บันทึกจากญี่ปุ่น

๕ มีนาคม ๒๕๔๓

ช็อปปิ้งพื้นฐาน

ตื่นเช้ามายังเพลียเหมือนเดิมแฮะ ลงไปกินกาแฟแก้วหนึ่ง แล้วกลับขึ้นมานั่งเขียนบันทึกของเมื่อวานต่อจนเสร็จ ยังไม่มีแผนอะไร ...อ้อ เปิดน้ำมะเขือเทศกินแล้ว ใช่น้ำมะเขือเทศจริงๆ แต่ไม่น่าจะร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างที่เขียนบนกล่องเลย เพราะน้ำออกใสพอสมควร แถมยังมีรสหวานด้วย แต่ก็มีกลิ่นมะเขือเทศ

ลืมบอกไปอย่างว่า ในห้องมีตู้เย็นด้วย จ่ายเงินโดยอาซาฮี ชุมบุน วันแรกนั่นมันถามเราว่าจะเอาไหม เราก็ยังคิดว่า หนาวจะตายห่า เอาตู้เย็นไปทำอะไรวะ คิดโดยไม่คิดน่ะ

มาโกโตะบอกว่า ตอนนี้ไม่จำเป้นแต่เดี๋ยวพ้นหนาวอีกเดือนเดียว จำเป้นแน่ๆ ก็เลยได้ตู้เย็นมาไว้ในห้องหนึ่งตู้ แล้วก็พบประโยชน์ของมันทั้งที่เป็นหน้าหนาวนี่แหละหลังจากไปเดินซูเปอร์มาร์เก็ต จำไว้เลยเพื่อน ทีหลังอย่าคิดอะไรลวกๆเป็นอันขาด

สองโมงกว่าๆ ไม่รู้สึกหิวเลย เปลี่ยนกางเกงขาสั้น หยิบผ้าเช็ดตัวลงไปกะจะอาบน้ำ ได้ยินเสียงเหมือนมีคนอาบอยู่ตอนลงบันได ...นั่นไงรองเท้า มีคนแน่ๆ ก็เลยเอาผ้าเช็ดตัวไปใส่ไว้ในล็อกเกอร์ แล้วออกไปนั่งกินกาแฟ สูบบุหรี่รอในห้องรับแขก กะให้เขาอาบเสร็จก่อน สักพักหนึ่งก็เรียบร้อย เข้าไปอาบน้ำเสร็จ กลับเข้าห้อง

นึกครึ้มอะไรขึ้นมาก็ไม่รู้ กวาดเอาเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไปลองซักดู กะว่าเสร็จแล้วค่อยออกไปข้างนอก ลองจิ้มปุ่มเครื่องซักผ้ามั่วๆเอา ใช้ได้เหมือนกัน แต่นานนน่าดู เข้าไปชั่วโมงกว่าแล้วยังซักไม่เสร็จเลย

ตอนนี้กำลังปั่นแห้งอยู่ เสื้อผ้าไม่กี่ชุดทำไมมันนานจัง

รอไปรอมา ชักเริ่มปวดหลังขึ้นมาอีก ...แก่แล้วเนอะ เพิ่งรู้ตัว

ยังไงก็เถอะ เดี๋ยวซักผ้าเสร็จจะออกไปตะลุยย่านนี้ดู เท่าที่กำลังวังชาอันร่วงโรยจะพาไปได้ เตรียมกล้องไปถ่ายรูปมาให้ดูกันด้วย แต่งตัวพร้อมแล้ว รอผ้าแห้งอย่างเดียวก็ไปได้เลย อากาศตอนสายกลับยิ่งเย็นอีก...อ้อ เมื่อวานฝนตกด้วย หนาวแทบตายตอนกลางคืน เปิดฮีตเตอร์เข้าไปตั้งสามสิบองศาแน่ะ

หวังว่าออกไปวันนี้มันคงไม่ตก ถ้าตกก็หมดสนุก เพราะจะหนาว ตอนนี้ใส่แค่เสื้อกล้ามบางๆข้างในกับเสื้อยืดแขนสั้นอีกตัวเท่านั้น มีโอเวอร์โค้ตทับอีกตัวตอนออกข้างนอก หนาวมากๆ สู้ไม่ไหวแน่

ออกไปเดินข้างนอกมา สำรวจแถวๆ สถานีรถไฟ อย่างที่บอกซับเวย์ตรงนี้มันอยู่ข้างบน ข้างใต้เป็นร้านรวงต่างๆ เขาเรียกเมโทรเซนเตอร์ มีร้านหลายแบบ รวมทั้งซูเปอร์มาร์เก็ตทางปลายอีกด้านด้วย เดินสำรวจไปจนทั่วทั้งด้านในและรอบๆสถานี ตาก็พยายามมองหาอะไรแบบอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ เผื่อจะได้ส่งอีเมล์บ้าง แต่ก็ไม่มี ตั้งแต่มาที่นี่เห็นอยู่ร้านเดียวแถวกินซ่า แต่ไม่ได้เข้าไป

เดินจนเมื่อยขา ปวดฉี่ด้วย เลยขึ้นไปสำรวจในสถานี กะว่าลองนั่งไปโรงเรียนดู แต่ขึ้นไปแล้วไม่มีที่ให้ฉี่ ต้องเข้าไปข้างในก่อน(หมายถึงยัดตั๋วเข้าไป) ก็เลยไปยืนดูแผนผังรถไฟ ดูอยู่ตั้งสิบนาที ไม่เจอสถานีโรงโรงเรียน งงอยู่นานเหมือนกัน ควักแผนที่ ที่อูเอโนะเขียนให้มาดู ดูแล้วดูอีก เข้าใจว่าเพราะเราต้องนั่งไปเปลี่ยนขบวนอีกสถานีหนึ่งใกล้ๆโรงเรียน มันเลยไม่ปรากฏในแผนที่

พิจารณาอยู่สักพักก็ตัดสินใจไม่ไปแล้ว ถอยออกมาเดินไปเรื่อยๆ วนออกไปทางใต้ แล้ววกกลับ ตะวันออก ทิศเดียวกับหอพัก เดินไปเจอร้านหนึ่ง มีภาษาอังกฤษบอกว่า ดรัก แอนด์ คอสเมติก

เดินเลยไปแล้วย้อนกลับมาเข้าร้านอีกที ปากมันแตกจนร่อนเป็นแผ่น กะหาลิปมันทาปากซะหน่อย

เดินวนแล้ววนอีกในร้าน ไปดูแถวเครื่องสำอางก็ไม่มี กำลังจะถอดใจก็เดินไปเจอ มันเขียนว่า ซอฟต์ลิป เมดิเคตเต็ด ลิปสติก เฮิร์บ เบลนด์ คิดว่าไอ้นี่ละวะ ใช่แน่

พอดีข้างๆมีพนักงานสาวต้วมเตี้ยมเอาของวางใส่ชั้นอยู่ใกล้ ก็เลยเจรจรา เอ็กซ์คิ้ว มี แล้วก็ เอามือจิ้มที่ปาก เสร็จจิ้มไปที่ลิปสติค เลิกคิ้วหน่อยพอเป็นนัยว่าเฮียถามหนูอะนะว่าใช้ทาปากใช่มะ

เธอก็ตอบกลับมาเป้นภาษาญี่ปุ่นที่ฟังไม่รู้เรื่องตามเคย แต่เดาเอาว่าใช่ เพราะพยักหน้ากันไปมาหลายที ต้องใช่แน่ๆ

ตกลงก็เลยหยิบมาอันหนึ่งเดินไปจ่ายเงิน อีตอนที่ดูราคามันราวๆ เก้าสิบกว่าบาท แต่พอพนักงานสแกนราคามันออกมาเป็นร้อยกว่าบาท ....สุดงง แต่เอาก็เอา เพราะไปต่อล้อต่อเถียงอะไรก็ไม่ได้

เดินออกจากร้าน แกะออกพิสูจน์เลย ใช่วุ้ย ฮ่าๆๆๆ ทามันระหว่างเดินซะเลย ค่อยยังชั่วหน่อย อาการดีขึ้น ปากเปิกเวลาคนอื่นมองน่าจะเป้นมนุษย์ปกติมากขึ้น

เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็ถึง ดี-มาร์ท ดิสเคาน์สโตร์ เข้าไปอีกที ยังไงวันนี้ซื้อแน่ๆ เสื้อแขนยาวกันหนาวที่ว่า เดินเข้าไปดุ่ยๆ ขึ้นชั้นสองที่ขายเสื้อผ้า หยุดจ้องดูคนเขาว่าหยิบสื้อผ้าแล้วเดินไปไหนต่อ รออยู่ตั้งนานก็ไม่เห็น อีกสักแป๊บหนึ่ง เห็นสาวหน้าไม่แฉล้มมากับแม่แก่ๆ ถือเสื้อผ้าที่จะซื้อมาด้วย อุตส่าห์จ้องแล้วจ้องอีก ว่าเดินไปจ่ายเงินที่ไหน ก็ยังพลาดได้อีก เฮ้อ

แถวๆนั้นมันมีจัดคล้ายๆซุ้มของถูก มีที่เก้บเงินอยู่ตรงนั้นเลย แต่ดูแล้วไม่ใช่แน่ เพราะเขาเก็บเงินเฉพาะของในซุ้มที่ว่า ไม่รู้จะทำยังไงดีก็เลยเดินวนไปวนมาอีกสองรอบ แล้วก็เดินเข้าไปตรงเสื้อแขนยาวที่คิดว่าจะซื้อมาไว้กันหนาว หยิบมันมาทั้งไม้แขวน แล้วก็สอดสายตาหาเหยื่อรายใหม่ต่อไป

พอดีมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินมา เห็นแต่ไกล จ้องเขม็งเลย พอกำลังจะผ่านหน้าก็ขวาแขนมับเข้าให้ ไม่พูดอะไร แต่ชี้ไปที่ป้ายราคาแล้วก็ยกเสื้อไปมาเป็นเชิงถามว่าจะไปจ่ายเงินที่ไหน

เออ เขาใจดีนะ ตอบมาเป็นภาษาญี่ปุ่น ชี้มือบอกทางด้วย แต่แล้วดูเหมือนว่าพี่เขาจะบอกว่ามาทางนี้เดี๋ยวพาไป ...อะไรทำนองนี้แหละ ว่าแล้วแกก็เดินนำหน้าเราเดินตามไปสักหน่อยแกก็หยุด แล้วชี้มือ พร้อมกับพูดเป็นภาษาญี่ปุ่น

โอเค อะริกะโตะ โกไซมาส เดินไปตามที่บอกหน่อยเดียวก็เจอช่องสำหรับคิดเงินมีหลายช่องเลย สงสัยว่าเมื่อวานทำไมไม่เห็น นึกขึ้นมาได้ว่า อ้อ ไอ้ตรงนี้เป็นส่วนที่ขายชั้นในผู้หญิง เลยไม่ได้เดินเข้าไป กลัวอะดิ ผู้ชายเดินเข้าแผนกชั้นในผู้หญิง มันพิกล ว่ามั้ย

ความจริงคิดจะซื้อสองตัว(หมายถึงเสื้อยืดกันหนาวแขนยาว) แต่หิ้วติดมือมาตัวเดียว เลยตามเลย วันหลังมาใหม่ก็ได้

เอาไปให้พนักงานคิดเงิน มองดูที่จอ เอ ไหงราคารมันออกมาแค่สี่ร้อยกว่าบาท ป้ายมันหกร้อยกว่า

จ่ายเงินไปด้วยความงง แต่ดีเพราะมันถูกลง พิจารณาจากคุณภาพของเสื้อแล้ว ไม่แพงแฮะ เสื้อระดับนี้บ้านเราบางทีอาจจะแพงกว่าก็ได้ มันดูดีน่ะ

ได้เสื้อแล้วเดินลงมาชั้นล่างเข้าซูเปอร์มาร์เก็ตอีกที ตรงไปซื้อปลาดิบมาถาดหนึ่ง อยากกิน ในแพคมีซองเล็กๆเข้าใจว่าเป็นวาซาบิแน่นอน ร้อยกว่าบาท จ่ายเงินแล้วก็เดินออกมา เลี้ยวไปทางหอพัก ไม่ไหวแล้วเมื่อยตุ้ม ไม่น่าเชื่อนะ เดินยังไม่ถึงสิบโลเลย ทำไมล้าจัง

ก่อนถึงหอแวะคอนวีเนียนสโตร์อีกที ซื้อน้ำขวดใหญ่ราวลิตรหนึ่ง เจ็ดสิบบาทเห็นจะได้ กับ.....น้ำใสๆกลิ่นหอมอีกขวด สามร้อยกว่า เดินเข้าหอด้วยความเหนื่อยเหน็ด เปลี่ยนรองเท้าแล้วเปิดดูตู้จดหมาย รอแม่งอย่างเดียว ไอดี ของจริงสำหรับใช้อินเทอร์เน็ต

.....ไม่มีพะย่ะค่ะ

เอาปลาดิบเข้าตู้เย็น ถือถ้วยกาแฟเดินลงไปในครัว รินซอสใส่ถ้วยแล้วกลับขึ้นมา แกะถาดปลาดิบออก เอาวาซาบิใส่ลงในถ้วยซอส รินสาเกใส่ถ้วย เปรมน้าละหนู จิบไปกินไป สักพักก็เริ่มหิว

เอาหมี่น้ำใสมาม่า ออกมาใส่ชาม เทเครื่องปรุงทั้งหมดลงไป หยิบถั่วงอกในตู้เย็นมาใส่ อวบเชียว แล้วเติมพริกป่นที่ติดตัวมาด้วยลงไปเพียบ จากนั้นก็ถือชามพร้อมตะเกียบลงไปในครัว รินน้ำร้อนใส่หยิบจานเล็กๆมาปิดชาม เปิดโทรทัศน์ดูไปเรื่อยๆ

พอหมี่น้ำใสได้ที่ก็โซ้ยไปเรื่อยๆ รอดไปได้อีกมื้อ และคงรอด

กินเสร็จจะมีอะไรเสีย นอนน่ะสิ

ตื่นมาเกือบหกโมงเย็น...อ้อ ตอนนี้ใส่เสื้อแขนยาวที่ซื้อมาใหม่ทับไปอีกชั้นแล้ว อุ่นดีจัง ต้องไปซื้ออีกตัว ไว้เปลี่ยนเวลาเหม็น...แหงละสิ กะใส่จนเหม็นค่อยซัก คิดซะว่าเป็นแจ๊คเก็ตละกัน

ดูเหมือนไม่มีอะไรจะทำนอกจากรอให้ง่วงแล้วนอนต่อ ยังไม่รู้เลยว่าเว็บบิซจะเอาไงดี พรุ่งนี้ต้องส่ง แต่ยังต่อเน้ตไม่ได้ ไม่มีไอเดียเลย

เอาไว้ว่ากันวันจันทร์อีกที กลับจากโรงเรียนคาดว่าจะถึงที่ทำงานราวๆ บ่ายสอง มีเวลาว่างชั่วโมงหนึ่งก่อนนัด คงพอท่องเน็ตดูโน่นนี่ได้

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก