บันทึกจากญี่ปุ่น

๒๗ มีนาคม ๒๕๔๓

คาโนะซังอีกแล้วจ้า

เลิกเรียนบ่ายโมงนิดหน่อย นั่งรถไฟมาแวะทากาดาโนบับบา มันเป็นสถานีใหญ่ที่มีรถหลายสายมาชุมนุมกัน แวบเดินออกไปเดินเล่น ลองเดินหาร้านขายเครื่องดนตรีดู หายากหาเย็นจริงๆ ไม่มีหรอกครับๆ ...ประโยคนี้แปลงมาจากเพลงของคุณอ่ำ อมรินทร์ ถ้าจำไม่ผิด

เดินแวะเข้าไปในห้างสรรพสินค้าที่เขียนชื่อว่าเซบุ เล็กนิดเดียว มีแค่สองชั้น ขึ้นไปชั้นสองเป็นร้านขายหนังสือ เป็นนิสัยน่ะนะ เจอร้านหนังสือเป็นไม่ได้เหมือนกัน ต้องสำรวจทุกที

ถึงจะอ่านไม่ออกก็ขอเปิดดู สังเกตุสังกาโน่นนิดนี่หน่อยตามวิสัยนักข่าว

แคน ยู สปีค อิงก์ลิช....โน

ประจำ

เบื่อจะถามแล้ว เดินดูหนังสือ อย่างน้อยๆชมปกก็เพลินดี ไล่ไปตามชั้น เจอหนังสือ "เจ้าชายน้อย"ภาคภาษาญี่ปุ่น มีปกอ่อน ปกแข็ง เป็นพ็อกเก็ตบุ๊คขนาดเล็ก แบบที่เห็นคนญี่ปุ่นโดยทั่วไปควักออกมาอ่านบนรถไฟนั่นแหละ พ็อกเก็ตบุ๊คของเขาเล็กกว่าขนาดมาตรฐานบ้านเรา คงเพราะทำให้สะดวกสำหรับการอ่านระหว่างเดินทาง

อีกเล่มเป็นแบบปกโคตรแข็ง ฮ่าๆๆ อันนี้เล่มเท่าพ็อกเก็ตบุ๊คบ้านเราเลย

เปิดดูเล่มปกอ่อน อืม...ซื้อไปสักเล่มก็แล้วกัน เอาไว้ฝึกอ่านตัวหนังสือไปด้วย เจอตัวคันจิก็ข้ามไปซะ มันคงต้องเจอคำที่เข้าใจกันมั่งละน่า

จากนั้นก็เดินแบบละเหี่ยขึ้นรถไฟไปสำนักงาน

ก่อนเข้าสำนักงาน แวะไปธนาคารซูมิโตโม่ เบิกเงินเสียหน่อย

เงินเดือนเข้ามาตั้งแต่ต้นเดือนแล้ว แต่อึดเอาไว้ ใช้เงินที่เอามาจากเมืองไทยให้หมดก่อน ก็เกือบหมดแล้ว วันนี้เลยต้องไปเบิก

พูดให้เท่ไปยังงั้นแหละครับ ไปกดตู้เอทีเอ็มน่ะ

ไม่ง่ายเท่าไหร่ เพราะมันไม่มีภาษาอังกฤษ เอาคู่มือออกมากางดู เข้าคิว พอได้ทีก็ทำผิดเลย ยัดบัตรพรวดเข้าไป ตู้ของที่นี่เขาต้องกดแจ้งความประสงค์ก่อนยัดบัตร กดโน่นนี่ไปสองสามที ยกเลิกเลย ถอยออกมาดูคู่มือใหม่อีกที

ดูจนชัวร์ จำตัวหนังสือญี่ปุ่นที่ต้องกดปุ่มแรกเอาไว้ ไปต่อคิวใหม่ เที่ยวนี้สำเร็จเรียบร้อย ได้เงินมาอุ่นๆในกระเป๋า เดินขึ้นลิฟต์ขึ้นสำนักงาน

มีคนชื่อกาญจนา โทรศัพท์มาจากเมืองไทยตั้งแต่วันศุกร์ บอกว่าจะสัมภาษณ์อะไรไม่รู้ เห็นข้อความฝากไว้บนโต๊ะทำงาน มาจากหน่วยงานที่ชื่อว่า เอเชียน เจนเนอรัล บุโร หน่วยอะไรของเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน ไม่ใกล้เคียงเลย ช่างมันดีกว่า

ตั้งใจว่าจะเขียนต้นฉบับของประชาชาติธุรกิจ อูชิยามะซัง เดินมาบอกว่าคุณคาโนะติดต่อมาว่าจะเข้ามาเจอวันนี้ดีมั้ย

เรื่องของเรื่องมันยาว เพราะว่าน้าสนใจไอ้โครงการสถานีริมทางในชนบท หรือ มิชิโนะ เอกิ ที่เจ๊แกเป็นคนเล่าให้ฟัง ก็พยายามจะค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต ไม่มีเลย และยังไงก็ต้องได้ไปลองสัมผัสดูอยู่แล้ว

อยู่มาวันหนึ่ง เมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง ถามพี่โอโนะซัง โต๊ะข้างซ้ายว่า เคยได้ยินโครงการนี้มั่งมั้ย พี่เขาไม่เคยได้ยิน และก็ประสานักข่าว เขาก็ซักไซร้ต่อ คุยไปคุยมา อูชิยามาซัง ก็เลยเข้ามาร่วมวง

แล้วก็นิสัยเทกแคร์แบบญี่ปุ่นรุ่นเดอะ แกติดต่อคาโนะเลย เอาข้อมูลภาษาญี่ปุ่นมาก็ได้ เดี๋ยวแปลเป็นอังกฤษให้ฟัง

จริงๆแล้วน้าอยากรู้ภูมิหลังของโครงการไว้หน่อยเท่านั้นเอง อยากอ่านที่มันเป็นเอกสารน่ะ เพราะคุณคาโนะพูดฟังยากจะตาย

เอ๋า พอติดต่อไปเท่านั้น มาเลย ทั้งๆที่ช่วงนี้เป็นช่วงปิดงบ ปิดโครงการ งานของคนญี่ปุ่นจะหนักมากอาทิตย์นี้แหละ

มันสิ้นปีงบประมาณในวันที่ ๓๑ มีนาคมไง

ราวๆห้าโมงครึ่งตอนเย็น คาโนะซังก็มา เอาเอกสารที่เขียนเองเป็นภาษาอังกฤษมาด้วย พูดเป็นต่อยหอย แล้วก็กางแผนที่ออกอธิบายสถานีโน้นสถานีนี้ให้วุ่น

สถานีพักริมทางนี่ มันมีขึ้นเพื่อตอบสนองการเดินทาง ขับรถไปนานๆ ก็มีที่แวะพักอะไรต่ออะไร แบบปั๊มน้ำมันบ้านเรา แต่ของญี่ปุ่นเขามันเป้นสถานีแวะพักจริง ไม่ใช่แค่ปั๊มน้ำมัน

คุณโอโนะ พี่อ้วนด้านซ้ายแกอธิบายเอาเองไว้เข้าท่าดี แกบอกว่าอดีตกาลนานโพ้น เขาใช้ม้ากันในการเดินทาง ควบไปนานๆทั้งคนทั้งม้าเหนื่อย ก็แวะพักตามสถานที่แบบนี้ มีห้องน้าห้องท่า มีอาหาร อะไรต่ออะไร สมัยหลังมันก็กลายมาเป็นสถานีริมทาง

คราวนี้ว่ากันตามเอกสารของคาโนะซัง เมื่อเจ็ดปีก่อน กระทรวงการก่อสร้างของญี่ปุ่นมีโครงการสร้างถนนห้าปี ก็เลยคิดพัฒนาปรับปรุงสถานีริมทางในชนบทขึ้นมา ให้สะอาดได้มาตรฐาน และชาวบ้านร่วมไม้ร่วมมือกันทำขึ้นมาเอง

มีสถานีริมทางเป็นร้อยสถานียื่นสมัครเข้ามา กระทรวงเขาก็มีมาตรฐานกำหนด สถานีไหนได้ตามมาตรฐานก็ออกใบรับรองให้เป็น มิชิโนะ เอกิ

ที่มันไกลกว่านั้นก็คือ มิชิโนะ เอกิ กลายเป็นเครื่องมือในการพัฒนาชนบทญี่ปุ่นไปด้วย ความจริงต้นแบบของบ มิชิโนะ เอกิ นั้นมาจากการพัฒนาของชาวบ้านแห่งหนึ่งซึ่งริเริ่มของเขาเองมานานมาก รัฐบาลเห็นดีเห็นงามก็เลยเอาเขามาเป็นที่ปรึกษา รวมทั้งวางแนวคิดมิชิโนะ เอกิ ให้รัฐบาลด้วย

เรื่องนี้อาจจะยาวเกินไป ไว้ว่างๆจะมาเล่าใหม่

แต่ต้องแถมอีกนิดว่า มันกลายเป็นสิ่งตอบสนองวิถีชีวิตคนเมือง พวกปลดเกษียณ ขับรถท่องเที่ยวไปในชนบทด้วยในตัว

ใกล้เคียงกับแนวคิดที่เคยคุยกับน้าศักดิ์เหมือนกัน แต่เราคิดกันเฉพาะเรื่องคนขับรถออกเที่ยวต่างจังหวัดกันอย่างเดียว ไม่ได้คิดลึกไปกว่านี้

สรุปว่า หลังกลางเดือนเมษา ชีพจรลงเท้าไปต่างเมืองไปดูมิชิโนะ เอกิ ยังไม่รู้ว่าเมืองไหน ฟังเจ๊แกไม่ค่อยออก ที่รู้แน่ๆ แกจะให้สัมภาษณ์ผู้ว่าการพรีเฟคเจอร์ที่จะไปด้วย ...เฮ้อ

เอาไงก็เอากัน

จบโปรแกรมนี้กำลังจะกลับบ้าน อูชิยามะซัง บอกอีกว่า ชายคนหนึ่งซึ่งน้าเจอเมื่อวันเลี้ยงต้อนรับครั้งแรก ชื่อ..จำได้ไหม..จำไม่ได้ครับ

แต่พอบอกว่าคนที่ชวนไปเยี่ยมบ้านดูซากกุระบานน่ะ ก็จำได้เลย เขาคอนเฟิร์มาว่าวันเสาร์ที่ ๘ เมษายนนี้ เจอกันบ่ายสองที่บ้าน ...เวรอีกแล้ว นึกว่าจะมีคุณลี จากเกาหลีนำทาง

อูชิยามะซังบอก จะทำแผนที่ให้ ...โอเชๆ

เดี๋ยวพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนจะไถลไปแรดที่อะกิฮาบาร่า ทำธุระให้ป๊ะป๋าไอ้หนุ่ยหน่อย ไปดูราคาคีย์บอร์ดภาษาญี่ปุ่น

เพิ่งนึกขึ้นมาได้เนี่ย

ใครสั่งอะไรไว้ ย้ำมาทางไอซีคิวทุกวันได้มั้ย ไม่โกรธหรอก

เพราะน้าขี้ลืมจริงๆ

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก