บันทึกจากญี่ปุ่น....น้าตู่ ณ ชิบะ

๒๙ กรกฎาคม ๒๕๔๓      ไปสู่ภูเขา...โกเซ็ง

สิบโมงเกือบครึ่ง ก่อนออกจากหอ เปิดเน็ตเช็คอีเมล์ดู
เสียหน่อย แล้วอดไม่ได้ต้องเปิดไอซีคิว นึกเฉลียวใจขึ้นมา ปรากฏว่ามีข้อความทิ้งไว้
จากลูกชายสุดแสบจริงๆว่า “ขอโทษครับ เก็บเงินซื้อเองได้”  แม้จะผิดประเด็นไปหน่อย
แต่มีคำขอโทษ ก็เอาละนะ อย่างน้อยวันนี้ไม่มานึกหงุดหงิดเรื่องเมื่อวานอีก
	แบกเป้ออกจากหอ โดยที่ยังไม่แน่ใจเลยว่าปลายทางอยู่ที่ไหน ไปเปิด
ดูหนังสือเอาบนซับเวย์ เลือกได้เส้นทางสายขึ้นยอดเขาโกเซ็ง ที่โอคุทามะ  ตามเส้น
ทางเท่าที่ดู หลังจากผ่านยอดเขาแล้วก็เดินเลยไปจดถึงสุดทางอีกด้านแล้วก็ขึ้นรถกลับ 
แต่เมื่อดูแผนที่ มันมีทางแยกให้เดินไปภูเขาโอตาเขะกับมิจาเขะ
	ก็กะว่าจะแยกไปมิตาเขะ แล้วไปหาที่พัก อาจจะเป็นที่เดิม
	ไปถึงสถานีโอคุทามะปาเข้าไปบ่ายโมงกว่า ความจริงรถเมล์
ที่ต้องนั่งต่อเขาก็กะเวลาไว้พอดีๆ คือ พอรถไฟเข้ามาเทียบสักห้านาทีรถเมล์ก็จะออก
 
	แทนที่จะรีบซื้อของแล้วขึ้นรถเมล์ น้ากลับไป
เดินอ้อยอิ่งสำรวจ ผลปรากฏว่าต้อองรอเที่ยวต่อไปอีก
ตั้งสี่สิบนาที เสียเวลาไปเยอะ  พอรถเมล์ออกก็เล็งๆสถานี
ที่ต้องลง ปรากฏว่าเลยไปเพียบจนถึงอ่างเก็บน้ำและพิพิธภัณฑ์
ค่อนข้างใหญ่กลางเขา
	ญี่ปุ่นนี่ไปถึงไหนก็มีพิพิธภัณฑ์  เข้าไปถามพนักงาน
ขอเอกสารภาษาอังกฤษเขาไม่มีให้ ให้แผนที่ซึ่งมีแล้วมา 
ก็รับมา แล้วเดินดูนิดเดียวเวลามันไม่คอยท่า เดินลงมาหา
ป้ายรถเมล์เพื่อจะนั่งย้อนกลับไปลงป้าย ซาไกบาชิ  
	ก็ต้องนั่งรออีกราวสิบนาที  ดูข้อมูลจากป้ายรถเมล์  เอาละเที่ยวนี้ไม่พลาด
แน่ มันมีราคาบอกอยู่ที่ป้ายรถเมล์ แล้วบนรถเมล์ ก็จะมีเลขและราคาขึ้นไปเรื่อยๆ
ก่อนจะถึงแต่ละป้าย แล้วคอยฟังเสียงเอาด้วย
	พอราคาขึ้นมาตรงกับเราจะลงก็เดินไปเลยทีนี้ บอกคนขับว่า ซาไกบาชิ 
แล้วยัดแบงก์พันเยนเข้าไปเพื่อแลกเหรี่ยญ กำเหรียฐมาได้ก็พอดีรถจอด เราเห็น
เหรียญมันน้อยผิดปกติ ก็เลยติดว่ามันคิดค่ารถไปแล้ว เดินลงประตู คนขับร้องเรียนใหญ่  
มาจ่ายเงินก่อนไอ้หนู น้าเลยย้อนมาหยอดเงินไปสองร้อยหกสิบเยน
	ลงจากรถ มันจอดกลางสะพานนะ ข้างล่างเป็น
แม่น้ำทามากาวะ อยากจะลงไปอาบน้ำ แต่มองหาทาทงลง
ไม่เจอ ก็เลยเดินตามแผนที่ที่เขาบอกเอาไว้  คือข้ามถนน
เดินไปก่อนถึงอุโมงค์เลี้ยวขวา  ยืนอ่านดูป้าย เอาละไม่ผิดแน่ 
เดินไปเรื่อยๆ
	มันเป็นทางรถวิ่ง ไม่ใช่ทางคนเดิน ถึงแม้จะอยู่
กลางหุบเขา แวนี้เป็นป่าสนทั้งหมด เดินไปอย่างสดชื่น แต่เหนื่อย
เพราะมันเดินขึ้นเขาค่อนข้างชัน แย่ที่ไม่มีป้าย
ภาษาอังกฤษเลย ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็ไปถึงหมู่บ้าน 
ดูแล้วน่าจะเป็นพวกบ้านพักกลางเขา มีร้านอาหารอะไรแบบนี้  
รถเก๋งมาจอดกันเยอะ  
	เล็งไปเล็งมา ไม่เอาละ เพราะควรจะเดินต่อไปมันสี่โมงเย็นแล้ว ต้องไปให้
ถึงยอดเขาโกเซ็ง แล้วเลยไปให้ถึงแยกไปมิจาเขะซังให้ได้  ถ้ามืดก่อนละก็ซวย ไม่มี
อะไรติดมาเลย นอกจาก ไฟฉาย กับ แซนด์วิชสองอัน น้ำสองขวด
	หยุดยืนพักที่หมู่บ้านนี้ให้มันหายเหนื่อยแล้วออกเดินต่อ 
	ปรากฏว่าไปได้แค่ไม่ถึงครึ่งกิโลเมตร  ทาทงไม่ตัน แต่เขากั้นทางไม่ให้
ขึ้น แล้วเราก็อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก ว่าห้ามเฉพาะรถหรือยังไง คนจะขึ้นไปได้ไหม
	ชั่งใจอยู่นาน ไม่เสี่ยงดีกว่า เดินย้อนกลับ
	มาหยุดคิดที่กลางหมู่บ้านอีกที   พักไม่พักๆ  ดูแล้ว ไม่พักดีกว่า  เพราะถึง
แม้จะกลางเขากลางป่า แต่มันสู้มิตาเขะไม่ได้ ไม่มีทางสำหรับคนเดินไปในเขาเลย 
	เดินย้อนกลับไปตรงจุดแวะพักที่มีแผนที่ ดูยังไงก็ไม่เข้าใจแผนที่เขา  อะไร
มันอยู่ตรงไหนกันก็ไม่รู้  ตัดใจว่ากลับดีกว่า
เดินลงมาเรื่อยๆ ขากลับนี่เร็วหน่อย มาถึงอีกจุดหนึ่ง ตรงนี้มีรถเก๋งจอดอยู่คันหนึ่ง 
มีทางเข้าไปในเขา แต่เขาเอาเชือกมากั้นเอาไว้  ลองเดินเข้าไปดูเผื่อจะเจอน้ำตก 
เพราะได้ยินเสียงน้ำ  เดินไปจนสุดทาง ปรากฏว่าเป็นน้ำตกสายเล็กๆ เล็กมากลงมา
จากเขาจริง  แต่ดูเหมือนเป็นที่ส่วนตัว มีลุงคนหนึ่งอยู่บนเขากำลังเก็บผัดถอนหญ้า
อะไรแบบนี้แหละ 
	แหงนมองขึ้นไป ห่างจากเราประมาณสักร้อยกว่าเมตร แบบบนหน้าผาน่ะ 
ไม่สนใจน้าเลยเหมือนกัน น้าก็ไม่สนใจ มองๆดูข้างล่างน้ำไหลลงไป เหมือนลำธาร
เล็กในหุบเขา แต่ไม่มีทางลง
	พักเหนื่อยสักแป๊บ ก็ออกเดินต่อ มาเจออีกแยกหนึ่ง แยกนี้มีป้ายเยอะ
และทางคราวนี้เป้นทางขึ้นเขาจริงๆ แต่อ่านมันไม่ออกว่าจะไปถึงไหน  ลองเดินเข้า
ไปดู ตอนแรกหยุดดูป้ายก่อน แล้วก้าวไปสามก้าว  เอ...ถอยกลับมาดูป้ายอีกที
	นั่นไง มีรูปหมีนอนหนุนหมอนสบายอุรา ดูนาฬิกาอีกที
	ไม่เอาแล้ววุ้ย ท่าทางจะเดินเข้าป่าทึบ แล้วไปไหนก็ไม่รู้  มาคนเดียว 
ไม่อยากจะไปเจอเพื่อนกลางทางตอนมืด เลยถอยหลังกลับดีกว่า
	เดินต่อมาเรื่อยๆ คราวนี้ฉลุย ไม่นานก็ถึงที่เดินข้ามถนนไปอีกฟาก 
ไปรอที่ป้ายรถเมล์  มีผู้หญิงกลางคนยืนรออยู่สองคน  มองลงไปข้างล่าง แม่น้ำทามากาวะ.....
มันน่าลงไปแช่จริงๆ แต่ไม่เอาแล้ว เกินเวลาที่ควรจะเป็น  พอรถเมล์มาก็ขึ้น มาถึง
โอคุทามะราวห้าโมงเย็น
	ไปสู่ภูเขาเเที่ยวนี่ไม่คุ้มเท่าไร ได้อย่างเดียวคืออากาศที่มันสดชื่นปลอดโปร่ง
	ขึ้นรถไฟกลับ นั่งมาถึงสถานีมิตาเขะ มันจอดนานเลย น้าก็นั่งอ่านหนังสือ
เป็นทองไม่รู้ร้อน คนลงคนขึ้นก็ไม่สนใจ แต่สนักเดี๋ยวหนึ่ง คนแก่หลายคนมากันเป็น
กลุ่มในรถก็ล้งเล้งๆ ลงจากรถ มองตามเขาไปอีกฟากของชานชลา อ้าวขบวนนั้นถึง
ชินจูกุเลยนี่นา เลยลงตามเขาไปขึ้นมั่ง
	ดีเหมือนกัน เพราะมันเป็นรถด่วน หลายสถานีมันไม่จอด 
	กว่าจะมาถึงหอก็สองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว แวะซื้อข้าวปลาไหลย่างปากซอย
มากล่องหนึ่ง  วันนี้เขาแถมน้ำชามากล่องหนึ่ง
เดินมาได้ยินเสียงบึ้มๆ ตอลดทาง วันนี้วันอะไรนะ ตอนที่รถไฟผ่านทาชิคาวะ
ก็เห็นคนยังกับหนอน เด็กผู้หญิงจำนวนมากมายแต่งกิโมโน มีบู๊ธร้านขายของ
ถามถนน เท่าที่มองลอดไปเห็นได้
	คอนวีนิ ปากซอยก็ยังเจอสามสาวกิโมโนเลย
	พอเข้ามาในห้อง สิ่งแรกที่ทำคือ เปิดทีวี ไม่เห็นมีอะไร  เอาหนังสือ
สิบสองเดือนในญี่ปุ่นมาเปิดดู ก็ไม่มีอะไรพิเศษวันนี้อีก แล้วเขาทำอะไรกันวุ้ย 
เจ็บใจอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก โง่ไปถนัดเลย
	ช่างมัน อาบน้ำดีกว่า
	นั่งตัดกล่องน้ำดื่มทำที่ใส่สบู่  แล้วแกะสบู่ตรานกแก้วออกมา ไม่ไหวแล้ว 
อากาศร้อนหนึบหนับแบบนี้ ใช้สบู่เหลวของหอไม่ได้เรื่องได้ราว ทนใช้มาตั้งสี่ห้าเดือนได้ไงไม่รู้  
	อาบน้ำฟอกสบู่ไปสามเที่ยว  หอมสบู่ตรานกแก้วไม่รู้ลืม
	เนี่ยดมสิ ยังหอมอยู่เลย 
	เหยียบภูเขาโกเซ็งวันนี้ได้ของแถมมาอีกอย่าง....หูอื้อยังไม่หายเลย 

วันต่อไป
กลับไปเมื่อวาน
กลับหน้าสารบัญ
กลับหน้าแรก