บันทึกจากญี่ปุ่น

๖ มีนาคม ๒๕๔๓

"ศิริพงษ์ หลงทาง"

โอฮ้าโย โกไซม้าส

อรุณสวัสดิ์(อย่างสุภาพ)

วันนี้เป็นวันแรกที่ต้องออกผจญภัยเอง คือ เดินทางออกจากบ้านไปถึงโรงเรียน ขออนุญาตเปลี่ยนนามสกุลให้เข้ากับสถานการณ์ ความจริงเป็นเรื่องคาดเดาได้อยู่แล้ว ไม่หลง ก๊อไม่ใช่ "ศิริพงษ์" น่ะสิ พ่อแม่พี่น้อง

ตื่นมาแต่เช้า ไปทำธุระในห้องส้วม จากนั้นก็เอาผ้าเช็ดตัวกะลงไปอาบน้ำ ฮั่นแน่ ลงบันไดไป ได้ยินเสียงน้ำซู่ๆมาเลย มองผ่านประตูเข้าไป มีรองเท้าอยู่คู่หนึ่ง ก็เลยถอยกลับขึ้นมาแปรงฟัน สูบบุหรี่ ...เอาไงดีวะ ไปกินข้าวก่อนดีกว่า ว่าแล้วลงไปอีกทีเข้าครัวไปกินข้าว

มื้อเช้าค่อยยังชั่วอาหารเขาจะไม่เยอะเท่ามื้อเย็น

วันนี้อาหารเหมือนเดิมปลาย่างซีอิ๊วชิ้นเล็กๆ กับ ผักดอง ที่เพิ่มก็คือผักอะไรไม่รู้ หั่นยาวๆขนาดใหญ่กว่าไม้จิ้มฟันหน่อย รสออกหวานปนเค็ม เหนียวด้วยแฮะ ตักซุปถ้วย ข้าวถ้วยมาบรรเลงอย่างมีความสุข เหยาะซีอิ๊วลงจานปลา แล้วฉีกพริกป่นใส่ลงไปสองซอง

ครือๆกับกินข้าวคลุกปลาทูใส่น้ำปลาพริกป่นน่ะแหละ หนีกันไม่ไกลเท่าไร

กินเสร็จ ก็ย้อนมาดูที่ห้องน้ำอีก อ้าว เวร มีคนใหม่มาอีกแล้ว วู้...เลยขึ้นไปเข้าส้วมมันซะอีกรอบ กลับเข้าห้องซดสาเกสองอึก บุหรี่หนึ่งตัว คิดว่าเป็นไงเป็นกันละเที่ยวนี้ ลงไปอีกที ไม่มีคนแล้ว รอดตัวไปอีก อาบน้ำซะชุ่ม

เช้าวันนี้อากาศหนาวมากขึ้นกว่าเมื่อวาน กระดูกลั่นเลย แต่งตัวเสร็จจัดสัมภาระก็ออกไปขึ้นซับเวย์ เดินจากหอไปสถานีก็ราวๆเกือบกิโลหนึ่ง หอบเลย ...ตอกย้ำความแก่ ไอ้ที่คิดว่าแน่ๆ ตอนนี้เลิกคิดแล้ว

แย่ตรงที่อากาศหนาวเล่นงาน หูอื้อขึ้นมา เซ็งอาการแบบนี้จริงๆ

ขึ้นสถานีควักตั๋วออกมายัดเข้าช่องผ่านไปไม่มีปัญหา นั่งไปจนถึงสถานีทาดาโนบับบะ ยังไม่เคยนั่งจากหอพักถึงสถานีนี้มาก่อน แต่ก็ใจไม่เต้น สบายๆ ใจคิดว่ากูจะหลงให้ดู

ถึงทาดาโนบับบะต้องเปลี่ยนขบวนที่นั่น เดินๆ เอ๊ะคุ้นนะ ไม่หลงมั้ง

รอประเดี๋ยวเดียวมาแล้วขบวนรถไฟ สบายบรื๋อเพื่อนเอ๋ย อีกสามสถานีก็ถึงโรงเรียน

พอรถออกสักไม่ถึงนาที ได้เรื่องเลยครับ มันข้ามสถานีไป รู้ได้โดยเจโตปริญาณ รถด่วนแหงๆ ปัญหาคือแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าไม่ด่วน

รถจอดเลยไปหลายสถานี ก็ต้องเดินข้ามไปอีกข้างเพื่อนั่งย้อนกลับ เล็งอยู่เป็นนาน มาแล้วอีกขบวน ขึ้นเลย...เอาอีกแล้ว จะย้อนกลับแค่สถานีเดียว มันไม่จอดพากลับไปโน่น ทาดาโนบับบะอีก

เดินย้อนกลับมาอีกที ขึ้นมันอีกเที่ยว ...เวรเอ๋ย ด่วนอีกแล้ว วันนี้จะถึงโรงเรียนไหมเนี่ย

ให้ทายเอ้า .....

เที่ยวต่อไป ขบวนอะไร

......ด่วนอีกจ้า

คราวนี้เลยมาราวๆสถานีหรือสองจำไม่ค่อยได้ เล็งแล้วเล็งอีก ภาวนาไปด้วย พอจะรู้แล้วว่าด่วนกับไม่ด่วนดูตรงไหน

ขบวนรถไฟมา ขบวนนี้ละวะ....โอเช ไม่ด่วน ถึงสถานีอารายักชิขุ-เมะ ได้ เลยเวลาไปราวๆ ยี่สิบนาที เดินเข้าห้องก็เจอคุณครูผู้หญิงแต่ไม่สาว รออยู่ เริ่มเรียนภาษาญี่ปุ่นวันแรก สนุกดีเหมือนกัน

ฮาชิเมะมาชิเตะ ไทย โนะ ศิริพงษ์ เดส โดโสะ โยริชิขุ

ยินดีที่รู้จัก ผมชื่อศิริพงษ์ เป็นคนไทยครับ

เรียนเกือบสองชั่วโมง การบ้านเพียบเลย ต้องท่องเอาทั้งนั้น

สู้เขาสิน้า

เลิกเรียนราวๆเที่ยงครึ่ง หิวเหมือนกัน แต่มีนัดตอนบ่ายสาม เผื่อเวลาหลง ก็ไม่เหลือเวลากิน เลยตัดสินใจขึ้นรถไฟไปสำนักงานเลย ไม่น่าจะมีปัญหา เพราะสถานีนี้เล็ก ทางขึ้นทางลงไม่วกวน

ทายถูกอีกแล้วแหงๆ

ขึ้นผิดทาง....มันพาต่อไปคนละทิศอีกสถานีหนึ่ง เอ้าเดินวนไปขึ้นใหม่

.....คงทายถูกแหงเลย ขึ้นผิดอีก...แถมให้อีกสถานีชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ว สถานีมันใหญ่ มีรถตั้งหกรางมึนเลยตูจะเอารางไหนดี สายที่ต้องขึ้นคือ โตไซ ไลน์ แต่มันก็หลายโตไซ

เดินขึ้นเดินลงอยู่เกือบครึ่งชั่วโมง เห็นเด็กนักเรียนมัธยมสองคนคุยกันอยู่ กะว่าอีคงรู้ภาษาอังกฤษบ้าง ที่ไหนได้ อะโนเนะคิกขุ มันซอรี่ลูกเดียว ควักแผนที่ออกมากางให้ดู

สองสาวน้อยรุ่นคราวหลาน ทำหน้างง แล้วก็โตเกียวๆ พร้อมกับส่ายหัว

แปลเอาเองว่า ไม่รู้จักเลยค่ะแถวๆโตเกียว ....

คราวนี้ก็เลยถอยมาตั้งหลักข้างล่าง ไงก็ต้องไปให้ถึง

เดินขึ้นเดินลงอีกสองสามเที่ยว (ความจริงมียืนสังเกตุการณ์ทิศทางรถด้วย) ได้ขบวนที่ถูกต้องมาจนได้ เดาเอาน่ะ จะไปสถานีคายาบัคโช เที่ยวนี้ไม่มีปัญหา เพราะชักเริ่มดูทิศทางเป็นแล้ว ปัญหาอยู่ที่สถานีเล็กๆมันไม่มีภาษาอังกฤษให้

ในที่สุดก็มาถึงสถานีคายาบัคโชจนได้ แล้วเปลี่ยนรถไฟไปอีกสายชื่อ ฮิบิยะ ไลน์ นั่งไปสองสถานีก็ถึง ซูกิจิ ใกล้ๆตลาดสดหรือที่จริงเขาเรียกตลาดปลากลางโตเกียว เดินจนหอบกว่าจะถึงสำนักงาน บ่ายสามพอดี เล่าให้คนในนั้นฟัง แทนที่จะหัวเราะสนุกแบบบ้านเรา สองคนนั้นกลับขมวดคิ้วหนักใจกัน คงระคนสมเพชและ สงสารไปด้วย

อูชิยามะซัง โทรไปเลือ่นนัดคุณโออิยะ แผนกพลับลิค เซ็นเตอร์ให้อีกสามสิบนาที ทั้งที่บอกอูชิยามะแล้วไม่ต้องเลื่อน พี่แกจะให้ไปกินข้าวกลางวัน โถ เหนื่อยอย่างนี้ เลยเวลามาขนาดนี้ ไม่แด๊กเดิ๊กมันละ

อูเอโนะ ชงกาแฟมาให้ ..ตามคำขอน่ะ

เปิดคอมพิวเตอร์ แล้วไปถอดโมเด็มเครื่องโต๊ะข้างๆออกมา อืมมม มันเป็น แฟกซ์ วอยซ์ โมเด็ม อีเทอร์เน็ต แลนการ์ด

คืออะไรไม่รู้ ได้แต่แต่ว่าคงไอ้การ์ดแบบนี้แหละมั้งถึงจะเชื่อมโน้ตบุ๊คเรากับอินเทอร์เน็ตที่ออฟฟิศได้

ลองเอามันมายัดในเครื่องเรา ตอนแรกเครื่องก็ดีเทคได้ ถามหาไดรฟเวอร์ จะไปหาที่ไหนวะ แผ่นก็ไม่มี ก็เลยช่างมันไม่เอาแล้ว เอาไว้วันว่างขอความช่วยเหลือจากช่างเทคนิคดีกว่า

ว่าจะนั่งพักสักหน่อย อูชิยามะ เดินมาบอกว่าเขียนเรื่องสั้นๆเกี่ยวกับน้ามาฝึกงานอาซาฮี มีรูปหรือเปล่า กองบอกอเขาจะเอา (เท่วุ้ย มีเขียนถึงน้าลงอาซาฮี ชิมบุน คนเป็นสิบล้านอ่านเลยนะ) บอกว่าไม่มี พี่แกบอกงั้นพาไปถ่าย เอาก็เอา เดินตามไปวกวนพอสมควร นึกว่าจะพาไปหาช่างภาพ ที่ไหนได้ พาไปที่ตู้ถ่ายรูป ๕๐๐ เยน ๓ รูป

เสร็จจากนั้นก็มานั่งอ่านนสพ. ต้องปิดคอลัมน์ไอทีทะลุโลกวันนี้ เพราะยังใช้เน็ตที่บ้านไม่ได้ พรุ่งนี้เช้าก็ต้องไปโรงเรียนไม่ได้เข้าออฟฟิศ

แป๊บเดียวอูชิยามะซังมาบอกอีกว่าต้องไปเจอกับคนจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่นัดไว้ เพื่อจะเอาข้อมูลว่าทำไมอาซาฮี ชิมบุน ถึงต้องมีแผนกประชาสัมพันธ์สำหรับติดต่อกับผู้อ่าน ไม่ให้ติดต่อโดยตรงกับกองบรรณาธิการ ได้คุยกันเยอะอยู่

เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เมื่อสิบปีที่แล้ว บางบคนอาจจะรู้แล้วช่วยเงียบไว้ มีคนที่ไม่รู้อีกเยอะ

เสร็จธุระจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ ก็กลับมาห้องทำงาน เปิดหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษอ่าน หาเรื่องสำหรับไอทีทะลุโลก จะไปใช้เครื่องอินเทอร์เน็ตก็ไม่ว่าง ก็เลยอ่านๆๆ หาไม่ได้จริง ขอสารภาพ

เอาเพลย์สเตชั่น สอง นี่แหละ ง่ายที่สุด

ตัดสินใจลงชนแทนวัวว...ไม่ใช่... ตัดสินใจว่าเอา ก็เริ่มบรรเลง แป๊บเดียวก็เสร็จ

เขียนไอทีทะลุโลกเสร็จ ก็นั่งรอให้เครื่องมันว่างจะได้ส่ง รออยู่เกือบยี่สิบนาทีหมดบุหรี่ไปหลายตัว (ในห้องสูบบุหรี่) ไปบอกอูชิยามะซัง ว่าข้าพเจ้าจะส่งบทความไปที่มติชน ขอใช้หน่อยได้ไหม

แกเลิกหน้าเลิกตา ถามว่าตะกี้ไปสัมภาษณ์มาเขียนเสร็จแล้วเหรอ

โธ่....ถ้าจะเขียนก็คงเสร็จ แต่นี่ไม่ใช่เวลา เวลานี้มันไอทีทะลุโลกนะเพื่อน

อธิบายสั้นๆ ย้ำว่าขอส่งเมล์หน่อย

อูชิยามะ ขอเวลาสองนาที แล้วน้าก็ต่อคิว นั่งเขียนเมล์เป็นภาษาอังกฤษ ส่งอันแรกลืมแนบไฟล์ต้นฉบับ

เลยต้องส่งใหม่

จะบอกให้ว่าต้องอาศัยความเคยชินและมั่วมันเข้าไป เพราะ คอมพิวเตอร์แถวนี้ ทุกอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่นหมด ต้องเดาว่าจะคลิกอันไหน

ก็อปปี้เมล์เดิมกลับมา แล้วแนบไฟล์ แต่ไม่ได้มีเฉพาะไอทีทะลุโลกนะ มีอีกสามไฟล์ เป็นบันทึกจากญี่ปุ่น(รายวัน)

ช่วยกันอ่านหน่อย

ได้รับแล้ว ขอความกรุณา ฟอร์เวิร์ดเมล์และไฟล์ทั้งหมดไปที่ cyborg21@hotmail.com ด้วย จะเป็นพระคุณ ไซบอร์กยี่สิบเอ็ดคือน้องน้ำ

หลังจากส่งเมล์เสร็จ คุยกับอูเอโนะ บอกว่าที่ส่งไปตะกี้น่ะ ต้นฉบับไอทีทะลุโลก กับอีกสามไฟล์คือไดอารี่ คุณหนูก็ถามกลับมาว่า เขียนบันทึกประจำวันบนคอมพิวเตอร์เหรอ

ก็ใช่น่ะสิ แปลกยังไงเหรอ

อูเอโนะพยักหน้า สองสามที แล้วกระซิบด้วยเสียงเบาๆว่า ระวังนะ น้าต้องจ่ายค่าโทรศัพท์จากหอพักเอง บี แคร์ฟูล

...อะริกาโตะ โกไซม้าส

บอกขอบคุณแล้วกลับมานั่งซ้อมภาษาญี่ปุ่นสักพัก อูชิยามะ ก็ร้องเรียกบอกว่า จะกลับก็กลับได้แล้ว ตอนนี้หกโมงครึ่ง

เก็บของกลับดีกว่า

เดินมาเรื่อยๆ วันนีไม่ได้สั่งมื้อเย้นที่หอไว้ซะด้วย ใจคิดว่าประท้วงมันซะเลย ไม่ต้องกิน อยากหลงนัก ขึ้นรถที่ซูกิจิ ไม่มีปัญหา มาลงที่คายาบักโช แล้วต่อมาถึงสถานี มินามี-โตเกียวเซนกุ ลงผิดข้างอีก ย้อนกลับมาอีกทาง ปะกับร้านหมูย่าง ว่าจะไม่กินมื้อเย็น แต่ดูสวยดีเลยเดินเข้าไป ดูๆ เอาอันนี้แหละ หมูย่างไม้ละสามสิบกว่าบาท ยกนิ้วชี้ไปเลย แล้วก็ชูสามนิ้วให้คนขาย เขาตอบมาว่า ซัมบัง แปลว่าสามไม้

เอาเหรียญร้อยเยนสามเหรัยญวางในถาด เขาก็เอาสามไม้ใส่ถุงให้ ยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อซะเลย ว่าจะไม่กินๆ ดันหอมนักนี่ กินก็ได้วะ กลับมาถึงหอพัก เปิดตู้จดหมาย ผิดหวังอีกแล้ว ไม่มีอะไรส่งมาเลย ขึ้นห้อง รินสาเก หนึ่งอึกแก้หนาว(แหะๆ) ล่อหมูย่างสักไม้....

โทษที ไม่ใช่เนื้อหมู กลายเป็น เครื่องในอีก กรอบนุ่ม ท่าททางจะเป็นกึ๋น อร่อยดีเหมือนกัน

เวรกรรมๆ

จิบไป....กินไป...เขียนไปจนเสร็จนี่แหละ จะนอนแล้ว

มีเรื่องน่าวิตกอีกเรื่อง ขอประกาศ ค่าโทรศัพท์ ท้องถิ่นที่นี่ สามนาทีสิบเยน หมายถึงนาทีละ ๑.๑ บาท ร้อยยี่สิบนาทีที่หมดไปแล้ว เท่ากับ ๑.๑ คูณ ๑๒๐ ก็เท่ากับมีหนี้ไปแล้ว ร้อยสามสิบสองบาท

สมัครเน็ตไป ๑๕๐ ชั่วโมงต่อเดือน ถ้าใช้จากที่หอทั้งหมด ค่าโทรศัพท์ ก็จะเป็นเงินไทย ชั่วโมงละ ๖๖ บาท เดือนละ

๙,๙๐๐ บาท สรุปก็คือ เดือนละหมื่นบาท

แล้วทำไมต้องสมัครเยอะขนาดนั้น มีเหตุผลครับ แพลนซี ร้อยห้าสิบชั่วโมง หนึงพันบาท (ที่น้าสมัครน่ะ)

แพลนไอ สามสิบเจ็ดชั่วโมง เจ็ดร้อยบาท

หมายความว่าจ่ายเพิ่มอีก สามร้อย ได้เวลาเพิ่มมาร้อยสิบสามชั่วโมง

แต่ แง้ๆๆๆ

เขาไม่จ่ายให้หรอก ค่าโทรศัพท์น่ะ

อย่างไรก็ตาม เดือนแรกพร้อมจะลุย เก็บเงินเยนคูณเป็นเงินไทยเท่ากับหนึ่งหมื่นบาทไว้ในลิ้นชักแล้ว

ถ้าต่อจากสำนักงานไม่ได้ ก็เลิกกัน

โอยะ สุมินาไซ......ราตรีสวัสดิ์

เดวะ มะตะ

ซี ยู อะเกน

แล้วเจอกันนะจ๊ะ

วันต่อไป

กลับไปเมื่อวาน

กลับหน้าสารบัญ

กลับหน้าแรก