บันทึกจากญี่ปุ่น

๒๙ มิถุนายน ๒๕๔๓

ไอ้ตี๋...เรฟโวลูชั่น

เหตุการณ์เมื่อค่ำวันวานของ อี-แฟมิลี แม่ก้อยบอกว่า ปรายฟ้า มุดหัวเข้าไปในผ้าห่ม แล้วพูดว่า ...หนูก็คิดถึงพ่อ แต่หนูไม่อยากคุยกับพ่อแบบนี้ อยากคุยกับพ่อจริงๆ

น่าเศร้าใจไหม ลูกที่แสนรัก

อิอิ..ไม่น่าเศร้าหรอก เพราะแว่วเสียงหัวเราะเอิ๊กๆ ออกมาจากใต้ผ้าห่ม ครีเอตเหลือเกินนะคุณปราย

เมื่อคืนเลยนอนแว่วเสียงหัวเราะของลูกเสียจนดึก

ตื่นไม่สาย สิบโมงไปแวะซดบะหมี่ที่ตลาดปลา ก่อนเข้าสำนักงาน

นั่งปั่นต้นฉบับอย่างไม่อ้อยอิ่ง เพราะเวลาไม่คอยท่า เสร็จสรรพก็เหมือนเดิม ต่อเน็ตหาอะไรต่ออะไรไปเรื่อยๆ คุยกับคนโน้นมั่งคนนี้มั่ง ทำโน่นนี่ไปเรื่อยๆ รอเวลา

หกโมงเย็นออกจากสำนักงาน ไปย่านกินซ่า วันนี้ต้องไปดินเนอร์ ชมรมผู้สื่อข่าวต่รางประเทศ จ่ายไปสามพันเยน นั่งเป๋อเหรออยู่คนเดียวสักพักค่อยมีคนอื่นๆมาสมทบ

วันนี้ประธานเจโทรมาพูดเรื่อง การฟื้นตัวของเศรษฐกิจเอเชีย ไอทีจะเป็นหัวจักรรถไฟใหม่ได้ไหม

ก่อนพูดก็กินกันก่อน คนละหนึบหนับ ได้เวลา ท่านประธานก็เริ่มพูด เวลาพูดมีราวๆสามสิบนาที สามในสี่ของเวลาท่านเล่นอธิบายตัวเลขเศรษฐกิจตามรายงานในกระดาษที่แจกมาให้ ๓๐ หน้า

ผู้ฟังซึ่งมีราว ๒๐ คน รวมทั้งผู้ดำเนินรายการพากันอึดอัด

ท่านจะเข้าประเด็นไหมเนี่ย

สรุปสั้นๆว่า เศรษฐกิจเอเชียเริ่มฟื้น แต่ยังไม่กลับไปเท่าของเก่า ยังต้องใช้เวลาพอสมควร

แล้วจะฟื้นไปโดยมีไอทีเป็นตัวฉุดหรือเปล่า ท่านว่าเปล่า ไม่ได้ๆ เพราะสัดส่วนการใช้อินเทอร์เน็ตในเอเชียมันต่ำมาก

มันต้องฟื้นด้วยการลงทุน

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ โดยเฉพาะพวกอุตสาหกรรมสนับสนุน เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ เป็นต้น

ไอทีต้องมาเป็นอันดับรอง

มีเรื่องอื่นใหม่ๆน่าคิดอยู่เหมือนกันที่ประธานเจโทรพูด แต่ไม่เหมาะจะมาบันทึกประจำวัน เอาไว้เขียนรายงานส่งครูละก็พอไหว

เอาเป็นว่าวันนี้อารมณ์ดีมีความสุขละกัน ฟังเขาพูดได้อะไรติดหัวมาหลายอย่าง

เมื่อเช้าก็ดีอีกด้วย เพราะพอถึงสำนักงานก็รีบเปิดหนังสือพิมพ์ย้อนหลังดู อยากดุว่า อาซาฮี อีฟนิ่ง นิวส์ รายงาน ซิมโปเซียม ที่โอกินาว่าเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ว่าอย่างไรบ้าง

ซิมโปเซียมนี้จัดโดย อาซาฮี ชิมบุน ร่วมกับ โอกินาว่า ไทม์ส ซึ่ง อูชิยามะซัง พยายามจะล็อบบี้ให้น้าส่งข่าวกลับมาเมืองไทย บอกกับน้าตรงๆเลยว่า ที่ให้มาร่วมงานนี้ก็เพราะตรงนี้แหละ

โห..น้าค้นใหญ่เลย จะดูว่ามันรายงานข่าวยังไง

ผลน่ะเหรอ หนังสือพิมพ์ อาซาฮี อีฟนิ่ง นิวส์ ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ในเครือของอาซาฮี ชิมบุน เจ้าภาพใหญ่ ไม่มีแม้แต่ประโยคเดียวที่พูดถึงซิมโปเซียมโอกินาวา

เขาเองเจ้าภาพยังไม่สนใจ ไอ้เราเมืองไทยไกลโพ้น จะไปยุ่งกับเขาทำไม

ภาษานักข่าวบ้านเรา อาจจะสรุปว่า อูชิยามะซัง ไม่มีเซนส์ข่าว

แต่เขามีเซนส์แปลกๆ

เป็นเซนส์ซึ่งมองเรื่องแม็คโคร มองเรื่องของความมั่นคง ความเป็นปึกแผ่น ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน(เลือกเอาไปสักอันนะ อันไหนก็ได้)

เช้าวันที่จะหลับจากโอกินาว่า เขาถามน้าว่ารู้ผลการเลือกตั้งสภาล่างของญี่ปุ่นไหม น้าส่ายหัว

เขาบอกว่าอากาศไม่ค่อยดี คนไปเลือกตั้งน้อยกว่าที่คาด เป็นโชคดีของพรรคแอลดีพี

สรุปว่า สามพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังคงได้เสียงข้างมาก เท่ากับเป็นชัยชนะของแอลดีพี เป็นชัยชนะของสามพรรคร่วมรัฐบาล

และเป็นชัยชนะของญี่ปุ่น

เพราะสามพรรคร่วมประกาศจะร่วมกันต่อไป

น้างงนะ ชัยชนะของญี่ปุ่น สามพรรคร่วมรัฐบาล เสียงหดไป ๖๕ เสียง ยังเป็นเสียงข้างมากก็จริง แต่หมิ่นเหม่เต็มที

ชัยชนะอะไรของเขาก็ไม่รู้ หัวหน้าพรรค นิว โคไมโตะ หนึ่งในพรรคร่วมรัฐบาล น้ำตาแทบจะร่วงเผาะ

ก็ลองมานั่งตรองดู ญี่ปุ่นมันปกครองด้วยพรรคเดียวมานานมาก มาระยะหลังๆนี่แหละที่มันมีพรรครัฐบาลผสม แล้วมันก็เลยยุ่งๆ เหมือนยุงตีกัน ทำอะไรก็ไม่ถนัด

ถ้าซีกสามพรรครัฐบาลไม่ชนะ รัฐบาลญี่ปุ่นใหม่จะยิ่งรวมดาวกระจาย

วิธีคิดแบบนี้ของอูชิยามะซัง น่าจะเป็นวิธีคิดแบบเอาประเทศมาไว้บนบ่า

น้าไม่เอาด้วยหรอก

จะกระจายหรือกระจุยหรือกระจุกก็ช่างมัน

ตถตาน่ะนะ

ไม่คิดแทนคนอื่นดีกว่า

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก