บันทึกจากญี่ปุ่น

๒ เมษายน ๒๕๔๓

วันเนือยๆ

เสาร์อาทิตย์นี้เนือยๆยังไม่รู้ ไม่คิดอยากไปไหนเลย เมื่อวานไปนากาโนะมา วันนี้ยังไม่รู้จะไปไหน

คุณแก้ว ชิคาโก้ เพิ่งกลับมาจากอริโซน่า หนังสือแปลชำแหละทุนนิยมโลก โดยจอร์จ โซรอสของน้าไปนอนรออยู่ที่บ้านแล้ว ขอบคุณติ๊นที่ช่วยส่งไปให้ คุยกับคุณแก้วสักแป๊บ น้าอ๊อดเข้ามาอีก คุยต่ออีกหน่อยก็เลิกรา น้าเขามาทำงานทุกวันเลยแฮะ มาแต่เช้าเลยด้วย ไอ้อวบคิดถึงแย่

หมอกุ้งมาไอซีคิวแต่เช้าเหมือนเดิม มาสอนวิธีอบหมูให้เปื่อยด้วยเตาไมโครเวฟต่อจากเมื่อวาน คุยไปคุยมา หมอแนะให้ไปชินจูกุ เอ้า ไปก็ไป

เอาข้าวสวย กับ ต้มหน่อไม้ที่เหลือไปอุ่นกิน ฝีมือไม่ใช่ย่อยหลังจากกินเข้าไปรอบที่สาม เริ่มรู้จักกับเตาไมโครเวฟกับเขาบ้างแล้ว จับทางถูกแล้วเดี๋ยวได้สวยแน่นอน

เสร็จแล้วลงไปอาบน้ำ สระผม

อาบเสร็จกำลังเป่าผมอยู่ พี่ยุ่นหนุ่มน้อยคนหนึ่งเดินเข้ามา แก้ผ้าใส่ตระกร้า เดินเข้าไปอาบน้ำเฉยเลย อ้อ คนญี่ปุ่นเขาเป็นกันอย่างนี้เอง แก้ผ้าเป็นเรื่องธรรมดา เคยดูโทรทัศน์เขาบอกว่าที่อาบน้ำร้อนสาธารณะแบบเก่าแต่ก่อนแก้ผ้ากันหมดเลยนะ ไม่แบ่งแยกเพศ เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีแล้ว ที่มีก็กั้นแบ่งกัน แล้วผู้หญิงก็ไม่แก้

มีแต่เด็กๆที่วิ่งข้ามโซนได้ ฮ่าๆ น้ายังไม่เคยเห็นที่อาบน้ำแบบนั้นเลย เห็นก็ไม่เข้าไปหรอก

แต่งตัวออกข้างนอก ไปชินจูกุ

ใช้เวลาเดินทางเกือบชั่วโมง ไปถึงก็เดินวนไปวนมาเหมือนเดิม แต่ใจไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ เดินไปเรื่อยๆ โห แถวนี้บาร์อะโกโก้เต็มไปหมด ถ่ายรูปมาฝากรูปหน้าร้านมาฝากรูปหนึ่ง

แต่ละร้านมีรูปสาวๆติดเต็มไปหมด มีราคาบอกเสียด้วย สาวญี่ปุ่นทั้งนั้นเลย ในรูปน่ะ ไม่รู้เขาทำอะไรกันนะ เห้นมีคนหน้าตาดุๆ ใส่สูทยืนกลางถนน ไม่รู้คอยเรียกแขกหรือเปล่า

แถบนี้เยอะดีแฮะ

เดินไปเจอร้านอาหารไทยเข้าร้านหนึ่ง ละแวกเดียวกับบาร์นี่แหละ อยู่ชั้นสอง เห็นเขาเขียนป้ายเอาไว้ ร้านขุนช้างแนะนำ ยินดีต้อนรับ

แต่วันนี้ไม่นึกอยากกินอาหารไทย ก็เลยไม่เข้าไป

เดินต่อไปเรื่อยๆ เข้าโน่นออกนี่จ้าละหวั่น

สักบ่ายโมงกว่าๆ ถนนใหญ่หน้าสถานีรถไฟชินจูกุ ก็ปิด คนเดินกันยุ่บยั่บ แต่ก็งั้นแหละ ชินจูกุวันนี้ไม่มีอะไรน่าดู ไม่มีเด็กๆแต่งตัวประหลาดๆมายืนหรือเดินให้เห็นเลย

สงสัยยังไม่ได้เวลา ต้องให้เย็นย่ำค่ำมืดโน่นละมั้ง

แต่คิดว่าน่าจะเกี่ยวกับอากาศด้วย มันยังเย็นๆอยู่ เพราะอย่างย่านกินซ่า ที่ว่าเป็นถนนแฟชั่นก็งั้นๆ เหมือนกัน ไว้รออีกเดือนสองเดือน น่าจะโชว์กันสนุกเมื่ออากาศไม่ค่อยหนาว

กลางถนนเห้นฝรั่งเล่นกีตาร์ แบกกลองใหญ่อยู่ข้างหลัง มีเครื่องขยายเสียงเปิดจังหวะกองใส่รถเข็นอยู๋ริมถนน เล่นเพลง โฮเต็ล แคลิฟอร์เนีย เข้าไปยืนดู ถ่ายรูปมาสามสี่รูป

ก็ยังรู้สึกงั้นๆเหมือนเดิมแฮะ

กลับดีกว่า เดินเข้าสถานี แวะกินบะหมี่ไปชามหนึ่ง ดูจากรูปแล้วกดตั๋วเอา ชามละร้อยหกสิบบาท มันใส่สาหร่ายมาด้วย

ไม่รู้ไปเลือกอีท่าไหนละ สาหร่ายที่ว่านี้ เหมือนตะไคร่น้ำเลย เหมือนเดี๊ยะ เคยเอามือช้อนตะไคร่น้ำขึ้นมาบ้างไหม เหลือกๆแบบนั้นแหละ

แต่ก็กินจนเกลี้ยงชาม อร่อยดี

ขึ้นรถไฟกลับ ถึงสถานีที่หอ อาการศเย็นมากขึ้น แปรปรวนดีจริงเลยอากาศที่นี่ เช้าอย่างเย็นอย่าง แวะเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตซื้อพริกขี้หนูกับแตงกวามา เห็นมีเงาะกลับมาขายอีกแล้ว คราวนี้ถูกลงนิดตกลูกละยี่สิบเจ็ดบาท ใส่กล่องพลาสติกขายกล่องละ ๘ ลูก ไม่ซื้อเหมือนเดิม

ถึงหอพักอย่างเนือยๆ วันนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจเลยจริงๆ โทรทัศน์สถานีเท่าที่มีให้ดูในห้องก็เห่ยๆไงไม่รู้

สักห้าโมงเย็น เซ็งเต็มที เอาแตงกับกุ้งแห้งมายำกินเล่น ใส่น้ำปลามะนาวกระเทียมเข้าไป น้ำตาลทรายนิดหน่อย

แกล้มกับเบียร์ ก็พอทน

หกโมงเย็น ทำต้มหน่อไม้อีกรอบ หน่อไม้เหลืออีกหน่อ หมูสามชั้นอีกสองท่อน หั่นๆ โรยกระเทียม น้ำตาลน้ำปลา พริกไทย และคะนอร์ซุปไก่หนึ่งก้อน ใส่ชามลงไปรินน้ำแล้วเข้าไมโครเวฟ คราวนี้เป็นแล้ว ประมาณครึ่งชั่วโมงได้ที่

เห็นมีสาววัยรุ่นสองคนเข้ามาในหอ ตอนกำลังทำต้มหน่อไม้อยู่ สงสัยว่าคงมาเยี่ยมเด็กหอที่มาอยู่ใหม่กันหลายคน

สองสามวันนี้เจอคนหน้าใหม่ๆที่หอเยอะเลย

แต่ไม่มีอะไรน่าสนใจ

ถึงสนใจก็ไม่รู้จะทำยังไง

สรุปว่าวันนี้เกือบไม่ได้พูดกับคนเลยสักคำ เฮ้อ ถ้าไม่มีไอซีคิว สงสัยบ้าตาย

อ้อ เมื่อตะกี้นี้ น้าออกไปฉี่ มีเสียงกริ่งดัง ไอ้สัญญาณเตือนภัยน่ะ เดินออกจากห้องน้ำจะกลับเข้าห้อง พี่เกรกอรี่ เดินออกมาขากห้อง ถามว่าเสียงอะไร

ฝรั่งนี่ไวจริงแฮะเรื่องพวกนี้

ความจริงไม่มีอะไร อีกซีกของหอ คนเขาทำอะไรกันอยู่ไม่รู้ แล้วไฟทางเดินไม่ได้เปิด พวกก็คงกดสวิทช์กันวุ่นวาย

แป๊บหนึ่งไฟก็สว่าง เห้นมีคนอยู่สี่ห้าคน ร่ำลากันใหญ่

อีกแล้ว โค้ง..ไม้ยมกหลายอัน

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก