บันทึกจากญี่ปุ่น

๒๖ มีนาคม ๒๕๔๓

คุณเบ๊อะไปดูนก

วันอาทิตย์แจ่มใส เป็นอีกวันที่ตัดสินใจเดินไปเพื่อจะหาที่ดูนกของเกียวโตขุตั้งแต่เก้าโมงครึ่ง หลังจากเอาเนื้อที่หมักไว้เมื่อคืนเพื่อทำเนื้อแดดเดียวออกมาแผ่ตากตรงหน้าต่างเรียบร้อย ดูท่าว่าจะเป็นเนื้อแดดนิดเดียว กับลมหลายเดียวซะมากกว่า

ก่อนออกไปเอาแผนที่มากางดูอีกที เนื่องจากแผนที่มันไม่ละเอียด ก็เลยไม่เอาติดตัวไป ต้องใช้วิชาจับทิศเหมือนเคย ถ้าดูจากแผนที่ไอ้เจ้าที่ดูนกนี่ควรเดินลงทางใต้ แต่เคยไปมาแล้วครั้งหนึ่งก็ไม่เจอ

อย่างไรก็ตาม วันนี้วัดระยะโดยดูถนนใหญ่ในแผนที่เป็นภาพประกอบให้พอรู้ว่าถ้าเดินไปเจอมันตัดกันอีกเส้นก็แสดงว่าเลยไปแล้ว อะไรทำนองนี้

เมื่อเช้าอากาศเย็นดีจัง แต่คุณเบ๊อะวันนี้ใจสู้ครับ ให้มันรู้กันไปข้างหนึ่ง

จากปากซอยหอพักก็ออกเดินไปทางใต้ (ตามทิศที่ตัวเองดูน่ะนะ) คือทางเดียวกับที่จะไปเจอสี่แยกที่ดี-มาร์ท มันตั้งอยู่แถวนั้น ก่อนจะถึงแยกมีซอยอยู่ ความจริงน่าจะเป็นซอยนี้ เพราะถ้าเดินถึงสี่แยกก็น่าจะเลย

แต่ก็ตัดใจว่าไปเดินถนนใหญ่ดีกว่า ถึงแยกก็เลี้ยวซ้าย ถนนนี้คุ้นๆ เดินมาแล้วนี้หว่า พอเดินมานิดเดียวก็รู้ว่าใช่จริงๆ วันนั้นเดินออกมาท้ายซอยแล้วมาเจอถนนนี้ ข้ามถนนไปเจอร้านดอกไม้นั่นแล้วเดินทะลุไปเรื่อย รู้สึกจะเป็นครั้งแรกที่ตั้งใจไปหาที่ดูนก

พอถึงตรงที่จำได้ว่าเคยข้ามถนนเดินไป คราวนี้ไม่ข้าม เดินหน้าต่อไป ทางซ้ายมันมีอะไรคล้ายๆกับสวนสาธารณะ แต่ยังไม่เปิดไม่มีป้าย มีตึกสี่เหลี่ยมใหญ่ๆข้างในขนาดไม่สูงนัก ราวๆสามชั้น แต่ดูแล้วไม่ใช่ตึกอยู่อาศัยหรือทำงานแน่นอน

เดินผ่านไอ้ที่ว่านี้ไปเจอซอย นั่นไงป้ายเขียนว่า Wild Bird Ofservation โธ่เอ๋ยคุณเบ๊อะ เท่าที่จับทิศดูแล้ว ไอ้นี่มันอยู่ทางด้านหลังหอพักนี่แหละไม่ไกลสักเท่าไหร่ ถึงว่าได้ยินเสียงนกทุกวัน และบ่อยๆด้วย

เดินไปตามทาง ตรงไปเขาไม่ให้รถยนต์เข้า ทางซ้ายมือมีทางสำหรับรถยนต์ มองเห็นตึก ยอดตึกก็มีต้นไม้โผล่ขึ้นมาด้วย คล้ายจะเป็นที่ดูนก มองไปข้างขวาเป็นคลอง แต่น้ำแห้งขอด เดินตรงไปหน่อยเดียวก็เริ่มมีนกให้เห็นบ้าง

ที่นี่เอง ไม่ไกลบ้านซะด้วย พอเดินไปอีกนิดจะเป้นแนวต้นไม้ทางซ้าย ทางขวาก็คลองเหมือนเดิม รั้วต้นไม้มันเปิดช่องเล็กๆเอาไว้สำหรับคนเดิน เข้าไปก็เป็นที่จอดรถและบันไดวนให้เดินขึ้นไป

น้ายิ้มอยากเบิกบานเดินขึ้นบันได แล้วเดินเข้าทางเข้า ก็เจอกับคนมาเล่นกีฬากัน แถวๆนั้น ตรงกลางเป็นสนามเบสบอลใหญ่เชียว ลองเดินเรื่อยไปรอบๆ ทางซ้ายเหมือนเป็นป่าปลูกแต่ดันมาอยู่บนยอดอาคารสามชั้น แต่มนกั้นตาข่ายไว้ตลอด ไม่มีทางเข้าไปได้ ไอ้ตึกสี่เหลี่ยมที่รายรอบ ดูแล้วก็ไม่น่าจะเป็นอาคารดูนกเลย

ทั้งไม่มีช่องกระจกใสๆ ไม่มีคน และไม่มีทางเข้า

แถมยังส่งเสียงครางยังกับโรงงาน

ยังไงกันนี่ เดินครบรอบจนเป็นวงกลมรอบสนามเบสบอลจนมาบรรจบทางเข้า

อ๋อ สังสัยที่ดูนกยังไม่เปิดมั้ง

จากนั้นก็เลยเดินออกมากลับทางเก่า ใจก็คิดว่าเอาวันหลังมาใหม่วันที่มันเปิดก็แล้วกัน

ใจก็ยังอิ่มเอมอยู่นะ เพราะไหนๆก็เจอแล้วนี่ ขาเดินออกจากซอยที่ดูนก พอถึงปากซอย ดูป้ายมันอีกที เอ ทำไมมันเขียนว่า เปิดเก้าโมงเช้าปิดสี่โมงเย็น

นี่คงไม่ใช่ฤดูนก

เดินมาเกือบจะถึงสี่แยกแล้ว เปลี่ยนใจ ลองเดินกลับไปอีก เพราะพอเดินผ่านหน้าสวนนี้ขากลับมองเข้าไปเห็นอาคารสีน้ำตาลข้างในแต่ด้านหลังออกไป น่าจะเป็นอาคารดูนก แต่มันอยู่ตรงไหนล่ะ

ย้อนกลับแล้วเลี้ยวเข้าซอยคราวนี่เดินตรงไปเรื่อยๆ ไม่แวะไอ้ทางเข้าเก่าที่ขึ้นเจอสนามเบสบอลนั่นแล้ว

เดินไปๆ ชักเข้าที ข้างทางเดินทางซ้ายมันเป็นทางโคลน ที่เขาสงวนเอาไว้ ใครอยากเข้าไปเดินก็ได้ มีนกมาให้เห็นแปลกๆสองสามอย่าง ไม่รู้จักมันหรอก ดุ่มเดินตามทางไปเรื่อยๆ ทางขวาเริ่มมองเห็นเป็นทุ่ง เข้าไปอีกหน่อยเป็นบึงใหญ่

ในที่สุด คุณเบ๊อะก็เจอที่ดูนกจนได้ อยู่นี่เอง

เป็นอาคารสีขาว ไม่ใช่สีน้ำตาลอย่างที่คิด ไม่สูงนัก เข้าไปข้างในชั้นล่างเป็นนิทรรศการนกนิดหน่อย ขึ้นชั้นสองไปได้นั่งส่องกล้องดูนกสมใจอยาก เท่าที่เห็น นกที่รู้จักก็มี นางนวล อีกา เป็ด ฮ่าๆๆๆ นอกนั้นไม่รู้จักอีกหลายอย่าง

ดูได้แป๊บเดียวสักพักกลุ่มผู้สูงอายุที่น้าเดิมตามเขาเข้าอาคารนี้แต่แซงขึ้นชั้นสองมาก่อนก็ตามขึ้นมา โอ้โฮ คุณปู่คุณย่าส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวเอ็ดตะโรตลอดเวลา เซ็งเลย ดูนกกันอีท่าไหนเนี่ย

น้านินทาในใจไม่ได้หันไปดูหรอกนะ ราวๆครึ่งชั่วโมงก็หมดความอดทน เลิกดูแล้ววุ้ย ลุกขึ้นมา อ้าวเขากำลังแกะกล่อง

มีนกไม้แกะสลักหลายหลายแบบเลย คนละกล่องๆ

ใจก็นึก แหมมาช็อปปิ้งกันหรือไงคุณตาคุณยาย

เดินหนีเสียงเอ็ดตะโรขึ้นชั้นสาม ไปส่องดูนกอีกสักพัก ไม่มีนกอะไรสวยๆหรือแปลกๆเพิ่มมาแล้วก็ลงมาถึงชั้นสอง

อ้าว เขากำลังประกอบชั้นในตู้กระจกกัน

เข้าใจเขาผิด ที่แท้เขาเอานกแกะสลักอะไรพวกนั้นมาใส่ตู้โชว์ตะหาก

คิดว่าเป็นงานฝีมือของผู้สูงอายุแต่ละคนมากกว่า คงเป้นกิจกรรมทางสังคมของกลุ่มโกลเด้น เอจ กลุ่มนี้นั่นเอง

ดูนกเสร็จสมอารมณ์หมาย แต่ไม่ได้ถ่ายรูปอะไรติดมา เพราะถ่านหมดแล้วลืมซื้อ

ก็เดินกลับ คราวนี้แทนที่จะกลับที่เดิมก็เดินต่อไปเรื่อยๆ ชมทิวทัศน์ และทำความรู้จักเส้นทาง เดินมาสักพักก็เจอถนนใหญ่ ปากทางทางนี้ไม่มีป้ายบอกสถานที่ดูนกเหมือนทางโน้น เหลียวซ้ายแลขวาว่าทางไหนถึงจะกลับหอได้

คือไม่ซ้ายก็ขวา ถ้าตามสามัญสำนึกหรือตามทิศที่เข้าใจ ควรจะขวา เดินไปสักพักก็คุ้นๆตา เคยผ่านมาแล้วนี่หว่าทางนี้ ไม่น่าจะใช่ ก็เลยหันหลังกลับมาอีกทาง เดินมาเรื่อยๆ นั่นไง ดี-มาร์ท ใช่เลยทางนี้

ก่อนจะไปถึงแยกดีมาร์ท มีแรงดลใจอะไรสักอย่าง ให้เหลียวซ้ายมองข้ามถนน แรงดลใจที่ว่าก็คือซัน คอนวีเนียนแบบเดียวกับที่ปากซอยหอพักน่ะ มันคุ้นยังไงชอบกล น้าเลยหยุดดู

อ้าวนี่มันปากซอยหอพักนี่หว่า ตกลงเดินจากหอไปดูนกแล้วเดินกลับมาที่เดิมเป็นวงกลมเลย

จับทางมันได้แล้ว ฮ่าๆ

แสดงว่าอาทิตย์ก่อนเดินหาที่ดูนกแล้วไม่เจอน่ะ เดินผ่านปากซอยหอพักตัวเองผ่านไปแล้วก็ผ่านกลับ โดยไม่รู้ตัว

ลองวาดภาพพระจันทร์เสี้ยว ให้โค้งมันอยู่ทางขวามือนะ สมมมติว่าในส่วนของจันทร์เสี้ยวนั้นคือสถานที่ดูนก

แต้มจุดลงไปเหนือเส้นโค้งเส้นใน ค่อนลงมาด้านล่างหน่อย นี่คือหอพักของน้า

ขีดวงกลมรอบพระจันทร์เสี้ยวนี่เข้าไป น้าเดินรอบมันมาแล้ว โดยไม่เจอ แล้วยังมาเดินเฉียดมันอีก

ถ้าเป็นเมื่อวานนี้ก็คนละทิศเลย ขีดเเส้นตรงจากจุดหอพักไปตรงข้ามกับพระจันทร์ ผ่าไปอีกเมืองโน่นแน่ะ

แต่ยังไงเสียก็ได้ดูมาแล้ว และจะไปดูอีกหลายครั้ง ชอบน่ะสิครับ

เสร็จจากเดินดูนกก็เข้าดี-มาร์ท ไปซื้อของ ผงซักฟอกอะไรพวกนี้ หาไม่ยากแต่ดูยากกว่า จะใช่หรือไม่ ต้องใช้วิชาเดา ได้ไอ้ที่ทำความสะอาดคอปก ข้อแขนมาขวดหนึ่ง ที่ทาก่อนซักน่ะ ขจัดคราบดำๆ อันนี้ดูง่ายเพราะมีรูปชัดเจน

ซื้อน้ำชา ปลาดิบ

แถมหนีบสีไม้มาอีกกล่อง แพงกว่าเพื่อนเลยไอ้สีกล่องนี้

กลับมาถึงหอพัก แบ่งเอาเนื้อแดดเดียวส่วนหนึ่งที่ดูว่าแห้งลงไปเข้าเตาอบข้างล่าง สองสามนาทีหอมฉุยเลย เอาออกมาชิม เค็มไปหน่อย ต้องเดินไปซื้อข่าวเปล่ามาอีกกล่อง กลับมาโซ้ยซะ

ข้าวเปล่าเนื้อแดดเดียว ราดซอสศรีราชา

ในห้องอากาศหนาวกว่าข้างนอก ขี้เกียจทำน้ำปลาพริกป่น

แต่ก็อร่อย

นั่งวาดรูปไปเล่นๆ ฝีมือตกแฮะ

ว่ากันตามความจริงแล้วฝีมือไม่เคยขึ้นเลยสักทีต่างหาก

โทรศัพท์ผ่านอินเทอร์เน็ตไปที่บ้าน เสียงอู้อี้ไม่ดีเลยวันนี้ บอกแม่ก้อยให้โทรไปถามพาสเวิร์ดต่ออินเทอร์เน็ตใหม่กับลูกชาย เพราะบอกว่าต่อแล้วเข้าไม่ได้ ก็เพิ่งเปลี่ยนใหม่น่ะสิครับ

ยังไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนเป็นหรือเปล่า

ตกกลางคืน ไอซีคิว คุยกับคุณแม่ไซเบอร์อีกที คุณปรายฟ้าเธอเล่นตัวมัวแต่ไปหม่ำข้าวไม่ยอมมาพิมพ์เอง แต่พากย์มาเป็นพักๆเหมือนกัน คุยได้สักพักก็หมดเรื่องคุย

ก็คนมันคุยกันมาทุกวันกว่าสิบเจ็ดปีแล้วนี่นา จะไปมีอะไรคุยนักหนา

บอกอำลา ฟ้าตะโกนบอกแม่ว่า "ซาโยนาระ"

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก