บันทึกจากญี่ปุ่น

๓เมษายน ๒๕๔๓

วันครอบครัว...อยากกินแกงส้ม

บันทึกจากญี่ปุ่น

๓ เมษายน ๒๕๔๓

วันครอบครัว...อยากกินแกงส้ม

พื้นฐานครอบครัวก็มีพ่อแม่ลูก หลังจากมาอยู่ที่นี่ได้สักอาทิตย์กว่าๆ พ่อแม่และลูกสองคน อยู่กันคนละบ้านเลย วันนี้เลิกงานกลับมาบ้าน ต่ออินเทอร์เน็ต เปิดไอซีคิว เจอลูกชายบอกให้คุยทางไมค์ พอได้คุยกัน ปรากกฏว่า ลูกสาวสุดที่รักไปอยู่กับพี่ชายที่นาเกลือเรียบร้อยแล้ว

พี่ป้าน้าอาผลัดกันมาคุยกันใหญ่ เจี๊ยวจ๊าวเชียวแหละ

ขาดแต่แม่เขาคนเดียว มาส่งลูกสาวแล้วก็กลับไป คงต้องทำงานต่อรอวันหยุดอีกสองสามวัน

ตกลงเจรจรากับพี่สาวคนโตให้จัดการเรื่องส่งพริกแกงส้มมาให้พร้อมมะขามเปียกสำเร็จรูป แถมพริกแกงเผ็ดอีกหน่อย พี่เขาจะส่งมาให้ตั้งกิโลหนึ่ง บอกไปว่าไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้ เอาครึ่งโลพอ

พักนี้เมนูกับข้าววิ่งเวียนในหัวเยอะเลยแฮะ

มื้อกลางวันวันนี้หลังจากเลิกเรียนบ่ายโมงขึ้นรถไฟมาสองสถานี ลงที่ทาดากาโนบับบาแล้วเดินวนหาร้าน เข้าไปร้านหนึ่ง กดตั๋วมาใบ เอาถูกสุด และอย่างชามเล็กสุด สี่ร้อยเยน ก็ราวๆ ร้อยสามสิบบาท

ได้ซุปญี่ปุ่นมาถ้วยหนึ่ง ซุปญี่ปุ่นหรือแกงจืดนี่รสชาติเหมือนกันหมด ต่างแค่ว่าใส่อะไรลงไปเท่านั้น เช่น เต้าหู้อ่อน ,เต้าหู้แข็ง,สาหร่าย,หอมใหญ่,เห็ด หรือ หอย (อันนี้แพงหน่อย ยังไม่เคยเจอที่หอพักเลย)

บางทีก็มีหอมซอยมาให้ใส่ด้วย

อีกชามก็คือข้าว ราดหน้าเนื้อผัดหอมใหญ่ ถ้าเป็นบ้านเราใส่พริกชี้ฟ้าไปก็คือผักพริกนี่เอง ใส่ซีอิ๊วลงไปผัดๆปรุงๆ เท่านั้น แต่เนื้อของเขานี่สิ คงเพราะเราเอาราคาถูกสุด เนื้อก็เลยเหมือนเศษเนื้ออะนะ แต่เขาแล่บางเฉียบดี แล้วก็เปื่อยพอสมควร กินไปก็อร่อยดี โรยพริกป่นลงไปหน่อย

ขนาดชามเล็กแล้วยังเยอะ

กินเสร็จ น้าก็เดินตีพุงขึ้นรถไฟกลับสำนักงาน

ไปถึงก็เปิดคอมพิวเตอร์ ทำงานให้น้องๆที่ประชาชาติธุรกิจหน่อย ไม่ถึงสิบนาที อูชิยามะซังมาอีกแล้ว มีนัดกับคาโนะซังตอนบ่ายสาม

อีกสิบนาทีถึงเวลา น้าก็เลยเลิกทำงาน ลงไปเจอคาโนะซัง พร้อมกับอูชิยามะซัง ฟังเขาลูกเดียว ตกลงว่าวันที่ ๒๖ เมษายนนี้น้าจะต้องไปดู สถานีพักริมทางที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมและส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและสูงอายุ

ไปไหนก็ไปดูอะไรก็ดู

อูชิยามะซังถามว่าอยากรู้เรื่องไหนเป็นพิเศษเกี่ยวกับเรื่องเกษตรกรรม เขาจะได้จัดคนมาพูดคุยด้วยให้ถูก เขาที่ว่านี่ก็คือผู้ว่าการรัฐฯ หรือ ผู้ว่าการจังหวัดอะไรแบบนี้ในบ้านเรานี่แหละ

น้าเลยแกล้งบอกไปว่า ไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง จะอยากรู้อะไรเป้นพิเศษๆได้ยังไง อยากดูน่ะ อยากดู อยากดูเฉยๆ

สองคนงงเป้นไก่ตาแตก

คาโนะ ไม่งงเท่าไหร่ เพราะประสบการณ์เจ๊แกเยอะ ของมันต้องดูก่อนถึงจะเกิดคำถาม

แต่อูชิยามะซังงงมาก ทำไมเอ็งไม่มีอะไรอยากรู้เป็นพิเศษเลยเหรอ

เท่าที่นั่งคุยกันไปๆมาๆ น้ารู้ว่า อูชิยามะซังน่ะ ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับชนบทญี่ปุ่นเลย รู้แค่ข้อมูลทั่วไปกว้างๆ รู้แค่ว่าคนปลูกข้าวรัฐบาลอุดหนุน อะไรแบบนี้

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าญี่ปุ่นยังต้องมีการพัฒนาชนบทกันอยู่ และมีทั้งประสบความสำเร็จและล้มเหลว

โม้เกินไปหรือเปล่า

นิดๆ...เฮียเขาฟังคาโนะซังเล่าเรื่องการมีส่วนร่วมของผู้หญิงในชนบทในโครงการสถานีริมทางที่เธอทำแล้ว เขาบอกว่า น่าสนใจ สำคัญ แต่นักข่าวของเขาไม่เคยสนในเลย

เฮียยังไม่รู้เลย นักข่าวเฮียจะรู้ได้ไง

วัน วิลเลจ วันโพรดักต์ ของโออิตะ พรีเฟคเจอร์ น้าเล่าให้ฟัง ก็ยังไม่เคยได้ยิน

แถมยังมาเดาสุ่มอีกว่า ที่น้าสนใจชนบทญี่ปุ่นและเกษตรกรรมของเขามากเพราะเป็นคนกรุงเกิดในกรุงเทพฯ

โธ่ ไอ้หอย ...น้าน่ะ ลูกทุ่งเฟ้ย เกิดร้อยยี่สิบกว่ากิโลเมตรนอกกรุงเทพฯ เดินจากบ้านไม่กี่ร้อยเมตรก็เจอท้องนาเยอะแยะแล้ว

มีเรื่องอีกเยอะที่อยากจะเล่า ไว้ค่อยๆเล่าดีกว่า เหนื่อยแล้ว

กินกาแฟเย็นใกล้จะหมดแก้ว ก็ถูกไล่กลับขึ้นสำนักงาน เขาจะคุยธุระกัน

ที่ทีจะไปกันมีอยู่สองที่ ที่หนึ่งเป็นที่ชาวบ้านแอ๊คทีฟ อีกที่หนึ่งมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานครบรอบสี่ร้อยปี

เขาให้เลือก น้าไม่รู้จะเลือกที่ไหน เพราะอูชิยามะซังมันจะไปด้วย มันไม่เคยไปเลย

ไปไหนก็ได้ บอกไปอย่างนี้ละนะ

จะไปดูอะ ...ดูแล้วเดี๋ยวถามได้

บ๋ายบาย

กลับมาถึงหอพัก มีมอบหมายงานมาจากกรุงเทพฯแล้ว ได้จ้าได้ ต้องลดเวลาชมดอกซากุระไปหน่อย

ไม่เป็นไร

จะไม่แอ๊คทีฟไปอักสักพักจนกว่าจะได้ปลาร้าสับ และ พริกแกงส้มจากพี่สาว

อิอิ

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก