บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ

๒๗ กรกฎาคม ๒๕๔๓      วันปั่น...ต้นฉบับ 

แหกขี้ตาตื่นมาตั้งแต่ตีสี่  นอนคิดโน่นคิดนี่ไปเรื่อยๆ  
พยายามจะหลับมันก็ไม่หลับ แต่ไม่เป้นไร เพราะสองวันที่ผ่านมานี่นอนเสียเป็น
ส่วนใหญ่ เมื่อคืนฝนตก อากาศดีแต่มีเมฆเยอะตอนเช้า
	ลงไปอาบน้ำกินข้าว ไม่ดีเลยวันนี้ขนมปัง หมูแฮม ไข่ดาวอีกแล้ว 
 เราไม่ได้เกิดมาเป็นฝรั่ง พวกนี้กินไม่ค่อยลง
	คุณยายที่หอออกมาคุยด้วย แต่คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง 
	กินเสร็จก็มาอาบน้ำอาบท่า ไปสำนักงาน ขนเอกสารกับคอมพิวเตอร์ไปด้วย  
วันนี้ต้องไม่พลาดเรื่องต้นฉบับ ไม่งั้นโดนนับเข้าแบล็คลิสต์แน่
	ไปถึงที่ทำงาน ก็เริ่มบรรเลง  แต่สุดท้ายก็งั้นๆ เขียนเรื่องไอที 
ที่เก็บเอามาจาก ประชุมจี ๘  ใช้ความจำบวกอ่านเอกสารนิดหน่อย ไม่นาน
ก็เสร็จ จากนั้นก็ต่อเรื่องที่ไปยามากาตะ ตอนที่สอง
	ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไม หนุ่ม เมืองจันทน์ ท่านถึงทวงตอน
สอง เพราะตอนแรกยังไม่เห็นลง 
	แต่ไม่รู้ละ เขาย้ำมาให้ส่งตอนสองก็ส่ง ถ้าไม่รับเขียนมันจะหนี
เข้ากรุไปหมด ก็เลยต้องรีบเขียน ต้นเอาเอกสาร กับที่จดๆไว้มาบรรเลง 
เสร็จไม่ไวนะชิ้นนี้ เพราะมันนานเข้า หลายอย่างก็ลืมๆไป
	ระหว่างนั้น คุยไอซีคิวไปด้วย
	โมเม เข้ามาทักทาย ไม่ได้คุยกันเสียนาน แล้วก็ไม่ได้คุยกัน
มากนัก ขอเบอร์ไอซีติวไอ้รี่ ก็ให้ไป
	แม่ส้ม วันนี้ใช้ไอซีคิว ประชุมงานกับน้องๆ  เท่ระเบิดเลย
	กูก้อย ซึ่งไปนั่งอยู่ร้านเน็ตแทนที่จะเลี้ยงกูเกื้ออยู่ที่บ้าน  นินทา
น้าผ่านคนอื่น หาว่าน้าต้องเมาตอนดึกแล้วถึงคุย หนอยๆๆ  ขัดกับความเป็นจริง  
	เพราะแม้จะตอนดึก กูก้อยก็แค่สวัสดีแล้วหายไปกลับกลีบเมฆ  
อย่างเมื่อวันก่อนเราทักกลับไปยังเงียบงัน
	อธิบายเรื่องฟ้าทลายโจรไปนิดหน่อย เพราะเห็นบอกว่าเจ็บคอ
มาสามวันแล้วไม่หาย
	ฟ้าทลายโจรนี่ ปลูกติดบ้านไว้เลยจะบอกให้  เจ็บคอเมื่อไร ใช้ใบมัน 
อมสดๆเข้าไปวันสองวันก็หาย เชื่อน้าๆ ไม่ต้องไปล่อยาฝาหรั่งเป็นอาทิตย์  เพียง
แต่มันโคตรจะขมเลย
	ผลข้างเคียงของฟ้าทลายโจรถ้าจะมีก็คือ มันจะทำให้กลางคืนหลับสนิท
เหมือนกินยาอย่างคลอเฟนนิรามีน อย่างไรอย่างนั้นเลยทีเดียว  
	หลังจากเขียนบทความเสร็จก็ส่งเข้าไปที่ประชาชาติธุรกิจ  แล้วนั่งเขียน
บันทึกต่อให้เสร็จ หลังจากนั้นก็เริ่มอัพเดตเว็บ วิสิเบิ้ลให้ทันสมัย  ค้นรูปมาประกอบ
มั่งให้มันไม่จืดจนเกินไป
	ไอ้ค้นรูปบนเครื่องของเราเองนรี่ไม่ง่ายนะสำหรับน้า เพราะเป็นคน
ไม่มีระบบระเบียบ ไม่ได้เอาคอมพิวเตอร์มาคอมพิวติ้งไง  เอาไว้พิมพ์ ไว้เล่น 
ไว้สื่อสารเท่านั้น  ซึ่งไม่ดี พราะคอมพิวเตอร์มันต้องคอมพิวติ้ง
	อย่าให้มันเป็นเพียงคอมพิวต่วย
	ราวห้าโมงเย็นก็เก็บของเตรียมกลับ  ทากากิซังกลับก่อน น้าเลย
บอกไปว่า พรุ่งนี้ไม่เข้าสำนักงานแล้วนะ จะไปบางที่ยังไม่แน่ แต่ขอให้ทราบไว้ว่า
ไม่เข้ามาไม่ต้องตามตัว
	เก็บของเสร็จ  เดินไปโม้กับพี่อ้วน ทาเกอูชิซังอีกหน่อย  เฮียๆ ผมไป
โอกินาว่ามาเที่ยวนี้ได้ข้อมูลใหม่น่าสนใจ เรื่อง
อะวาโมริ  เหล้าเอกลักษณ์โอกินาว่าน่ะ ถิ่นกำเนิดมาจากเมืองไทยเมื่อหลายร้อยปี
ก่อนนะ  อาจารย์มหาวิทยลัยริวกิวบอกผมมาแล้วคืนนั้น ทากากิซังก็มาเล่าอีกว่า 
เอ็นเอชเคออกรายการโทรทัศน์  คอนเฟิร์ 
เรื่องอะวาโมริมาจากเมืองไทย
	เฮียแกถามน้าว่าจะเขียนบทความเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า น้าบอกว่า
 เขียนสิ แต่ขอค้นข้อมูลจากเอกสารเพิ่มหน่อย
	พี่อ้วนบอกว่า โอกินาว่ากับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มันมีอะไรร่วมกัน
หลายอย่าง บอกว่าข้อมูลที่แกได้มาเมื่อห้าปีก่อนจากคำบอกเล่า คนโอกินาว่าเรียก
คนต่างประเทศ ว่าฝรั่ง เหมือนที่คนไทยเรียก
	น้าไม่ได้บอกแกเรื่องปลาริวกิวนะ  ปลาริวกิว ไอ้ปลาหวานตากแห้งน่ะ  
ที่โอกินาวา คือ อาการพื้นเมืองมีชื่อเสียงของเขา
	โอกินาวา คือ ชาวริวกิว ในอาณาจักรริวกิว ก่อนญี่ปุ่นมันจะมาเปลั่ยนเขาเป็นโอกินาว่า
	น้าว่า ปลาริวกิวที่รู้จักมาตั้งแต่จำความได้ ที่มาของมันไม่พ้นโอกินาว่าหรอก 
	อำลา พี่อ้วน และ อูเอโนะซัง เสร็จก็ออกจากสำนักงานกลับมาที่หอ
	อ้อ ..วันนี้ตอนกลางวัน โม้กับแอนดรูว์เรื่องโอกินาว่าอีก  บอกเขาว่า อากาศดี
 อาหารอร่อย ถูก บรรยากาศคล้ายเมืองไทย คนแต่งตัวกันตามสบายไม่เหมือนโตเกียวเลย 
แม่งใส่แต่สูท ผูกไท แอนดรูว์หัวเราะ บอกเออ คนโตเกียว บิสสิเนสเมน มันเหมือนหุ่นยนต์
ที่ปั๊มมาจากโรงงาน
	ว่าแต่ว่าเมื่อไรจะไปดริ๊งค์กันเสียที
	น้าเลยบอกว่า ว่างวันไหนก็บอก ถ้าไม่เจอก็บอกอูเอโนะซังไว้ เธอติดต่อน้าได้
ตลอดแหละ
	เหลืออีกแค่สามสิบกว่าวันเองนะจะบอกให้
	กลับมาถึงหอรีบเขียนบันทึก  เพราะไม่สดก็ไม่มัน แล้วเราก็จะขี้ลืม  เขียนบันทึก
ก็เป็นการบำบัดอย่างหนึ่ง อย่างใครบางคนบอกเอาไว้ 
	ราวเกือบสามทุ่ม เจ้าน้ำออนไลน์มา ไม่ได้คุยกันหลายวันแล้ว วันนี้ลองบัดดี้โฟน
กันเอง ใช้ได้แล้ว  ลูกกับแม่เถียงหันนิดหน่อย เพราะลูกชายหัวแก้วหัวแหวน ผู้หยั่งรู้ดินฟ้า
มหาสมุทร ยืนยันกับแม่ว่าใช้ไม่ได้ โปรแกรมมีปัญหา จะไม่ยอมเปิด แม่ก็บอกว่าลองหน่อย  
สุดท้ายก็ลอง แล้วก็ใช้ได้เหมือนเดิม
	ลูกนี่มันดื้อเหมือนใครว่า .... ว่าแล้วก็ไปส่องกระจกดู  ไอ้หมอนี่เอง ถ่ายเลือด
ไปให้ลูกชายเสียเต็มปรี่เลยเชียว มันน่า....ไหมเนี่ย
	ได้คุยกับแม่ก้อยไม่นานนัก  ฟังเธอรายงานความเป็นไปให้ฟัง พร้อมกับเหน็บ
ผลการเรียนของลูกชายว่าแย่ลง 
	วันนี้ลูกสองคนไม่ยอมมาคุยกับพ่อ น้ำหนีไปนอนดูโทรทัศน์  ส่วนฟ้าบอกว่า
ทำการบ้านอยู่
	แม่ก้อยถามว่าตกลงกลับวันไหน ตอบไปว่า ๓๑ สิงหาคม ยังไม่รู้เวลาแน่นอน 
แต่น่าจะเป็นกลางคืน  เธอยืนยันอย่างมั่นเหมาะว่าเชิญเสด็จมาเองก็แล้วกัน
	ไม่ต้องเดาก็รู้  ไปต่างประเทศทีไรไม่เคยไปส่งไปรับเลยแม้แต่ครั้งเดียว 
	อิอิ คนขับรถไม่เป็นนี่นะ 
	อือ...คุยกับที่บ้านแล้วก็อยากกลับบ้าน อยากกลับๆจังวุ้ย  คิดถึงบ้าน อยากไป
ทำโน่นทำนี่ทำนั่นหลายอย่าง อยากต้มปลาร้ากินด้วย  ใจจะขาดแล้ว 
	อีกสามสิบกว่าวันเอง  
	
	

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก