแว่นในเมืองไทย คือ แว่นนี้นะ สำหรับอ่านหนังสือที่ระดับหนึ่งฟุต 
เอาไปใช้มองอะไรไกลๆไม่ได้ จะเวียนหัว อะไรแบบนี้แหละ
	น้าเพิ่งใช้แว่นมาไม่ถึงปีเอง แต่ใช้แล้วมันก็ติด ไม่มีมันอ่านหนังสือ
ไม่ได้แล้วเดี๋ยวนี้ 
	พอวัดสายตาเสร็จก็ไปเลือกกรอบแว่น เขาพาไปดูตรงที่ราคามันถูก 
แค่หมื่นเย็น แต่เราดูแล้วมันไม่ชอบ เดินดูไปดูมาอยู่ตั้งนาน ในที่สุดก็ไปได้เหมือนกับ
อันเดิมเดี๊ยะ ราคารวมเลนส์รวมภาษี ๑๙,๘๕๐ เยน
	เอาสามหารก็เกือบเจ็ดพันบาท  สมมั้ยล่ะสม
	กรอบแบบเดียวกันนี้อยู่เมืองไทยตัดได้สองอันสบายๆ แถมคุณภาพดีกว่า
ด้วย เพราะเลนส์อันนี้ยังเป้นเลนส์ธรรมดา ที่เราตัดเมืองไทยไม่ถึงสามพันบาท
 เลนส์ตัดแสงสะท้อน เวลาอ่านหนังสือมันจะไม่จ้ามาก กล่องของเขาก็กระจอกมากเลย
	ทำไงได้ มันเป็นกรรมมาแต่ชาติปางก่อน ช่วยไม่ได้จริงๆ
	ระหว่างที่รอแว่นราวๆหนึ่งชั่วโมง ก็ไปกินบะหมี่เสียหนึ่งชามในสถานีมีร้านอยู่  
กินเสร็จ ขึ้นซับเวย์เข้าโตเกียวไปร้านจีน่า แถวกินซ่า เพื่อซื้อแฮร์รี พอตเตอร์ เล่มสอง
 กับเล่มสามมาอ่านต่อ 
	เที่ยวนี้ดีแฮะ เพราะคนขายถามว่าคัพเวอร์มั้ย  น้าซื้อหนังสือร้านนี้มาหลายที 
ไม่เคยห่อปกให้เลย ไม่เหมือนร้านอื่น
	ร้านหนังสือในญี่ปุ่นนี่ดีอยู่อย่างที่เขาห่อปกให้ เป็นปกกระดาษนี่แหละ เข้าใจ
ว่ากระดาษรีไซเคิ่ล หนังสือส่วนใหญ่ของญี่ปุ่นมันจะมีมาตรฐานของขนาดอยู่ไม่กี่ขนาด
ปกกระดาษเขาก็เลยทำด้านหนึ่งเป็นซองเสียบเข้าไป อีกด้านหนึ่งพับ เพราะแต่ละเล่ม
ความหนาไม่เท่ากัน
	แต่พอเป็นหนังสือต่างประเทศ หรือ หนังสือภาษาอังกฤษนี่ ไม่ค่อยห่อให้  
ร้านนี้แแหละ ไม่เคยห่อให้เลย เพิ่งครั้งนี้เอง  พอได้หนังสือยัดเข้าเป้ ความเบิกบานก็
เข้ามาเยือน นั่งซับเวย์กลับมาที่อูรายาสุ  รับแว่น จ่ายเงินไปแบบเสียดายเงินจริงๆ
	ขึ้นต่อมาอักสถานีหนึ่ง ไม่แวะทำอะไรแล้ว ตรงเข้าหอ ต่อคอมพิวเตอร์  
ไม่อยากทำงานแฮะ
	เพราะมันเลยเดดไลน์มาแล้ว เอาไว้ยกยอดไปทีหลังดีกว่า
	อ่านหนังสือ กินข้าว เข้านอน
	

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก