บันทึกจากญี่ปุ่น

๒๗ มิถุนายน ๒๕๔๓

กินแล้วนอนพักผ่อนกายา

กินแล้วนอนพักผ่อนกายา กินแล้วเที่ยวเรี่ยวแรงมีมา วันนี้กินแล้วไม่ได้นอน ซักผ้าปั่นผ้า เสียเวลารอ ปั่นเสร็จชุดแรก อ้าว ผ้ายังเหลือค้างอยู่ในเครื่องซักอีกสามสี่ชิ้น ต้องปั่นต่อรอเวลา

โน่นแน่ะครับ สิบเอ็ดโมงกว่า กว่าจะเสร็จ ไม่ต้องไปไหนหรอก

อีกอย่าง ไม่อยากไปไหนอยู่ดี หยุดมันเสียให้เข็ด จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย แล้วเสาร์อาทิตย์ค่อยไปเที่ยว

กลับจากโอกินาวา น่าจะได้บัดดี้โฟนกับที่บ้านบ้าง ก็เปล่าอีก

เมื่อวานปั่นต้นฉบับส่งไปแล้ว วันนี้ปั่นต้นฉบับอีก

เสร็จงานก็..เสร็จมัน

เมื่อไรคนเราจะไม่ต้องทำงานเสียทีหนอ

มานั่งนึกถึงหลายวันที่ผ่านมา มีอะไรขัดใจหลายอย่าง อันนี้ไม่ใช่เฉพาะญี่ปุ่น ในบ้านเราก็เป็น อย่างเช่นเรื่องการแต่งตัว จำได้ว่าวันที่สองที่โอกินาวา ตอนเช้าลง น้าก็แต่งตัวตามปกติ เรียบร้อยนะ นุ่งสแลค ใส่เสื้อเชิร์ต ไปเจออูชิยามะซัง เพื่อจะไปกินข้าวเช้า

มันถามน้าว่า เอาเนคไทมาหรือเปล่า คิดว่าจำเป็น

น้าบอกว่าเอามา ใจก็คิดว่า กินข้าวเช้าเนี่ยนะ ใส่ไทมาทำหอกอะไรไม่ทราบ เดี๋ยวกินเสร็จกลับห้องไปค่อยใส่ไม่ดีกว่าเหรอ เพราะว่าก็ตั่งใจว่าใส่ไท ใส่สูทไปอยู่แล้ว

ตอนที่ไปถึงงานรำลึกคนตายจากสงคราม อยากหัวเราะให้รากแตกตาย

เก้าสิบกว่าเปอร์เซ็นต์ของคนที่ไปร่วมพิธีเขาแต่งตัวกันธรรมดาๆ ทั้งนั้นแหละ มีไอ้บ้าอยู่ไม่กี่คนผูกไทใส่สูท อากาศก็ร้อนจะตายหะ

น้าเป็นหนึ่งในไอ้บ้ากับเขาด้วย

แต่ขำดี

หลังจากเสร็จพิธีแล้วออกจตระเวณสุสานยิ่งตลก

น้าก็ร้อน และรู้ว่ามันไม่มีพิธีรีตรองที่ต้องแสดงอะไรกับใครแล้ว ก็ปลดกระดุมคอ กระดุมเสื้อเชิร์ตสองเม็ด ดึงไทให้มันหลวม แต่ไม่เอาออก

กะว่าเท่แล้วเชียว

พี่เขาเห็นเข้า หันมายิ้มๆ บอก ศิริพงษ์ซัง ไม่จำเป็นต้องผูกไทแล้ว

แหม....ไม่รู้จักแต่งตัวแท่ๆมั่งหรือไงเพ่...ตั้งใจ น่ะ ตั้งใจ ไอ้เรื่องใส่สูทผูกไทนี่ เมืองไทยเราก็เป็น ดัดจริตกันซะไม่มี ถ้าอากาศหนาวๆก็ว่าไปอย่าง นี่ร้อนจะตายชัก

ไม่รู้มันสอนกันมาตั้งแต่เมื่อไรยังไงว่าแบบนี้สุภาพเรียบร้อย

แต่ใครชอบแบบนั้นก็ไม่ว่าเขานะครับ อย่าไปกำหนดกฎเกณฑ์ให้คนอื่นก็แล้วกัน

ขากลับพี่เขาก็ใส่สูทผูกไทขึ้นเครื่องบินเหมือนกัน ฮ่าๆๆ เหงื่อคงแตกโทรมอยู่ในเครื่องบิน ส่วนน้าน่ะ กางเกงลูกฟูกกับเสื้อผ้าบาติคบางๆ ทั้งขาไปและขากลับ

ไม่ใส่กางเกงขาสั้นก็ดีถมไปแล้ว

ไอ้เรื่องการแต่งตัวนี่มันเป็นพลังสังคมที่แรงอยู่นะ

บางครั้งเวลาจะออกจากบ้าน ไม่ได้ไปไหนหรอก แค่ไปส่งลูกหรือไปซื้อข้าวซื้อของ

ใส่เสื้อกล้ามก็ไม่ได้นะ ครอบครัวประท้วงกันน่าดู แปลกดี

เสื้อผ้าต้องเป็นอะไรสักอย่าง ที่เราไม่เข้าใจ

ปั่นแห้งเสร็จหมดก็มานอน หลับยาว แล้วก็ตื่น แล้วก็หลับ

เก็บบางอย่างไว้ในความทรงจำ

โลกที่ไม่มีการใส่เสื้อผ้าห่อหุ้ม

จะได้ไม่ต้องมานั่งตีความกันอีกไง

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก